Free for Now!

Recent Posts

มาดู Slumdog Millionaire หนังตีแผ่สังคมอินเดีย

วันว่าง ๆ ช่วงสงกรานต์ผมเลยพยายามเก็บรายละเอียดหนังดี ๆ หลายเรื่องอีกเรื่องนึงที่เคยทดในในเมื่อนานมาแล้วคือ “Slumdog Millionaire คำตอบสุดท้าย อยู่ที่หัวใจ” ดำเนินเรื่องโดย จามาล เด็กเสิร์ฟชา ที่เกิดในสลัมของเมืองมุมไบ ประเทศอินเดีย มีโอกาสได้เข้าเล่น “เกมส์เศรษฐี” และเขาสามารถตอบคำถามได้ทุกข้อ สิ่งนี้ถึงถูกตั้งเป็นคำถามว่า เขาสามารถชนะเกมส์นี้ได้อย่างไร โดยผู้สร้างตั้งสมมติฐานให้สามข้อคือ

a. He cheated (เขาโกง)

b. He’s lucky (เขาโชคดี)

c. He’s a genius (เขาเป็นอัจฉริยะ)

d. It is written (มันถูกลิขิต)

เนื่อเรื่องดำเนินไปโดยคำถามแต่ละข้อจะเชื่อมโยงกับตัวเอก ที่สำคัญเรื่อง สลัมดอก มิลเลียนแนร์ ได้รับรางวัลออสการ์ ในปี 2008 อีกด้วย

คลิปไหนดูไม่ได้ให้เข้าไปดูเพิ่มเติมที่ Mthai นะคับ

ดู Slumdog Millionaire ออนไลน์ ตอนที่ 1

Continue reading มาดู Slumdog Millionaire หนังตีแผ่สังคมอินเดีย

Comments

ที่มา”เรื่องนี้ถึงครูอังคณาแน่”

สวัสดีครับเพื่อน ๆ ชาว Facebook (เลียนแบบ ด.ช.โต๊ด) วลีเด็ดชั่วข้ามคืน “เรื่องนี้ถึงครูอังคณาแน่” เป็นอีกกระแสนึงของ Social Network เพียงชั่วข้ามคืน ว่า “ครูอังคณา” เป็นใคร ทำไมเรื่องต้องถึงครูอังคณาด้วย? หลาย ๆ คนคงสังสัยว่าทำไมอยู่มาวันหนึ่งคนพูดถึงประโยคนี้เต็มหน้า Wall บน Facebook ของเรา หลังจากก่อนหน้านี้ “ธนูปักเข่า” เป็นที่คำฮิตติด Wall ผู้ใช้งาน Social Media มากมาย

เรื่องมีอยู่ว่า

ด.ช.โต๊ด ชั้น ม.1/9  จาก โรงเรียนกระทุ่มแบน ถูกแบนจาก Facebook ที่ใช้ร่วมกันทำงานกลุ่มกัน โดย ด.ช.บอล ทำหน้าที่เป็น Admin เด็กชายโต๊ดจึงเกิดความน้อยเนื้อต่ำใจปนโมโห ตัดพ้อผ่านคลิปวีดีโอ จะเกิดเป็นกระแสวลี “เรื่องนี้ถึงครูอังคณาแน่”

เท่าที่จับใจความได้ว่ามีปัญหาเรื่องการ จุด จุด จุด (แค่นี้) กระโหลกกะลาจริง ๆ  ไปดูคลิปกันเถอะ

 

ทำออกมา V.1-2 ด้วยนะเธอว์

จัดไปสำหรับ ด.ช.โต๊ดกับ ”เรื่องนี้ถึงครูอังคณาแน่” V.1

 

จัดไปสำหรับ ด.ช.โต๊ด กับ”เรื่องนี้ถึงครูอังคณาแน่” V.2

 

มาดูโฉมหน้าของครูอังคณากัน หลังจากเป็นบุคคลอ้างอิงของ ด.ช.โต๊ด มาสักพัก

ครูอังคณา เด็กชายโต๊ด

รูปครูอังคณา

 

รูปครูอังคณาและนักเรียน 1/9

รูปครูอังคณาและนักเรียน 1/9

 

มีเพลงเธอยังเวอร์ชั่น ครูอังคณาด้วย จัดไป

กระแสภายในข้ามคืนแบบนี้เรามักจะเจอได้บ่อยเสมอ ตราบเท่าที่มี Social Network แต่การรับสารทุกครั้ง ทุกท่านควรใช้วิจารณญาณ + ปัญญา ในการรับชม ไม่แค่เพียงอ้างว่า เพื่อความสนุก เพลิดเพลิน ตามกระแสไปวัน ๆ

Comments

ทอรุ้ง ตอนที่ 19: ว่างนักก็…นับสต็อกเถอะ

 

ช่วงนี้ศรีภรรยาผู้เลอโฉมของผมบ่นงึมๆงำๆทุกวันว่า….ว่างเหลือทน ว่างมากเกินไป!!
อาจเป็นเพราะโรงเรียนปิดเทอม กลุ่มลูกค้ากลุ่มนี้เลยหดหายไปโข
วันว่างว่าง เธอก็เลยนั่งดูสารพัดหนังจนตาเปื่อย ทั้ง ไทย จีนเกาหลี ญี่ปุ่น ฮอลลีวูด ฯลฯ

 

วันว่างๆแบบนี้ผมก็เลยแนะนำให้เธอนับสต็อกสินค้าในร้าน
เราจะได้รู้ว่าตอนนี้เรามีสินค้าอะไร? มูลค่าเท่าไหร่?

 

ทำไมถึงต้องนับสต็อกสินค้า?
นอกจากจะทำให้เราทราบถึงมูลค่าปัจจุบันของสินค้าในร้านแล้ว
การนับสต็อกจะทำให้เราทราบถึง “กำไร” ที่แท้จริงด้วย

 

ถ้าเราเป็นกิจการซื้อมาขายไป ถ้าเราไม่รู้ สินค้าคงคลัง เราจะไม่รู้กำไรที่แท้จริง
ยังไง? เราลองมาดูกันครับ

 

 

 

ผมทำตัวอย่างคร่าวๆที่แสดงงบให้เห็น 3 ปี ล่วงหน้าครับ

 

จากงบกำไรขาดทุน

ปี 2556
เห็นเลขแล้วนั่งปวดขมับ จี๊ดตับ เจ็บใจ เลิกเลยดีกว่ามั้ยเนี่ย!!! ตรูทำทั้งปี แม่ม!!!ขาดทุนตั้ง หกหมื่น

 

ปี 2557
กำไรซัดไปร่มแสนห้า ดีใจมาก ปลื้มเว่อร์ สมแล้วที่รอคอย ดาวน์รถสักคันเป็นไรไป!!!!

 

 แต่อย่าลืมว่ากำไร/ขาดทุนที่แสดงให้เห็นนั้น

เป็นเพียงกำไรที่เกิดจากเงินสดที่ใช้ในการดำเนินงานเท่านั้น

 

 แต่ถ้าเราได้ข้อมูลเพิ่มเติมมากขึ้น ดังนี้

 

 

เมื่อเรารู้สินค้าคงคลังของเราแล้วทำให้ทุกอย่างกลับกัน!!!!

 

ปี 2556
โอ้ว!!! เงินสดหายไปแค่หกหมื่นแต่สินค้าเพิ่มขึ้นมาเป็นแสนเลยวุ้ย!!!

 

ปี 2557
เอ่อ…..ตรูทำอีท่าไหนฟร่ะเนี่ย!! สต็อกลดลงไปสองแสนแปดแต่เงินสดเพิ่มมาแค่แสนห้า
ขาดทุนหูดับเลย!!!

 

นี่เป็นตัวอย่างตัวเลขง่ายๆ ที่ผมลองนำมาคำนวณเพื่อให้เห็นถึงความสำคัญของการนับสต็อกครับ
ดังนั้นสองสามวันมานี้ศรีภรรยาผู้งามปานจะหยดของผมเลยง่วนอยู่กับการนับสต็อกครับ

 

ขอให้บทความชิ้นนี้จงได้สร้างประโยชน์ให้แก่ท่านผู้อ่านทุกท่าน

ขอให้ความร่ำรวยและความสุขสวัสดิ์จงมาสถิตแด่ท่าน

 

…[^,^]…

Mr.KH

27/3/55

 

Comments

เมื่อแรงยังมี

 

ห้วงที่จิตขมุกขมัวและใจอ่อนแรง

 

ผมขับรถไปทำงานตามเดิมๆ

บนเส้นทางเดิมๆ

เวลาเดิมๆ

แบบเดิมๆ…

 

ต่างไปจากเดิมคือ เมฆที่มืดครื้มผิดปกติ

มันจึงทำให้ จิตใจที่ห่อเหี่ยวอยู่แล้ว…..ยิ่งหดเล็กลงไปอีก

เช้าที่แสนเบื่อเหนื่อยหน่ายกับความซ้ำซากจำเจของชีวิต

ที่ทำอะไรแบบเดิมๆทำซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ทำแล้วทำอีกประนึงว่า “กูเป็นหนูถีบจักร”

 

ซ้ำร้ายโดนคำถามโง่ๆ ถามตอกย้ำ

“ทำอะไรอยู่?”

“ถีบจักร”

“แล้วถีบทำไม?”

“ไม่รู้สิ ก็แค่ถีบมันไปเรื่อยๆ”

 

จิตใจปกติคงตอบมันได้ ฉะฉานกว่านี้

แต่ยามนี้คงได้แค่นี้….

Continue reading เมื่อแรงยังมี

Comments

รีวิว Revlon ColorBurst Lipstick

อันที่จริงแล้ว…เราอยากจะเขียนรีวิวสิ่งต่างๆนานาจากประสบการณ์ตรงของเรามานานแล้วล่ะ แต่ไม่มีเวลาจริงจังเท่าไหร่ ช่วงนี้ไฟกำลังแรง…เลยจะลองจัดกะเค้าบ้าง เอาเป็นว่าจะพยายามทำให้ดีที่สุดแล้วกันนะ ส่วนเพื่อนๆที่อยากจะแชร์อะไรเพิ่มเติม…ยินดีนะคะ

วันนี้ขอเริ่มด้วยน้องลิปสติกที่เราค่อนข้างชอบเลยทีเดียว … เจ้าน้องดำสองตัวที่เห็นอยู่นี้คือ Revlon ColorBurst Lipstick (โดยส่วนตัวแล้ว เวลาที่เราคุยกะเพื่อนๆ เราจะเรียกว่าลิปปลอกดำ) ที่เอามาโชว์วันนี้มีแค่สองสีนะคะ เลือกมาเฉพาะที่ชอบๆและใช้บ่อยๆ เริ่มด้วยตัวแรก สีส้มพีช (Peach 075) และอีกสีคือสีชมพูกระเดียดไปทางม่วงกะปิ (Mauve 005) —- ในภาพสีอาจจะเพี้ยนไปบ้าง เพราะว่าโดนแสงไฟเยอะไปหน่อย แต่ถ้าอยากให้ชัวร์ ลองไปเล่นดูตามเคาเตอร์เครื่องสำอางนะคะ หรืออาจจะเตรียมแปรงทาลิปไปด้วย จะได้ลองสีได้แบบมีอนามัยที่ดี เพื่อนๆอย่าลืมเตรียมทิชชู่ไปเองด้วยนะ เผื่อเค้าไม่มีบริการ

รีวิวลิปติก Revlon ColorBurst Lipstick

รีวิวลิปติก Revlon ColorBurst Lipstick

จะว่าไปในเรื่องของเนื้อลิปนั้น เม็ดสีค่อนข้างแน่นใช้ได้เลยนะคะ ทาลงไปสักรอบสองรอบก็เอาอยู่แล้ว แต่ประเด็นคือ…จะต้องมั่นใจนะคะว่าริมฝีปากเราน่ะ ชุ่มชื้นพอ ไม่งั้นล่ะก็…แอบสยอง เพราะมันจะชัดเจนมาก เป็นริ้วๆขุยๆ ไม่น่ารักเลยค่ะ เอาเป็นว่า…ก่อนนอนก็โป๊ะวาสลีน ปิโตรเลียม เจลลี่เข้าไป อาจจะช่วยได้บ้างนะคะ แต่สำหรับใครที่คิดว่าริมฝีปากมันโหดร้ายมาก…ก็แนะนำให้ทาลิปบาล์มเบาๆก่อนทาลิปสติกละกันค่ะ ถ้าจะให้ดีให้สวย ลองใช้แปรงทาลิปสติกนะคะ เพื่อความเนียน —-โอ้ว ลืมพูดถึงเรื่องลักษณะของเนื้อลิปค่ะ สองสีที่เห็นนี้เป็นเนื้อแมท (matt) นะคะ ใครที่ชอบวิ้งๆมันๆ ก็ลงกลอสเพิ่มเอาเองนะจ๊ะ

Continue reading รีวิว Revlon ColorBurst Lipstick

Comments

ทอรุ้ง ตอนที่ 18: สินค้าตายเรียบ

ผ่านพ้นวันที่ 14 ก.พ. มาแล้ว แต่สินค้าวันวาเลนไทน์นอนตายเกลื่อนเต็มร้าน เห็นแล้วเข่าแทบทรุด!!!!

 

สินค้าเทศกาลที่นอนตาย ขายไม่หมด(Death stock) ทั้งสิ้น น่าจะไม่น้อยกว่าหนึ่งหมื่นบาท!!!
ซ้ำร้ายมีสินค้าที่ จำต้องทิ้ง/แจก/หรือไม่ก็ต้องกินเอง มากกว่าสองพันบาท!!!

 

ทั้งหมดทั้งมวล มันเกิดจาก “อ่านตลาดไม่ขาด คาดการณ์ผิด ผลสรุปก็เลยโดนซะ”

 

ร้านขายสินค้าโหนกระแสของวาเลนไทน์เกิดขึ้นผุดพรายอย่างกับดอกเห็ด ในตลาดสด ตลาดเช้า ตลาดเย็น ตลาดนัด หน้าโรงเรียนเรียงขึ้นกันเป็นตับ สินค้าที่ราคาไม่สูงมากนัก โดยมากประมาณราคาไม่เกินสองร้อยบาท ลูกค้ากลุ่มนี้จะโดนสายโหนกระแสพวกนี้สอยไปเรียบ สินค้าพวกนี้เช่นดอกไม้แห้งเดี่ยว ดอกไม้พลาสติก ขนมจัดช่อ ตุ๊กตาน้อยๆ หัวใจจิ๋วแบบต่างๆ

 

ทำไมสายโหนเหล่านี้ขายดี?
นอกจากเราเองยังไม่แข็งแกร่งมากพอจนไม่สามารถดึงลูกค้ามาซื้อสินค้าได้มากเท่าที่ลงของไว้แล้ว อีกเหตุผลหนึ่งที่น่าจะสำคัญที่มองข้ามไม่ได้ คือคู่แข่ง ที่เป็นพวกสายโหนกระแสเหล่านี้มี ทำเล ที่ดีมากในการตั้งร้าน

 

เขาเหล่านั้นสามารถตั้งขายในทำเลทองได้โดยใช้ พื้นที่นิดเดียว

 

เราก็มองในมุมกลับ ทำไมลูกค้าจะไม่ซื้อ?
ถ้าสินค้าคล้ายกัน ไม่แตกต่างแต่ซื้อหาได้ง่ายกว่า สะดวกกว่า หาง่ายกว่า จบ
จนทำให้สินค้าประเภทเดียวกันที่ร้านทอรุ้งมีอยู่ตายสนิท

 

 

ภาพ แผงขายหนังสือ ช่วงนี้ขายของวาเลนไทน์โหนกระแสสักนิด

 

 

ภาพ ปกติเป็นร้านดอกไม้ช่วงนี้พ่วงกระแสด้วย (ร้านนี้ขายดีมั๊กๆ)

Continue reading ทอรุ้ง ตอนที่ 18: สินค้าตายเรียบ

Comments

ทอรุ้ง ตอนที่ 17: ขุนพลคู่ชีวิต

 

ในบทความนี้ผมขอออกจากวังวนเรื่องราว การวางแผนกิจการ การต่อสู้ห้ำหั่น การปั้นกิจการ ฯลฯ ขอพักเรื่องราวทางวิชาการที่แสนปวดเศียรเวียนเกล้า มาพร่ำเรื่องราว เพ้อๆ ให้เข้ากับบรรยากาศ กันสักบทความ ไม่รู้เพราะว่าเทศกาลวันแห่งความรักชักพาหรือว่าพอใกล้วันวิวาห์เลยครึ้มอกครื้มใจก็ไม่รู้นะครับที่เขียนบทความแนวนี้ 5555+…[^,^]…

 

ผมเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่า “คนที่ทำกิจการใดๆก็ตามที่ทำแล้วรุ่งเรือง ทำแล้วยิ่งใหญ่ ทำแล้วเจริญก้าวหน้า จำเป็นต้องมีผู้ช่วยที่เป็นเรี่ยวแรงสำคัญในการที่จะนำพากิจการไปสู่จุดหมาย” โดยเฉพาะ….ผู้ช่วยคนสำคัญที่จะคอยอยู่ข้างกายเราเสมอ

 

มีคนบอกผมว่า “ถ้าจะเดินให้เร็วเดินให้ไวต้องไปคนเดียว แต่ถ้าจะเดินให้นานเดินให้ไกลต้องไปด้วยกัน”  ในประโยคนี้จะเป็นคนอื่นไปมิได้นอกเสียจาก………

 

ผมเป็นอีกคนหนึ่งที่ศรัทธาในความรัก ศรัทธาในชีวิตคู่ดั่งเช่นที่คุณพ่อกับคุณแม่ของผมมีต่อกัน

ผมอยากสร้างครอบครัวที่ดี อยากมีอนาคตร่วมกับใครบางคน

อยากจะเดินไปให้ไกลถึงแม้ว่าหนทางข้างหน้าจะมีอุปสรรคขวากหนามขวางแต่เราก็อยากจะสู้ไปร่วมกัน ไปให้ไกลไปให้นานดังเท่าที่เราหวัง

 

 

ผมคงจะเขียนเรื่องราวของร้านกิ๊ฟช็อป ทอรุ้ง ไปอีกนาน

คงจะได้เล่าเรื่องราวดีดีที่ทอรุ้งได้ประสบ

คงจะได้เล่าเรื่องราวปัญหาที่ทอรุ้งได้ฝ่าฟัน

คงจะได้เล่าเรื่องราวที่ได้การคิดวิเคราะห์ การตัดสินใจในเรื่องต่างๆของทอรุ้ง

และคงจะได้เล่าเรื่องราวเหตุการณ์ที่สำคัญที่ผ่านเข้ามา

 

ในบทความนี้ ผมขอเขียนบันทึกส่วนหนึ่งของเรื่องราวในชีวิตของผม

ผ่านทาง บทความของ ทอรุ้ง กับอีกหนึ่งเหตุการณ์ครั้งสำคัญในชีวิตที่กำลังจะเกิดขึ้นในเร็ววันนี้
เหตุการณ์ครั้งสำคัญนั้นคือ การที่ผมจะแต่งงานมีคู่ครอง การได้มีขุนพลคู่ชีวิต ที่จะคอยอยู่เคียงข้างเรา

ซึ่งขุนพลหญิงคนนี้ ที่เธอนั้นมักจะ….

เป็นคู่กัด เมื่อยามเราหมั่นเขี้ยว

เป็นคู่ชวนทะเลาะ ได้ทุกที่ ทุกเวลา และทุกเรื่อง (จะดีมั้ยเนี่ย 555+ ก็ดีนะแก้เหงา 555+)

Continue reading ทอรุ้ง ตอนที่ 17: ขุนพลคู่ชีวิต

Comments

ทอรุ้ง ตอนที่ 15: หยุดพักบ้าง หยุดเดินบ้าง เพื่อก้าวต่อไปอย่างมั่นคง

 

ช่วงนี้ผมตกชุกจนไม่แน่ใจว่าเราอยู่ฤดูไหนแล้ว หน้าฝนแล้วเดี๋ยวก็คงหน้าหนาวมั้ง!!!!!

 

แน่นอนที่สุดครับว่าคนที่จะไปรุ่งและไปโลดในหน้าที่ การงาน กิจการ หรือ เรื่องใดๆก็ตาม บุคคลเหล่านั้นจำเป็นที่จะต้องทุ่มเทแรงกายแรงใจใส่ลงไปกันเต็มที่ทำงานหนัก เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย

 

แต่ทว่า การที่เราทำงานหนักอย่างต่อเนื่องแบบตัวเป็นเกลียวหัวเป็นน็อตแบบนี้ อาจจะทำให้เราเกิดอาการอ่อนล้า เปรียบเทียบง่ายๆเราเดินมานานๆมันก็เมื่อยมันก็ล้าเป็นธรรมดา บางกรณีเหนื่อยกายมากเข้าๆ ลามไปถึงเป็นอาการเหนื่อยใจ เพลียใจ กันได้เลยทีเดียว ผมคิดว่าการหยุดพักผ่อนเป็นสิ่งสำคัญ อย่างวันหยุดประจำสัปดาห์ถ้าเราพักผ่อนกายและใจอย่างเต็มที่ สิ่งเหล่านั้นจะทำให้เรามีแรงไปฟาดฟัน จัดหนัก กันต่อในสัปดาห์หน้า

การพักผ่อนช่วงสั้นๆ อย่างวันหยุดประจำสัปดาห์ๆละ 1 วัน อาจจะหยุดอยู่บ้าน ทำสวนปลูกผักก็ดี อ่านหนังสือก็ดี ออกไปดูหนังฟังเพลงก็ดี ไปเข้าก๊วนของสะสมหรือก๊วนก็อฟก็ดี ทำกิจกรรมสานสัมพันธ์ในครอบครัวก็ดี ไปเที่ยวต่างจังหวัดก็ดี หรือแม้แต่การสังสรรค์กับหมู่เพื่อนฝูงก็ดี กิจกรรมเหล่านี้ผมคิดว่า เป็นสิ่งสำคัญ ที่ไม่ควรละเลย บางท่านทำงานมากจนล้มหมอนนอนเสื่อ บางท่านทำงานจนลูกจำหน้ากันไม่ได้ บางท่านทำงานจนเพื่อนฝูงลืมไปแล้วว่ามันเคยมีตัวตน ผมคิดว่าท่านเหล่านั้นน่าจะหยุดพักบ้างก็น่าจะดี

 

การทำกิจกรรม ทำงานอดิเรกที่เราชอบนี้ จะทำให้เรา ลืมเรื่องงานไปโดยปริยาย ไม่ต้องอะไรมากอย่างเช่น การสังสรรค์พบปะเพื่อนฝูงแบบนานๆพบเจอที จะทำให้ลืมเรื่องงานแบบสนิทไปเลย แบบว่าพักสมองจากเรื่องราวของงานได้แบบเต็มๆ(แต่จะไปหนักหัวตอนตื่นพรุ่งนี้ก็ว่ากันอีกที 555+) การพาครอบครับไปทานข้าวนอกบ้านไปดูหนังซื้อของจะทำให้เราลืมเรื่องงานวุ่นๆลงได้ การที่เราทำงานอดิเรก ทำด้วยความชอบ ทำด้วยความสนุก เพลิดเพลิน จนทำให้เรารู้สึกผ่อนคลาย

 

 

หนึ่งในหลายๆ กิจกรรมที่ผมชอบทำเพื่อเติมแรงใจ (แต่ไม่น่าจะเติมแรงกายนะเพราะมันเหนื่อย 555+) ให้กับตัวเองในวันหยุดสุดสัปดาห์คือ การเข้าไร่เข้าสวน

 

ภาพ ทางเข้าบ้านในสวนเมื่อยามมีหมอกลง

 

 

 

บ้านที่อยู่อาศัยปัจจุบันของผมมีที่ดินที่ใช้ทำสวนอยู่แต่เดิม ผมคลุกคลีอยู่กับการเกษตรมาบ้างนิดหน่อยตามแต่โอกาส และตอนนี้ก็ไม่ได้เข้าไปทำสวนเต็มตัว (โดยส่วนตัวผมคิดว่าการเกษตรเป็นสิ่งที่น่าสนใจมากๆสำหรับผม) แต่ถ้าเมื่อใดก็ตามที่เวลาประจวบเหมาะสิ่งแรกๆที่ผมคิดจะทำ คือ การเข้าไปปลูกต้นไม้ ไปรดน้ำใส่ปุ๋ยดึงหญ้า หรือแม้ว่าไม่มีอะไรแบบว่าขอเดินดูการเจริญเติบโตของต้นไม้ก็ยังดี เดินเข้าดูต้นไม้ใบหญ้า ดูดิน มองหิน เดินไปรอบๆสวน

การที่ผมเดินเข้าไปในสวนแต่ละครั้ง ผมมักจะนึกถึงภาพความทรงจำครั้งอดีตที่คุณตาคุณยายได้ทำไร่ทำสวนอย่างขยันอดทนมานะอุตสาหะอย่างไม่ย่อท้อต่อความลำบาก ภาพในอดีตเหล่านั้นมักที่จะเป็นแรงผลักดัน เป็นภาพที่เติมแรงใจให้ผมก้าวไปข้างหน้าและไม่ย่อท้อ อย่างที่บรรพบุรุษของผมได้ปฎิบัติและผ่านจุดนั้นมา  

 

ภาพ สวนแฟงของคุณตา

 

 

การทำสวนในบางครั้งบางทีเราเข้าไปทำคนเดียวก็คงจะทำได้ยากและช้า ดังนั้นการเข้าสวนแต่ละที่ผมมักที่จะชักชวนแฟนผม น้าชาย น้องชาย น้องสาว เพื่อนสนิท ฯลฯ ซึ่งเขาเหล่านี้โดยปกติก็จะทำงานประจำกันโดยมาก เราจึงถือโอกาสนี้ เข้าสวนไปปลูกต้นไม้ ทำสวนไปคุยกันไปพลางๆ สนทนากันเรื่องจิปาถะไปพลาง ถามไถ่ จนกลายเป็นกิจกรรมนี้เป็นการสานสัมพันธ์ในครอบครัวในอีกรูปแบบหนึ่ง

 

 

ภาพ นำรถ 4WD ขนต้นยางนา ต้นสัก ตะเคียน ต้นมะกอกน้ำเข้าไปปลูกในสวน เมื่อฝนแรกของปีเริ่มโปรยลงมา

 

 

เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา แฟนผมเขาไปต่างจังหวัด ไปปิดทองฝังลูกนิมิต ไปทำบุญที่วัดต่างๆกับเพื่อน

 

แต่ผมตัดสินใจที่จะอยู่บ้านแทน ในเมื่ออยู่บ้าน ผมก็อยากเข้าสวน ณ วันนี้ ก็เข้าใกล้หน้าร้อนเต็มที่ กล้าไม้ที่เคยลงไว้เมื่อต้นหน้าฝนที่ผ่านมาอาจจะไม่รอดแล้ง คุณพ่อท่านก็บอกว่าถ้าว่าง ทำฝายทดน้ำเล็กๆให้หน่อยจะได้กักน้ำไว้รดในช่วงแล้ง

การทำฝายเล็กๆกักน้ำด้วยกระสอบทราย ถ้าทำคนเดียวคงจะไม่เสร็จเป็นแน่ เคสนี้ผมก็เลยขอแรงเพื่อนมาช่วยกันทำ

ภาพ ทำฝายยังไม่ทันเสร็จดี เด็กก็ลงมาเล่นน้ำกันเสียแล้ว!!!!

 

 

ภาพ ทำฝายเสร็จก็นั่งจิบเมรัย นั่งรอน้ำหายขุ่น นั่งมองน้ำใสไหลเอื่อยเอื่อย ฟังเสียงสายน้ำไหลริน เพลินดีและได้อรรถรสไปอีกแบบ

 

 

แน่นอนครับว่า การเข้าสวนของผมในแต่ละครั้งนั้น มันจะต้องเหนื่อยจนเสียเหงื่อโทรมกาย

แต่การเข้าสวนในแต่ละครั้งของผมนั้น มันจะทำให้หัวใจของผมมีแรงและชุ่มชื่นขึ้นอีกเป็นกอง

 

หยุดพัก วางภาระหน้าที่การงานลงบ้าง เพื่อมองดูรอบข้าง เพื่อเติมแรงใจ และก้าวต่อไปข้างหน้าอย่างมั่นคง

ขอให้บทความนี้จงได้สร้างประโยชน์ให้แก่ท่านผู้อ่านทุกท่าน

ขอให้ความร่ำรวยและความสุขสวัสดิ์จงมาสถิตแด่ท่าน

 

…[^,^]…

Mr.KH

2/2/55

Comments

ทอรุ้ง ตอนที่ 16: ถ้าผมเซ้งกิจการตอนนี้ผมจะได้กำไร 100,000 บาท

 

เมื่อมีข้อมูลที่ใช่ในการวิเคราะห์มากขึ้น จะสามารถทำให้เรา “ประมาณสถานการณ์ปัจจุบัน”  ได้อย่างแม่นยำมากยิ่งขึ้น ฉะนั้น ในบทความนี้ผมจะลองคำนวณมูลค่ากิจการที่ควรจะเป็นของร้านทอรุ้งกัน หลังจากการคำนวณกลับได้บทสรุปที่น่าตกใจ…..

 

ขอย้อนกลับไปเท้าความกันสักนิด เพื่อให้ได้อรรถรถในการอ่าน
ในขณะที่ผมพิจารณาเซ้งกิจการร้านกิ๊ฟช็อป ดังที่ได้เขียนไปใน
ทอรุ้ง ตอนที่ 1: มีคนบอกขายกิจการร้าน Gift Shop  http://goo.gl/nHLao

 

ขณะที่ผมกำลังจะเซ้งกิจการ ขอมูลที่ใช้ในการประกอบการตัดสินใจ มี

ข้อมูลเชิงคุณภาพ เป็นส่วนมากเช่น ฐานลูกค้า ความเป็นมา แหล่งซื้อ การขาย ฯลฯ
และจากการร้องขอ พี่เขาได้ให้ข้อมูลเชิงปริมาณบางส่วน คือ เขาได้ให้ บัญชี งบกำไร-ขาดทุน
จะเรียกว่าเต็มงบก็ไม่น่าจะถูก เพราะให้มาเพียงแค่ ยอดซื้อและยอดขาย ของ 4 เดือนที่เป็นไฮซีซั่น
(ที่เหลือพี่เขาไม่ได้ให้ พี่แกคงกลัวว่าถ้าให้เราดูงบตอนที่ขายไม่ดีแล้วเราอาจจะไม่เซ้งกิจจการมั้ง 5555+)

 

จากข้อมูลที่ได้ เราได้แต่ใช้การอนุมาน คาดคะเน หรือเรียกง่ายๆว่า “เดา” มูลค่าที่แท้จริง

ณ เวลานั้น ผมประเมินมูลค่ากิจการโดยใช้ การประเมินจากสินทรัพย์ที่มีอยู่ ดูว่า แพงเกินไปหรือไม่

ณ เวลานั้น ผมได้เน้นในเรื่อง ความเป็นไปได้ของกิจการและการอยู่รอดของกิจการเป็นหลัก

 

วันนี้ข้อมูลที่ พี่เค้าไม่ได้ให้มาเมื่อก่อน ผมน่าจะสามารถประมาณการคร่าวๆได้เกือบทั้งหมด

 คำถาม ทำไมถึงอยากลองประเมินมูลค่ากิจการทอรุ้ง?

คำตอบ จากตอนช่วงขายดี ช่วงไฮซีซั่นที่ผ่านมาจากการบวกกลบลบหนี้ ปรากฏว่า ผลกำไรมากกว่าที่คาดไว้มากพอสมควรจึงน่าจะทำให้กิจการน่าคืนทุนเร็วกว่าเดิม

 

จากตัวเลขที่ได้ใหม่ ทำให้ผมคาดการณ์ว่า “เราซื้อกิจการมาในราคาที่ถูกกว่าที่ควรจะเป็น”

Continue reading ทอรุ้ง ตอนที่ 16: ถ้าผมเซ้งกิจการตอนนี้ผมจะได้กำไร 100,000 บาท

Comments

แต่งรูปออนไลน์สไตล์ Vintage-Retro ฟรี

สวัสดีชาวมิตรรักแฟนเพลงของบล็อค creativeshooter.com ทุก ๆ ท่าน ช่วงนี้ผมไม่ค่อยว่างจากงานมากนัก ทำให้ไม่ค่อยมีบทความดี ๆ มาฝากกัน แต่ใจจริงแล้วมีเรื่องที่จะเขียนเยอะมาก เพราะไปพบเจอะอะไรดี ๆ มาเยอะแยะ เลยอยากจะแบ่งปันให้ท่านผู้อ่านทุก ๆ ท่านได้ดูเป็นแนวทางกัน

วันนี้จะมาแนะนำเรื่องการแต่งภาพออนไลน์ซึ่งมีผู้ให้ความสนใจเข้ามาอ่านมากมาย ซึ่งผมได้แนะนำเว็บไซต์ที่น่าสนใจสำหรับแต่งภาพออนไลน์ไว้หลายเว็บด้วยกัน คุณภาพน้อง ๆ โฟโต้ชอป เพียงแค่ไม่ต้องติดตั้งโปรแกรมให้ยุ่งยากเพียงแค่ท่านมีอินเทอร์เน็ตก็สามารถใช้งานได้ สำหรับท่านที่ยังไม่เคยอ่านให้กลับไปศึกษาเว็บที่ผมรวบรวมไว้ก่อนนะครับที่

ตัดแต่งรูปโดยไม่ต้องพึ่ง Photoshop

เอาล่ะยืดยาวมานาน วันนี้ผมมีเว็บแต่งภาพออนไลน์อีกอันที่ไม่พูดถึงก็คงจะไม่ได้นั่นก็คือ Pixlr.com ซึ่งเจ้าเว็บนี้มีการพัฒนา Feature ต่าง ๆ เพิ่มเติมอย่างไม่หยุดเอาใจขาโจ๋กันทีเดียว ซึ่งช่วงนี้คงหนีไมพ้นการแต่งภาพแบบ Vintage-Retro ซึ่งเราจะสามารถพบเห็นกันได้อย่างแพร่หลายใน Instragram (เป็นสังคมการแชร์ภาพถ่ายอีกแห่งหนึ่งที่ฮิตกันเพราะสามารถแต่งภาพในรูปแบบต่าง ๆ ได้ง่าย) เรามาดูกันเลยว่า เจ้าเว็บ Pixlr.com นี่มีอะไรใหม่ ๆ มาดูวิธีการใช้งานกันโดยเข้าไปที่

Continue reading แต่งรูปออนไลน์สไตล์ Vintage-Retro ฟรี

Comments