จากข้อมูลเบื้องต้นที่ได้รับมา จะเห็นได้ว่า ต้นทุนคงที่ 11,000 บาทต่อเดือน (ค่าเช่า 9,000 บาท ค่าน้ำค่าไฟ 2,000 บาท) ถ้ายอดขายและกำไรได้เพียง 75% จากของเดิมจากการเปลี่ยนแปลงคนขาย กำไรคิดเป็นประมาณ 22,500 บาท (พิจารณาที่กำไร ให้ต้นทุนสินค้าและสินค้าคงคลังคงที่)
22,500 บาท นี้ส่วน คือที่รวมค่าแรงและผลตอบแทนจากการลงทุนลงไป
กิจการนี้มีความเป็นไปได้ครับ!!! มีลุ้น!! ถ้ามีความเป็นไปได้แล่วคำถามถัดมาคือใครจะเป็นคนลุยงานนี้
มาเข้าสู่หัวใจของบทความนี้กัน นั่นคือเรื่องของบุคลากร เรื่องนี้เป็นสิ่งสำคัญอันดับต้นๆของกิจการ การมีคนที่ดีมีคุณภาพกิจการมาลุยงานก็มีชัยไปกว่าครึ่ง
ถามว่าผมทำได้หรือไม่ ขายของร้านขายของขวัญ ตอบทันทีว่าได้ แต่จะทำได้ดีขนาดไหนไม่แน่ใจ แต่ความจริงตั้งแต่ได้ฟังการลงทุนนี้ครั้งแรก ก็คิดในใจทันทีแล้วว่า ใครจะเป็นคนมาทำ เพราะตัวผมเองและคุณแม่ของผมก็ติดหน้าที่การงานอยู่หลายตำแหน่งพอสมควร ดังนั้นใครเล่าใครแต่ที่สำคัญต้องเป็นผู้หญิง!!!
โดยส่วนตัวผมคิดว่า ธุรกิจแต่ละประเภทเหมาะสมกับเจ้าของที่ต่างกันออกไป หรืออาจกล่าวได้ว่า กิจการแต่ละแบบจะเหมาะสมกันตามลักษณะนิสัยใจคอ ความถนัดช่ำชอง ความรักความชอบส่วนบุคคลอย่างนี้เป็นต้น
ในที่สุดก็ผมก็มาลงล็อกที่แฟนผมเอง ที่มีความชอบในกิจการลักษณะนี้เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว กอปรกับมีทักษะการขายของที่เป็นเอก อีกทั้งยังมีความเบื่อกับการการแก่งแย่งชิงดีกันเองของคนในองค์กรที่ทำงานเดิม เธอจึงตัดสินใจได้ไม่ยากที่จะก้าวเข้ามาเป็นตัวหลัก เข้ามาบุกเบิกกิจการนี้
การที่ก้าวหันหลังออกมาจากหน้าที่การงานที่มั่นคงมันคงไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับหลายๆคน แต่ถ้าเราก้าวออกมาแล้ว เราอยู่ได้โดยไม่เดือดร้อน ที่สำคัญการที่ก้าวออกมานั้นเป็นการก้าวเพื่อเป็นนายตัวเอง มีอิสระทางความคิด โดยที่การสร้างผลตอบแทนที่ดีได้นั้นจะแปรผันตามความขยันเป็นสำคัญ
ดังนั้นเมื่อกิจการมีความเป็นไปได้และมีคนเป็นแกนหลักแล้ว ก็คงจะลุยจนถึงที่สุดแน่ครับ!!!
และเมื่อตัดสินใจได้แล้วก็ต้องมีอะไรให้ทำอีกเยอะ
ติดตามตอนต่อไปได้ใน ทอรุ้ง ตอนที่ 3: ใช้ชื่อเดิมในการลุยกิจการต่อ
ขอให้บทความชิ้นนี้จงได้สร้างประโยชน์ให้แก่ท่านผู้อ่านทุกท่าน
ขอให้ความร่ำรวยและความสุขสวัสดิ์จงมาสถิตแด่ท่าน
…[^,^]…
Mr.Kh
2/9/54
ปล. โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
Comments