ร้านกิ๊ฟช็อป ทอรุ้ง ตอนที่ 13: วางกลยุทธ์ดันตูดยอดขาย

หลังจากที่ผมได้ลงบทความเรื่อการขายแบบโหนกระแส แฟนผมเข้ามาอ่าน อ่านเสร็จแล้วเธอถามผมว่า

อ้าว!!! วันนั้น ไหนบอกว่าจะขาย “หัวหมู” โหนกระแสเทศกาลตรุษจีนกับเขาบ้าง….

แหม!! ไอ้เราก็แค่พูดด้วยความ “อยากโหนกะเค้าบ้าง” ไม่ได้คิดอะไรมากจริงๆนะ 555+

 

ตอนที่ 13 จะเป็นเรื่องต่อเนื่องจากเหตุการณ์ที่เกี่ยวเนื่องจากสองตอนที่ผ่านมาขอรับ

ร้านกิ๊ฟช็อป ทอรุ้ง ตอนที่ 11: วันนี้ที่รอคอย (มานานแล้ว!!!) http://goo.gl/n4Qws

ร้านกิ๊ฟช็อป ทอรุ้ง ตอนที่ 12: การขายแบบปกติและการขายแบบโหนกระแส http://goo.gl/nwMFu

 

มาต่อกันเลยดีกว่าครับ หลังจากที่เราอิจฉาพวกโหนกระแสที่ทำแล้วเวริค์มาพอหอมปากหอมคอ

ในเมื่อเรายังไม่เชี่ยวชาญพอที่จะโหนกระแส แล้วเราจะทำอย่างไรที่จะเพิ่มยอด?

 

มาดูเคสกันครับ ถ้าพวกโหนกระแส มีกิจการยอดขายทั้งปีทรงตัว ยอดขายสม่ำเสมอ

แล้วเขามาโหนกระแสกระตุ้นยอดช่วงปีใหม่ถึงวันวาเลนไทน์ กราฟเขาจะประมาณนี้

(ดูลักษณะกราฟนะครับ อย่าพิจารณาที่ตัวเลขเพราะนั่งเทียนมา 555+)

 

ยอดปกติคงที่ กราฟยอดขายจะพุ่งตอนอยู่ในช่วงช่วงปีใหม่ถึงวันวาเลนไทน์

 

 

ถ้าเป็นกิจการที่มีกลุ่มลูกค้าหลักเป็น นักเรียน นักศีกษา พวกรองเท้า กระเป๋านักเรียน เครื่องเขียน พวกเขาน่าจะเข้าข่ายมียอดขายเป็นวัฎจักร

เพิ่มขึ้นลดลงตาม ปิดเทอม-เปิดเทอม

ปิดเทอมยอดขายตกต่ำ เปิดเทอมใหม่ยอดขายพุ่ง มาจับกระแสช่วงปีใหม่อีกนิดดันกราฟ

 

 

ตัวกิจการร้านกิ๊ฟช็อป ทอรุ้ง เองก็มีกลุ่มลูกค้าหลักเป็นนักเรียนเช่นกัน ดังนั้นไม่ต้องคาดเดาเลยว่า

ทอรุ้ง เองก็ตกอยู่ใน กิจการแบบวัฎจักรด้วยเช่นเดียวกัน แต่ลักษณะของกราฟน่าจะเคลื่อนไหวมากว่า หวือหวามากกว่า

 

ปิดเทอมยอดขายตกต่ำ เปิดเทอมใหม่ยอดขายขึ้นมานิดนึง ไปได้ยอดมาโปะช่วงไฮซีซั่น

 

 

ตัวเราเองถ้าไปจับกระแสกับเข้าบ้าง ก็เกรงอยู่บ้าง สิ่งที่เกรงที่สุดคือ การที่เราอ่านตลาดไม่ขาด

ถ้าอ่านไม่ขาด ไม่เข้าใจแนวโน้มอย่างถ่องแท้โอกาสขาดทุนมีสูง!!! 

 

 

พิจารณาจากกราฟยอดขาย ทอรุ้ง เป็นเหมือนชามข้าววางหงาย มีตูดชาม มีขอบหัวชาม

เอ๊ะ!! ถ้าอย่างนั้นเป็นไปได้ไหม ถ้าเราจะดันฐานชามมันขึ้นมา?

เมื่อเป็นเช่นนี้ กลยุทธ์ดันตูดยอดขายจึงเกิดขึ้น

 

ก็หวังว่ากราฟทอรุ้งจะเป็นเช่นนี้ หลังจากใช้กลยุทธ์ดันฐานแล้ว

 

 

เป็นที่เข้าใจได้ว่าร้านกิ๊ฟช็อปโดยมากมักจะพ่วงกับสินค้าชนิดอื่น

ดังนั้น นี่อาจจะเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ตอบว่าทำไมถึงต้องพ่วง (เพื่อดันยอดนี่เอง อืมมม)

 

กลับมาดูตัวเรา มาพิจารณาตัวเราเอง พิจารณากิจการเราเอง

ชอบ/ไม่ชอบ ถนัด/ไม่ถนัด ไหว/ไม่ไหว ขายได้/ไม่ได้?

ว่าเราจะดันตูดสินค้าตัวไหนได้บ้าง?

จะเสริมสินค้าตัวไหนได้บ้าง?

ทอรุ้งควรดันอะไรดี?

 

จากในหลายๆตัวเลือก

คำตอบในการเลือกของเราคือ กระเป๋าแฟชั่น

 

จะเป็นสินค้าตัวแรกที่ทอรุ้งจะนำมาช่วยดันฐานยอดขาย

 

ทอรุ้ง จะวางกลยุทธ์ดันตูดยอดขายโดยการแตกไลน์สินค้าเพิ่ม

ทำไมถึงเลือกกระเป๋า?

-เจ้าของมีความถนัดในสินค้าแฟชั่นกระเป๋า สามารถเลือกซื้อสินค้าที่ดีสวย มาจำหน่ายได้ (ไม่ใช่ผมนะขอรับ …[^,^]…)

-สามารถหาแหล่งกระเป๋าที่มีคุณภาพและราคาสวยได้

-ต้นทุนในการดัน การสต็อกไม่สูงมาก

ประเด็นที่สำคัญที่สุดที่ทำให้เราเลือกกระเป๋าคือ ลูกค้าเดิมรู้ว่าเรามีกระเป๋าขาย

เพราะว่า เจ้าของทอรุ้งคนเดิม ขายกระเป๋าคู่กับกิ๊ปช็อปมานาน ลูกค้าจะรู้ว่าทอรุ้งมีกระเป๋า

แต่เมื่อผมเซ้งเขามาผมได้สต็อกกระเป๋ามาด้วยก็จริง แต่ก็ไม่ได้ซื้อเพิ่ม ไม่ได้ทำตลาด

ไม่ได้วางโชว์ในจุดที่เด่น ไม่ได้ทำอะไรกับสินค้าชนิดนี้

ดังนั้น ทอรุ้ง กับ กระเป๋า เองไม่ถึงขนาดที่ว่าบุกเบิกกันใหม่หมด เพียงแต่แค่ปลุกคืนชีพใหม่มันเท่านั้นเอง

 

 

เมื่อฟันธงได้แล้วจะรอช้าอยู่ไย!!!!

ขอตัวไปจัดมุมแสดงสินค้าตัวเอกตัวใหม่เสียหน่อย

(ต้องตั้งโต๊ะใหม่ เอหรือว่าจะใส่ตู้ดี ต้องติดไฟส่องแล้วสาดใส่กระเป๋าจะได้เด่นๆ แล้วต้องบลา บลา บลา ……)

 

 

ขอให้บทความนี้จงได้สร้างประโยชน์ให้แก่ท่านผู้อ่านทุกท่าน

 

ขอให้ความร่ำรวยและความสุขสวัสดิ์จงมาสถิตแด่ท่าน

 

…[^,^]…

Mr.KH

23/1/55

 

ปล.

-กราฟที่ผมทำขึ้นเป็นกราฟค่าที่ประมาณขึ้นครับจากการคาดคะเนส่วนตัว ไม่มีหลักฐานในการยืนยันข้อมูล

-กลยุทธ์การแตกไลน์สินค้าอาจจะไม่ใช่วิธีที่ดีที่สุด อาจจะไม่เหมาะสมกับทุกกิจการ อย่าลืมวิเคราะห์ความเสี่ยงให้รอบด้านนะขอรับ เพื่อลดความเสี่ยงอาจเกิดขึ้นได้

มาม่ากับปลากระป๋อง

ผมนักเดินทาง "ล่าฝัน" บนถนนสายยาวที่ชื่อว่า "ชีวิต" ระหว่างทางผ่านประสบพบเจอเรื่องราวต่างๆมากมาย เลยคว้าคีย์บอร์ดขึ้นมาพิมพ์แทน "ปากกา" ใช้บล็อก Creativeshooter.com แทน "สมุด" เพื่อบันทึกและแบ่งปันการเดินทางในครั้งนี้

More Posts - Website