[แชร์ประสบการณ์] การเปิดโรงงาน!!!

Be Sociable, Share!

[แชร์ประสบการณ์] การเปิดโรงงานฉีดขึ้นรูปพลาสติก!!!

.

สวัสดี สวีดัดขอรับ … กระผมห่างหายจากการเขียนบทความยาวๆไปนานมาก แต่วันนี้กลับมาแล้วครับ ขอสักบทความตามคำเรียกร้อง (ใครเรียกร้องฟร่ะ 5555+) วันนี้จะมาเขียนแชร์ประสบการณ์ในการทำโรงงานครับ … บทความนี้เป็นบทความต่อเนื่องจากบทความนี้ครับ …

.

[แชร์ประสบการณ์] ที่ดินแบ่งขาย 24 เดือน กำไร 2 ล้านบาท!!!  https://pantip.com/topic/38369824

.

เพราะเรื่องราวดำเนินเรื่องต่อกันมาครับ เรื่องราวสรุปโดยย่อคือ … ผมไปซื้อที่ขนาด 12 ไร่ มาแปลงหนึ่ง แล้วก็แบ่งขายไปส่วนหนึ่ง ร่วมทุนส่วนหนึ่ง และ ถือครองเองอีกส่วนหนึ่ง … ในบทความนี้จะเล่าถึงในส่วนที่ร่วมทุนครับ

.

พรีเซนเตอร์สาวกับโรงงาน!!!

.

ความตั้งใจแรกของผมและหุ้นส่วนคือ การทำโกดังให้เช่า การสร้างไปเรื่อยๆแบบไม่เร่งร้อนอะไร มีลูกค้าสนใจจะเช่าติดต่อเข้ามาเรื่อยๆ แต่จุดเปลี่ยนอยู่คือเมื่อหุ้นส่วนผมพา “ลูกค้าชุดหนึ่ง” มาดู ซึ่งลูกค้าเจ้านี้เป็นที่รู้จักมักคุ้นกันดีกับหุ้นส่วนผมดี คนหนึ่งเป็นเจ้าของโรงฉีดพลาสติกขนาดกลางมีพนักงานราว 40-50 คน ส่วนอีกคนคือเจ้าของร้านค้าส่งเครื่องพลาสติกและอุปกรณ์ 20 บาทและมีสาขาของตัวเองมากกว่า 15 สาขา(แต่ละสาขาใหญ่ๆทั้งนั้น บางสาขายอดขายหลักแสนต่อวัน)

.

ลูกค้าคู่นี้ต้องการขยายการผลิตจึงพากันมาดูโรงงานของผมจากคำแนะนำของหุ้นส่วนผม … หุ้นส่วนผมคือน้าชายผมเอง ท่านมีโรงงานเป่าขึ้นรูปพลาสติกอยู่แล้ว และ ท่านก็มีธุรกิจซื้อมาขายไปเม็ดพลาสติกอยู่แล้ว … ท่านจึงรู้จักกับคนกลุ่มนี้ดีเพราะค้าขายกันอยู่ ลูกค้าคู่นี้สนใจมาก แต่คุยกันไปคุยกันมา เกินเลยจากการเช่าโกดังไปมาก เพราะ ลูกค้าที่มีร้านค้าส่งพลาสติกบอกหุ้นส่วนผมว่า “ป๋า เอางี้มั้ย ป๋าเปิดโรงงานเลย เดี๋ยวผมยกแม่พิมพ์มาให้เลย และ ผมการันตรีออร์เดอร์ให้ทุกเดือน 3 ปีต่อเนื่อง!!!!!”

.

ผมแค่ฟังก็คิดในใจว่า สงสัยงานจะเข้าซะแล้ว!!! เพราะ งานนี้เริ่มไม่ใช่งานเล็กแล้ว นี่มันงานโรงงานอุตสาหกรรมชัดๆ … จึงต้องประชุมด่วน นัดที่ 1 ตามมาก เพราะ โปรเจคโกดังเช่านี้มีหุ้นส่วนหลายคน … แต่ผมออกตัวแรงแสดงจุดยืนในที่ประชุมมากว่า ถ้าให้ผมทำคนเดียวในนามผมคนเดียวผมไม่ทำ เพราะ ผมมีความรู้ด้านนี้น้อยมาก และ ถ้าให้ผมทำคนเดียวผมทำอย่างอื่นที่ผมถนัดดีกว่า!!!! … เมื่อผมแสดงจุดยืนออกไป ที่ประชุมจึงสรุปว่า ถ้าทำจะจดบริษัทใหม่และทำร่วมกัน!!! และขอให้ผมไปศึกษาความเป็นไปได้ของธุรกิจในเบื้องต้นมาเพื่อประชุมกันในนัดต่อไป และ ต่อๆไป!!!

.
ผมช่างใจ คิดวิเคราะห์มานับเดือนสำหรับโปรเจคโรงงานการผลิตนี้ … ผมต้องปรึกษาเพื่อนๆหรือคนรู้จักหลายคนที่อยู่ในแวดวงธุรกิจว่าเคสนี้มีคำแนะนำให้ผมหรือไม่อย่างไร
.
จุดแข็งๆของกิจการเลยคือ อย่างแรกลูกค้ามีออเดอร์ที่แน่นอนมาให้ในระยะ 2-3 ปี เป็นอย่างน้อย และ อย่างที่สองหุ้นส่วนผมมีความรู้ทางด้านนี้พอสมควร (แต่ไม่อยากทำเอง แต่ท่านกะดันผมอย่างเดียว) … ด้วย 2 เงื่อนไขนี้ล่ะที่มันน่าคิด เพราะส่วนที่ยากที่สุดของการเริ่มกิจการว่าจะขายสินค้าให้ใคร มีคนจัดการให้แล้ว สิ่งที่ยากอีกอย่างคือความรู้ในสายวิชานั้นๆซึ่งหุ้นส่วนท่านก็มี และ สิ่งที่ยากลำดับถัดมาคือ “เงินลงทุน” … ผมมีนัดประชุมถกเครียดกันหลายรอบ ระหว่างหุ้นส่วนหลายท่านถึงโปรเจคการลงทุนในครั้งนี้เพราะโปรเจคนี้เป็นโปรเจคใหญ่ เงินลงทุนขั้นต้นคือ 10 ล้านบาท++ และถ้าลงแล้วต้องยาวเพราะเป็นกิจการประเภทการผลิต … คำถามในการประชุมที่ถกกัน ถ้าทำลงทุนเท่าไหร่อย่างไรกับอะไร? คาดการผลตอบแทนเท่าไหร่? บริหารงานอย่างไร? กลยุทธ์และแผนการระยะยาวเป็นอย่างไร? จุดควรระวังหรือจุดอ่อนคืออะไร? รวมถึงข้อควรระวังต่างๆ (เพราะหุ้นส่วนบางท่านไม่ได้อยู่ในแวดวงอุตสาหกรรมนี้ถึงต้องมีการถกถามในประเด็นต่างๆ) และ จบด้วยคำถามที่สำคัญทีสุด …. ว่าจะทำกิจการนี้หรือไม่?

.

ขึ้นขี่หลังเสือ!!! เพราะสรุปว่าทำครับ และที่ประชุมมีมติให้ผมเป็นหัวเรือของโปรเจคนี้ … เมื่อโปรเจคถูกตัดสินใจแล้วว่าทำ ตอนนี้เรื่องราวต้องเดินหน้า 150% … เข้าหาลูกค้าเพื่อคุยเรื่องคำสั่งซื้อสินค้า ลูกค้าบอกว่าพร้อมจะเปิดคำสั่งซื้อให้ 5 ล้านในปีแรก!!! (และจะเพิ่มขึ้นในปีต่อไปจะมากขึ้นถ้าชิ้นงานดี และถ้าผมขยายกำลังการผลิตได้) ต่อมาก็ทำเรื่องจัดตั้งบริษัทใหม่เพื่อดำเนินการ ขอใบประกอบอนุญาตทำโรงงานต่อไป ผมเตรียมดึงแม่ทัพฝีมือดีมาจากส่วนอื่นเพื่อมาช่วยงานนี้และหุ้นส่วนท่านได้พาผมไปฝากตัวกับพี่เลี้ยงท่านนึงที่เปิดกิจการคล้ายๆกัน(ก็ลูกค้าคนที่มาดูโรงงานนั่นล่ะ) บอกว่าต่อไปจะขอฝาก “เจ้าคนนี้” ด้วย อยากให้เข้ามาศึกษาดูงานในโรงงานของพี่เขาในอนาคต

.

ผมขึ้นขี่หลังเสือแล้วครับ ถอยไม่ได้แล้ว ถ้าถอยคิดจะลงก่อนที่เสือจะเชื่อง อย่างน้อยก็ต้องโดนกัดมีแขนขาเหวอะแน่นอน … แต่ในทางกลับกันถ้าผมควบมันไปจนรู้ใจ มันจะเป็นกิจการที่เป็นเสาหลักของผมได้อีกอย่างหนึ่งเลยทีเดียว!!!

.

ตอนที่โปรเจคนี้ถูกตัดสินใจ ผมคิดเลยว่า ตอนผมเรียนมหาวิทยาลัย ผมเคยนึกภาพว่า ผมจะไปเป็นวิศวกรในโรงานการผลิตงานที่ไหนสักแห่ง เพราะผมเรียนวิศวฯเครื่องกลมาและคาดหวังว่าจะไต่เต้าจนเป็นผู้จัดการแผนกได้ตอนอายุสัก 30 กว่าๆ … แต่ครั้นจบออกมาผมไปทำงานสายงานขาย จนไปลงทุนทำนู่นนี่นั่นเรื่อยมา … ตอนนี้ผมอายุ 34 บางทีชะตาชีวิตก็ตลก ผมห่างจากสิงที่เคยคิดไว้สมัยเรียนมาไกลมากแต่แล้ว ชะตามันก็พัดมาให้ผมต้องมาเป็น ผู้ถือหุ้นใหญ่และควบตำแหน่ง “ผู้จัดการโรงงาน” ในตอนนี้!!!!

.

ด้วยเงินทุนที่มีอยู่อย่างจำกัด เราจึงเลือกการซื้อเครื่องจักรมือสองแทน … เงื่อนไขผมท้าทายสุดๆ เพราะทันทีที่ผมรับว่าผมจะทำงานให้ลูกค้ายก แม่พิมพ์พร้อมให้ออร์เดอร์มาเลยในขณะที่ โรงงานผมยังไม่เสร็จด้วยซ้ำ … เอาไงละทีนี้หุ้นส่วนผมเลยใช้ดีลพิสดาร มีผู้เสนอขายเครื่องจักรที่เราสนใจพอดี เราเลยเอาแม่พิมพ์ไปเริ่มฉีดเลยและขอเอาคนของผมเข้าไปดูแลเครื่องเอง และจะขอวางเงินกึ่งหนึ่งเพื่อขอซื้อเครื่องจักรเครื่องนั้นและอีกกึ่งหนึ่งจ่ายเมื่อยกเครื่องจักรออกมา

.

ดังนั้นเท่ากับว่า ผมต้องไปคลุกอยู่ในโรงงานคนอื่นอีกนับเดือน ในขณะที่ผมจ้างเขาทำ ผมก็ประกาศรับสมัครทีมงานและเตรียมตัวไปควบคู่กัน เท่ากับว่าผมมีโอกาสพาตัวเองและทีมงานเข้าไปฝึกงานในโรงงานอื่นเดือนนึงเต็มๆ ผมบอกกับทีมงานโดยเฉพาะสายช่างว่า ซึมซับและเรียนรู้ให้เต็มที่เพราะที่นี่ยังมีคนตอบคำถามยังมีคนช่วยเรา แต่เมื่อเรายกเครื่องไปที่โรงงานเรา ทุกอย่างเราต้องบู้เองทั้งหมด!!! ตลอด 1 เดือนที่อยู่ที่นั่นแก้ปัญหากันสนุกมาก มันส์!!!!

.
ณ ตอนนี้ ผมย้ายเครื่องจักรออกมาโรงงานผมแล้วครับ โรงงานผมมีพนักงาน 14 คนแล้ว คนไทย 8 คนรวมผม และแรงงานพม่า(ถูกต้องตามกฎหมาย) อีก 6 คน… และจะยังรับเพิ่มอีกหลายเท่าตัวถ้าโรงงานทำการผลิตได้เต็มรูปแบบ!! ในช่วงแรกพนักงานที่ผมรับมานั้น ผมรับจากการพูดคุยและสัมภาษณ์ปากเปล่าล้วนๆ สัมภาษณ์กันในโรงงานที่ช่างกำลังมะรุมมะตุ้มอยู่นั่นเลย ณ ตอนนั้น ชุดแรกผมรับมา 5-6 คน แต่ยังไม่มีใครได้เขียนใบสมัครงานสักคน คนที่มาทำกับผมนี่โครตใจมากบอกเลย 555+!!!

.

ในช่วงแรกบรรดาคนที่ผมรับเข้ามาร่วมงาน ตำแหน่งที่ผมรับยากและเฟ้นที่สุดคือในตอนนี้คือ “เสมียน/บัญชี” … โรงงานเปิดใหม่ ไม่มีแบบฟอร์มอะไรสักอย่าง และ ผมเองก็ไม่มีเวลาทำเพราะสารพัดงานถาโถมที่เวลา 16 ช้่วโมงต่อวันยังทำไม่ทัน และที่สำคัญผมอ่อนเรื่องงานเอกสารมาก เพราะ ไม่ถนัดจริงๆ ไม่รอบครอบ จนมีปัญหาตามมาหลายกรณี ดังนั้นตำแหน่งนี้ต้องปิดรูนี้ได้ และที่เด็ดที่สุดคือต้อง “รู้เรื่องนี้มากกว่าผม” มีคนมาสมัครตำแหน่งนี่ 5 คน แต่คนที่ผมเรียกสัมภาษณ์มีคนเดียวที่เข้าข่ายที่ผมต้องการ … ฉะฉาน มั่นใจและเป็นงาน … 4 คน แค่คุยโทรศัพท์ก็เห็นภาพว่าไม่ใช่คนที่ผมตามหา … บางคนพึ่งจบ บางคนพูดแบบอ้อมแอ้มๆ บางคนถามนู่นนิดนี่หน่อยก็งง จนมาเจอคนนึงโทรมา พูดจาฉะฉานชัดเจน จนต้องนัดเวลาสัมภาษณ์งาน สัมภาษณ์แบบยืนคุยกันในโรงงานที่สารพัดทีมช่างกำลังทำงานอยู่!!

.

ผู้สมัครแน่นำตัว พร้อมยื่นเอกสารประกอบ …. ทำงานสำนักงานบัญชี 4 ปี ฝ่านการงานเงินธุรการในโรงงาน 2 ปี ฝ่ายคลังสินค้า 4 ปี!!! เล่าเรื่องราวและ ตอบคำถามได้ชัดเจน ผมบอกผู้สมัครไปตรงๆว่าผมสนใจคุณ ต้องการเขามาร่วมงาน … ผมเล่าเรื่องราวของโรงงานและสวัสดิการเบื้องต้นพร้อมยิงคำถามสำคัญว่า … “ต้องการเงินเดือนเท่าไหร่จากผม”… เขาบอกราคามา … ราคาที่เรียกมานั้นกลางๆและรับได้ …. แต่ผมก็แจ้งว่าผมขอเวลาคิดสักนิดแล้วช่วงเย็นๆจะโทรหา … สรุปว่าผมโทรไปแจ้งว่าผมรับราคาที่เสนอมาและนัดวันทำงานกัน … จำได้ว่า วันแรกที่เริ่มงาน ผมอยู่คุยงานได้แค่ชั่วโมงเดียวพร้อมกับทิ้งคอมฯไว้ให้เครื่องหนึ่งไกค์ไลน์สิ่งที่ผมต้องการ แล้วบอกว่าผมให้โจทย์แล้วที่เหลือทำต่อเลยไม่ต้องรอผม แล้วผมก็ไปทำงานจนไม่ได้คุยกันเลย…. วันที่สองได้คุยกันนิดหน่อย เขาถามเรื่องราวในหลายประเด็น …. วันที่สามผมเจอหน้าเขาพร้อมกับเอกสารที่ให้ผมพิจารณาหลายชุด เอกสารรับสมัครงาน นโยบายการรับสมัคร สัญญาจ้าง แบบฟอร์มภายในอีกสองตัว ซึ่งผมตรวจสอบในเบื้องต้นก็ใช้งานได้เกือบทุกตัว!!!!!
.
ในวันนั้นผมแจ้งเขาว่า ทดลองงาน 3 เดือนก่อน ถ้าทำงานได้แบบนี้และคงเส้นคงวา ผมจะปรับเงินเดือนขึ้นให้ตามความสามารถ!!!
.
พนักงานรุ่นบุกเบิก 5-6 คนชุดแรกนี้ได้ใจผมทุกคน โคตรบู้ บู้งานได้ไม่แพ้ผมเลยจริงๆ …. ผมบอกกับพวกเขาทุกคนว่า ถ้ารักษาคุณภาพงานได้แบบนี้ผมรับรองว่าโตไปพร้อมกับผมแน่นอน!!!! … บางคนยังไปผ่านทดลองงาน 3 เดือนเลย ผมขึ้นเงินเดือนให้ไปแล้ว 2 คน จะไม่ขึ้นให้ได้ไงครับ ทำงานเข้าตามาก!!!

.

ขอเล่านอกเรื่องนิดนะครับ

.

ถ้าผมวางมือจากโรงงานนี้ น่าจะเป็น 1 ใน 3 คนนี้ล่ะครับรับช่วงต่อ … ภาพเหล่าทายาทกับเครื่องจักร!!!

.

ลูกสาวคนโตผมน่าจะชอบงานบ้านเช่ามากกว่าโรงงาน!!! ผมพาลูกสาวคนโตผม อ.3 ไปโรงงาน ผมบอกให้ลูกช่วยทำความสะอาดเครื่องจักร … ลูกสาวบอกไม่เอาอ่ะ เลอะ(คราบน้ำมันไฮโดรลิคดำๆ) หนูไม่อยากทำ!!!?!!! … แต่พอภรรยาผมพาลูกสาวคนโตไปทำความสะอาดบ้านเช่า ลูกได้หมด ช่วยปัดกวาดเช็ดถูแบบเต็มใจ!! วันก่อนมีช่างแอร์มาติดแอร์บ้านเช่าหลังหนึ่ง ลูกก็ช่วยงานได้ตามสมควร ช่วยเอาขยะไปทิ้ง ช่วยกวาดพื้น และบอกว่าหนูชอบบ้านหลังนี้ … ผมในฐานะพ่อก็ภูมิใจครับ ถึงแม้ลูกจะไม่ชอบงานเครื่องจักรแต่ชอบงานบ้านเช่าทำอย่างเต็มใจผมก็โอเคร … และผมในฐานะคนสร้างบ้านหลังนี้ก็ภูมิใจ อย่างน้อยลูกก็ชอบงานที่ผมสร้าง(แต่ตอนนี้ปล่อยเช่าอยุ่) ค่อยๆทำ ค่อยๆสอน ”เรื่องราวเกี่ยวกับงาน” ของ ผม … ค่อยๆอธิบายให้ลูกฟัง ให้เธอเข้าใจงานของผมทีละน้อย ค่อยๆให้ลูกซึมซับในสิ่งที่เราคิด แต่ไม่บีบคั้น ให้เด็กๆเลือกช่วยงานตามความเหมาะสม
.
มันคงเป็นการดี ถ้าเราไปทำงานและลูกก็ชอบไปทำงานกับเรา … และจะดีมากที่สุดถ้าลูกช่วยงานเราอย่างเต็มใจครับ!!!

.

ภรรยาผมถ่ายรูปขณะที่ลูกสาวกำลังช่วยทำความสะอาดบ้านเช่าของเราหลังหนึ่ง แล้วส่งภาพมาให้ผมดู!! ผมยังคุยติดตลกกับภรรยาว่า สงสัยว่าที่มือวางอันดับหนึ่งของไม้ต่อสายธุรกิจอสังหาฯให้เช่าของผมจะปรากฎตัวแล้ว 5555+

.

เอาล่ะ ไถลไปไกลเลยครับ กลับเข้าเรื่องต่อ

.

ทุกกิจการจำต้องมีแผนครับ… ตามแผนของผม ผมจะขยายโรงงานในพื้นที่เดิมได้ในปีหน้าและขึ้นโรงงานที่ 2 ได้ใน 4 ปี และ ถ้างานไปได้ดี จะขึ้นโรงงานที่ 3 ได้ ใน 7-10 ปี … ในขณะเดียวกันผมจะพัฒนาโรงงานขึ้นตามลำดับ เช่น การขอมาตรฐานอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น ISO ต่างๆ JIS และ HACCAP(ถ้าได้ทำงานที่เกี่ยวเนื่อง) … โรงงานนี้ก็เช่นกันครับตอนนี้ผมผลิตงานร้าน 20 บาทเป็นหลัก แต่ต่อไปก็ขยับไปผลิตสินค้ามาตรฐานส่งบริษัทผลิตอุปกรณ์ไฟฟ้าครัวเรือน(เริ่มมีการศึกษาลู่ทางไว้บ้างแล้ว) และ เข้าเสนอตัวเพื่อผลิตชิ้นงานส่งอุตสาหกรรมรถยนต์ในที่สุด การได้ทำงานที่มีคุณภาพจะทำให้เรามีระบบและคุณภาพขึ้นตามลำดับ นี่คือความท้าทายสายรับจ้างผลิตครับ แต่งานที่ท้าทายอีกอย่างหนึ่งคือการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของตัวเองครับ พัฒนาได้ยังไม่พอต้องทำให้มันติดตลาดได้!!!

.

.

สรุป ผมลุยกับโปรเจคนี้มา 3-4 เดือน (ไม่นับรวมการคุมงานก่อสร้าง) เรื่องราวกิจการนี้มันใหม่และรวดเร็วมากๆ และทุกอย่างต้องทำงานแข่งกับเวลา จนผมต้องทำงานวันล่ะ 16 ชั่วโมงมาหลายสัปดาห์ติด!!!! ถ้าทำได้มากกว่านี้ก็จะทำแต่เหมือนว่ามันไม่ไหว … ผมเป็นผู้ประกอบการ ดังนั้นรายได้หลักของผมมาจากผลประกอบการของกิจการที่มีกำไร …ในทางกลับกัน ถ้าผมลงทุนแล้วไม่มีกำไร ผมก็จะไม่มีรายได้ … ถ้าผมทำกิจการแล้วไม่ประสบความสำเร็จ นอกจากจะไม่มีรายได้แล้วยังเข้าเนื้อทรัพย์สินหดหายอีก … และที่สำคัญคือผมมีรายจ่ายค้ำคอหลักแสนบาทต่อเดือน!!! (เกิดจากการกู้ยืมมาลงทุนเป็นส่วนมาก)

.

ท่านใดที่ตามอ่านเรื่องราวของผมมาบ้างจะพอทราบว่า ผมเองพึ่งฟื้นจากการล้มครั้งใหญ่ ตลอดปีสองปีที่ผ่านมาผมปล่อยให้รายจ่ายกินทรัพย์สินไปเรื่อยๆ เพราะ ไม่มีแรงกายแรงใจที่จะทำ … แต่ตอนนี้ผมฟื้นแล้ว แรงการและแรงใจมาเต็ม และพร้อมสำหรับการเริ่มการลงทุนครั้งใหม่!!! ตอนนี้มันเป็นช่วงแรกของการเริ่มงานต้องทุ่มเทเต็มที่เพราะถ้าเราออกสตาร์ทได้ไม่ดีโอกาสที่จะล้มตั้งแต่ออกตัวก็มีสูง ผมพลาดมาเยอะแล้ว ผมไม่ต้องการพาตัวเองกลับไปจุดนั้นอีก

.

ชีวิตผมไม่มีสูตรตายตัว ว่าผมจะทำอะไร ณ วันนี้ผมประกอบธุรกิจหลากหลายมาก ธุรกิจซื้อมาขายไป ธุรกิจบ้านเช่า ธุรกิจสร้างบ้านขาย ร้านกาแฟ ร้านอาหาร และล่าสุดคือโรงงานผลิต!! ซึ่งในแต่ละกิจการตามที่ผมแจ้งนั้นมีเนื้อหา มีเรื่องราวและวงจรในการบริหารที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง … การบริหารร้านอาหารย่อมไม่เหมือนกับการบริหารบ้านเช่าและแน่นอนว่าย่อมต่างกับการบริหารโรงงานโดยสิ้นเชิง การที่จะบริหารงานได้ตัองรู้ลึกถึงเนื้อธุรกิจนั้นๆ!!!!

.

ผมชอบเรียนรู้ ชอบทดลองทำ ทำอย่างตั้งใจ และ เรียนรู้ที่จะรักในสิ่งที่ทำเสมอ … ก่อนที่ผมจะเริ่มลงมือผมจะเริ่มจากการศึกษาก่อนลงมือทำ ก่อนที่ผมจะเริ่มสั่งงานลูกน้องผมต้องลงมือทำเองให้รู้และทำให้เป็นก่อนเสมอ ทุกการลงมือทำไม่ว่าผลจะดีหรือไม่ แต่สิ่งที่ได้แน่นอน คือความรู้และประสบการณ์ และ จุดเด่นที่สุดที่ผมมี คือผมจะรักและทุ่มเทให้กับสิ่งที่ผมทำเสมอ งานหนัก งานเลอะ ผมไม่เกี่ยง เพราะ ผมมีความสุขกับงานที่ผมทำ ถึงแม้ว่าผมจะเลือกทำในสิ่งที่ผมรักอย่างเดียวไม่ได้แต่ผมก็สามารถรักในสิ่งที่ผมทำได้เสมอ ดังนั้น ถึงแม้งานจะหนักผมแค่ไหนก็ตาม ผมก็สามารถมีความสุขและสนุกได้ทุกวันครับ

.

…[^_^]…

ลงชื่อ มาม่ากับปลากระป๋อง

ปล.

– ติดตามเรื่องราวของผมได้ในเพจนี้ครับ … เพจคุยเรื่อยเปื่อยครับ

https://www.facebook.com/creativeshooter/

อ่านเขียนเก่าๆอ่านได้โดยการกดที่ “อมยิ้มมาม่าปลากระป๋อง” ได้เลยครับ

– 5 แนวทางการทำธุรกิจให้เจ๊ง … ผมลองมาแล้วสรุปว่า “เจ๊ง” จริง!! https://bit.ly/2zS3NIV
– 5 บทเรียนชีวิต ใน 1 ปี!!! https://bit.ly/2QoMiFn

Be Sociable, Share!

มาม่ากับปลากระป๋อง

ผมนักเดินทาง "ล่าฝัน" บนถนนสายยาวที่ชื่อว่า "ชีวิต" ระหว่างทางผ่านประสบพบเจอเรื่องราวต่างๆมากมาย เลยคว้าคีย์บอร์ดขึ้นมาพิมพ์แทน "ปากกา" ใช้บล็อก Creativeshooter.com แทน "สมุด" เพื่อบันทึกและแบ่งปันการเดินทางในครั้งนี้

More Posts - Website