เมื่อเร็วสุดสัปดาห์ที่แล้วผมมีโอกาสแวะไปเที่ยวจังหวัดสุราษฎร์ธานี และจุดมุ่งหมายที่จะไปครั้งนี้คือเขื่อนรัชชประภา หรือที่เรารู้จักในนาม เขื่อนเชี่ยวหลาน และกุ้ยหลินเมืองไทย ความที่มีลักษณะเป็นเขาหินปูนรูปร่างแปลกแตกต่างกันออกไปคล้ายคลึงกับที่เที่ยวขึ้นชื่อของเมืองจีน เขื่อนเชื่ยวหลานนี้มีอายุ 9 ปีแล้ว (ขณะที่ไปเที่ยว)
ผมเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิโดยสายการบินแอร์เอเชีย ซื้อกระเป๋าเพิ่มอีก 15 kg. เพิ่มตังค์อีก 580 บาท แต่ใช้จริง ๆ ไม่ถึง 7 kg. ด้วยซ้ำ
เราถึงสนามบินสุวรรณภูมิ 6.15 น. เราไปเจอกับสิ่งที่ห้ามเอาขึ้นเครื่องแต่สามารถโหลดใต้เครื่องได้ ห้ามเอาดาวกระจายไปปาเล่นนะ
เช็คอินที่เคาท์เตอร์ Air Asia เรียบร้อยแล้วก็เดินตรงไปรอบริเวณที่จะขึ้นเครื่องเลย จะมีรถเมล์ฟรีภาษีประชาชนพาเราไปขึ้นเครื่องที่จอดอยู่บนลานบน แต่ว่าวันนี้เราจะเจอกับแอร์โฮสเตสคนไหนนะ
บรรยากาศขณะบินก่อนออกปากอ่าวไทย ผมได้ค้นพบว่าเมืองไทยทำบ่อปลากันเยอะ
เวลา 8.00 น. ถึงสนามบินสุราษฎร์ธานี อากาศมีเมฆและฝนโปรยปราย อ่อลืมบอกไปก่อนขึ้นเครื่องผมได้โทรจองรถตู้จากตลาดเกษตร 2 ให้มารับที่สนามบินแจ้งเวลาที่จะไปถึงเสร็จสรรพ ราคาคนละ 180 บาท ส่งถึงท่าเรือเขื่อนเชี่ยวหลาน ใช้เวลาประมาณ 1.45 ชั่วโมง
รถตู้ที่ผมนั่งเบาะสบายกว่ารถตู้แถว ๆ กรุงเทพหลายเท่าเลยครับ
เขื่อนรัชชประภาเป็นส่วนหนึ่งของ อ.บ้านตาขุนจังหวัดสุราษฎร์ธานี
มาถึงท่าเรือของเขื่อนเชี่ยวหลานแล้ว ธรรมเนียมค่าเข้าเราไม่ต้องเสียเพราะซื้อเป็นแพจเกจทัวร์หัวละ 1,490 บาท ในนี้รวมค่าเรือไปกลับ ค่าแพ อาหารสามมื้อ ค่านำเที่ยวถ้ำปะการัง สำหรับเราถือว่าคุ้มทีเดียว ที่พักสามารถเลือกได้ระหว่าง แพสายชล กับ แพเพลินไพร เรามีเพื่อน join trip นี้อีกสองคนมิฉะนั้นต้องจ่ายเพิ่ม 300 บาท แต่ตอนนี้รู้สึกแพจเกจจะขึ้นราคาครับ ลองเข้าไปดูที่เว็บ http://www.chiewlarn.com/forum/
พาชมวิวระหว่างทางไปแพสายชลที่พักของเรา
น้ำใสสีสวยจริง ๆ
สีขาว ๆ คือระดับน้ำปกติครับ ปีนี้ถึงแม้ฝนตกหนัก แต่น้ำในเขื่อนยังถือว่าน้อยกว่าปรกติ
คุณนิค กัปตันสปิริตสูง ขับฝ่าฝนพาเราขึ้นฝั่งในวันกลับ
นั่งเรือมาประมาณ 1 ชม. ถึงแล้วที่พักของเรา “แพสายชล” รูปนี้เป็นแพหลังใหม่ไฮโซ น้ำใสไหลเย็นเห็นตัวปลา
กาแฟชาโอวัลตินเติมไม่อั้น มี “เขาช่อง” ด้วย
เรือแคนนูบริการ พายไปไหนก็ได้ฟรี ถ้ามีแรงเหลือ
เวลา 12.20 น. อาหารเที่ยงมื้อแรก กับข้าว 4 อย่าง เติมไม่อั้น เหมาะสำหรับผู้ใช้แรงงานอย่างพวกเรา โต๊ะผมมีสี่คนแต่ละคนสายแข็งทั้งนั้น อาหารหน้าตาธรรมดาแต่รสชาติไม่ธรรมดาเลยครับ แถมมีผลไม้ล้างปากให้อีก
กินเสร็จผมไม่รอช้า “อาบน้ำ” ทันที
อิ่มเสร็จเวลาประมาณบ่ายสองเราขึ้นเรือแล้วเดินเท้าไปอีกกิโลกว่า ๆ ไปยังแพ 500 ไร่ เพื่อจะต่อแพไปชมถ้ำประการังกัน จุดอยู่เป็นเขตพื้นที่รับผิดชอบของหน่วยรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองแสง
มาถึงแล้วครับ บริเวณปากทางเข้าและความสวยงามในถ้ำปะรัง ด้านในไม่มีไฟนะครับ ถ้าเป็นไปได้ให้นำไฟฉายไปด้วยก็ดี จะได้ดูได้หลาย ๆ จุด
ภายด้านในถ้ำมีน้ำออกมาจากรูนี้สมัยก่อน ถ้ำปะการังมีอายุกว่า 250 ล้านปี
หลังจากเราไปเตลิดกัน ณ ถ้ำปะการัง พอขึ้นแพปุ๊บ ฝนตกปั๊บ ทัวร์ลำหลัง ๆ ที่กลับมาไม่ทันเปียกปอนกันไป นี่บรรยากาศเวลาประมาณ 18.30 น. ระหว่างพักผ่อนรอทานข้าวมื้อค่ำ หลังจากฝนหยุดก็มีหมอกลอยขึ้นมาจากป่ารอบทิศทางทันที
เวลา 19.07 น. ดินเนอร์สุดหรูที่แพสายชล เหมือนเดิม “เติมไม่อั้น” แต่กินได้ไม่เยอะหรอก เติมอย่างน้อย 2 รอบเอง
หลังจากอิ่มท้องแล้วมาอิ่มเอมกับบรรยากาศ ลืมบอกไปที่นี่เปิดไฟตั้งแต่ 6 โมงเย็นถึงเที่ยงคืนนะครับ มีพัดลมตัวเล็กให้ แต่ผมไม่เปิดเพราะอากาศมันเย็นสบาย
เดี๋ยวมาต่อกันตอนต่อไป วันที่สองสำหรับ เตลิดทัวร์ เที่ยวสุราษฎร์ธานี เชี่ยวหลาน กุ้ยหลิน รัชชประภา เมืองไทย
Comments