ร้านกิ๊ฟช็อป ทอรุ้ง ตอนที่ 11: วันนี้ที่รอคอย (มานานแล้ว!!!)

แชร์เพื่อนเลย

     

    หลังจากที่ยอดขาย งึมๆงำๆงงๆ มาหลายเดือน และแล้วเมื่อ…ฟ้าจาง ฝนสร่าง แสงแดด สาดส่องต้องละอองน้ำ กลายเป็น สายรุ้ง ที่ทอแสงอย่างงดงาม เสมือนวันที่รอคอยมาแสนนาน….

     

    ณ วันที่  29 ธันวาคม 2554

    เป็นวันที่ ผมมีความสบใจเป็นอย่างยิ่งกับการที่ได้เห็น สภาพภายในร้านทอรุ้ง กลายมาเป็นเหมือนปลากระป๋องที่อัดแน่นไปด้วยลูกค้า!!! ตามมาดูกันครับ…

     

    ผมและปอกลับมาถึงร้านทอรุ้งจากซื้อของในกรุงเทพประมาณบ่ายสองกว่าๆ นั่งพักผ่อนคุยกับคุณแม่และน้องที่มาช่วยขายของ นั่งแช่คลายเมื่อยได้สักพักนึง

     

    เวลาประมาณ บ่ายสามเศษ เด็กนักเรียน เดินๆเข้าร้านเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เรื่อยๆ เรื่อยๆ จนอาจจะกล่าวได้ว่าเด็กนักเรียนที่เดินเข้ามาในซอยนี้ตรงมาที่ร้านทอรุ้ง มาเพื่อที่ซื้อของขวัญ มากันเต็มพิกัด!!! เยอะมาก!! และผ่านไปกว่าสองชั่วโมงแล้วไม่มีทีท่าว่าเด็กจะลดลง!!!

     

     รองเท้ามากมาย ณ หน้าร้านทอรุ้ง

    ภายในช่วงเวลาไม่กี่ชั่วโมง (15.30 น – 19.30 น)

    คาดเดาว่าลูกค้าเข้าร้านทอรุ้ง มากกว่า 200 คน!!!! สามารถปิดการขายได้เท่าไรไม่แน่ชัด

    ที่แน่ๆมีลูกค้ามากกว่า 100 คนที่เดินมาถึงหน้าร้านเห็นคนมากมาย เลยผละจากไป!!!!

    วันแบบนี้แหละ เหตุการณ์แบบนี้แหละที่รอคอยมานาน!! ขายเข้าไป!! เต็มที่!!

     

     

    กลุ่มลูกค้าที่เป็นนักเรียนเยอะมากๆในวันนี้

    ทำไมลูกค้าถึงมากันมากมายขนาดนี้?

    จากคำบอกเล่าของเด็กๆที่มาซื้อของได้ความว่า วันพรุ่งนี้ 30 ธันวาคม 2554 เป็นวันศุกร์ เป็นวันเปิดเรียนวันสุดท้ายของปี ซึ่งที่โรงเรียนนักเรียนเกือบทุกชั้นจะมี การจับฉลากแลกของขวัญ กัน จึงทำให้เด็กต้องมาหาซื้อของขวัญไปจับกัน

     

    ในเหตุการณ์ครั้งนี้ก็ทำให้ทอรุ้งได้บทเรียนและประสบการณ์ไปพร้อมๆกันมาลองดูกันครับว่ามีอะไรบ้าง

     

    1. ของขวัญที่เด็กๆจะมาหาซื้อเลือกหา เด็กๆจะเลือกพิจารณาดูที่ ราคา เป็นอันดับแรก ว่าราคาตรงกับที่โรงเรียนหรือครูหรือเพื่อนๆตั้งกันมาหรือไม่ ถ้าตรงตามราคาที่ตั้งไว้ค่อยมาดูในส่วนของความชอบและสวยงาม ในเคสนี้ของร้านทอรุ้ง สินค้าที่อยู่ในระดับราคา 100 – 200 บาทขายหมดเกือบทุกชิ้น

     

    2. โชคดีมาก ที่เพื่อนบ้าน เตือนและบอกกล่าวล่วงหน้าว่าเหตุการณ์แบบนี้จะเกิดขึ้น ณ วันเวลาประมาณนี้ ทำให้เราสามารถเตรียมคนช่วยขาย (วันนั้นไปช่วยกัน 5 คนรวมผม) เตรียมสินค้าไว้จำหน่ายได้พอสมควร (แต่ก็ยังคงไม่เพียงพอ) เตรียมวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการห่อของขวัญไว้บ้างแต่ก็ไม่พออีกเช่นกัน (กระดาษห่อของขวัญ ลังกระดาษใส่ของ เทปกาว ถุงใส่ของขวัญขนาดต่างๆ)

     

    3. แน่นอนครับว่าของมีหายแน่!!! ขึ้นอยู่กับว่าจะมากหรือจะน้อยเท่านั้นเอง ผมไม่ได้มีอคติหรืออย่างไรนะครับเพียงแต่แค่เห็นเด็กหยิบของใส่กระเป่าเท่านั้นเอง บางคนที่เราเห็นเจากำลังจะขโมยและบังเอิญเขารู้ว่าเรากำลังดูเขาอยู่เขาก็คืนหรือยับยั้งมือไว้ เรื่องนี้ ผมต้องเก็บไว้เป็นการบ้านครับว่าเราจะทำอย่างไรดี

     

    มีหลายช่วงเวลาที่ผมนั่งดูลูกค้าอยู่ด้านหน้าร้าน เพราะข้างในลูกค้าเยอะและข้างในร้านอากาศร้อนมาก!!! และที่สำคัญผมห่อของขวัญไม่เป็น เลยโดนเนรเทศมาเฝ้าหน้าร้าน 5555+

     

    ณ จังหวะนั้นผมก็มีข้อสงสัยประการหนึ่งว่า ร้านอื่นๆ ขายดีไหม?

    เมื่อมีคำถามเช่นนี้ จะรอช้าอยู่ไย ผมไปดูเลยครับ….

     

    ….หลังจากที่ผมวนอยู่หลายร้านและหลายรอบ ผมพอจับประเด็นได้หลายประเด็นเหมือนกัน

    แต่ขอเก็บเอาไว้เขียนเล่าในตอนหน้านะขอรับ กับตอนที่มีนามว่า

    ร้านกิ๊ฟช็อป ทอรุ้ง ตอนที่ 12: การขายแบบปกติและการขายแบบโหนกระแส

     

    ขอให้บทความนี้จงได้สร้างประโยชน์ให้แก่ท่านผู้อ่านทุกท่าน

     

    ขอให้ความร่ำรวยและความสุขสวัสดิ์จงมาสถิตแด่ท่าน

     

    …[^,^]…

    Mr.KH

    16/1/55

     

    ปล.

    เรื่องกล่องใส่ของขวัญตัวนี้สำคัญมาก ถ้าเราเตรียมกล่องไว้ไม่เพียงพอจะทำให้เราเสียเวลาและเปลืองค่าใช้จ่ายมากๆ เพราะว่า ถ้าของขวัญมีขนาดไม่ตรงกับกล่องที่มีทางเลือกก็จะที 2 ทางคือ

    1.ห่อใส่กล่องที่มีขนาดใหญ่กว่าของขวัญ ซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น

    2.แปลงกล่องเดิมที่มีอยู่ให้มีขนาดเท่ากับของขวัญ ซึ่งจะใช้เวลานานพอสมควร

    ดังนั้นจะเป็นการดีกว่าถ้าเราจะเตรียมกล่องไว้ให้มากเพียงพอ ปีหน้าผมจะเตรียมกล่องไว้ผมต้องท่วมร้านเลยครับเจอปีนี้เข็ดเลย 555+

    แชร์เพื่อนเลย

      มาม่ากับปลากระป๋อง

      ผมนักเดินทาง "ล่าฝัน" บนถนนสายยาวที่ชื่อว่า "ชีวิต" ระหว่างทางผ่านประสบพบเจอเรื่องราวต่างๆมากมาย เลยคว้าคีย์บอร์ดขึ้นมาพิมพ์แทน "ปากกา" ใช้บล็อก Creativeshooter.com แทน "สมุด" เพื่อบันทึกและแบ่งปันการเดินทางในครั้งนี้

      More Posts - Website