Free for Now!

Recent Posts

ร้านกิ๊ฟช็อป ทอรุ้ง ตอนที่ 14: การทำตลาดในโลกออนไลน์ที่มีชื่อเรียกอย่างเท่ๆว่า Content Marketing

ผมมีความฝันอย่างหนึ่งที่ผมต้องการจะสานฝันนี้ของผมให้มันเป็นจริงให้ได้ ความฝันชิ้นนี้ของผมคือ ผมอยากเป็นครูสอนหนังสือ ถึงแม้ว่าที่ผ่านมาจังหวะเวลาและโอกาสของผมยังโคจรไปไม่ตัดกับความฝันนี้ แต่บัดนี้ความฝันน้อยๆของผมได้เป็นจริงทีละน้อย ถึงแม้ว่ารูปแบบและลักษณะของการกระทำจะผิดแปลกไปจากที่ผมคิดไว้แต่เดิม จากฝันที่จะเป็นครูสอนเต็มตัวก็เปลี่ยนรูปแบบการถ่ายทอดความรู้ออกมาในรูปลักษณะของงานเขียนแทน……

 

หลายสัปดาห์ก่อน ผมได้มีโอกาสคุยกับมีเพื่อนนักการตลาดท่านหนึ่ง ทางสังคมออนไลน์

ผมสนทนากับเขาเกี่ยวกับเรื่องบทความของ ทอรุ้ง

 

ผมบอกกับเพื่อนท่านนี้ว่า ผมไม่มีความมั่นใจในการเขียน “บทความที่เกี่ยวกับการตลาด” เพราะผมคิดว่ามันเป็นเรื่องที่ ละเอียดอ่อนและซับซ้อน ทั้งในการที่จะทำ การวัดผล หลักคิด รวมถึงการที่จะเขียนเรื่องใดสักเรื่องเกี่ยวกับการตลาด ลงในทอรุ้ง

 

เพื่อนท่านนั้นตอบผมกลับมาว่า ด้วยประโยคว่า

“555 ก็สิ่งที่ทำอยู่นี้ล่ะ เค้าเรียกว่า การตลาด”

 

หืมมมม!!!! …. การตลาดอะไร? เราทำอะไรหว่า?

 

เขาบอกว่า

ที่ผมกำลังทำ ที่ผมเขียนบทความเหล่านี้ เขาเรียกว่า Content Marketing

 

หืมมมม!!!! …. อะไรหว่า Content Marketing?

 

เพื่อนเขาทิ้ง คำว่า Content Marketing ไว้ให้ผมได้ไปขบคิดเล่น…………

 

รูปภาพจาก http://thumbsup.in.th/2012/01/content-marketing-organize/

Continue reading ร้านกิ๊ฟช็อป ทอรุ้ง ตอนที่ 14: การทำตลาดในโลกออนไลน์ที่มีชื่อเรียกอย่างเท่ๆว่า Content Marketing

Comments

ร้านกิ๊ฟช็อป ทอรุ้ง ตอนที่ 13: วางกลยุทธ์ดันตูดยอดขาย

หลังจากที่ผมได้ลงบทความเรื่อการขายแบบโหนกระแส แฟนผมเข้ามาอ่าน อ่านเสร็จแล้วเธอถามผมว่า

อ้าว!!! วันนั้น ไหนบอกว่าจะขาย “หัวหมู” โหนกระแสเทศกาลตรุษจีนกับเขาบ้าง….

แหม!! ไอ้เราก็แค่พูดด้วยความ “อยากโหนกะเค้าบ้าง” ไม่ได้คิดอะไรมากจริงๆนะ 555+

 

ตอนที่ 13 จะเป็นเรื่องต่อเนื่องจากเหตุการณ์ที่เกี่ยวเนื่องจากสองตอนที่ผ่านมาขอรับ

ร้านกิ๊ฟช็อป ทอรุ้ง ตอนที่ 11: วันนี้ที่รอคอย (มานานแล้ว!!!) http://goo.gl/n4Qws

ร้านกิ๊ฟช็อป ทอรุ้ง ตอนที่ 12: การขายแบบปกติและการขายแบบโหนกระแส http://goo.gl/nwMFu

 

มาต่อกันเลยดีกว่าครับ หลังจากที่เราอิจฉาพวกโหนกระแสที่ทำแล้วเวริค์มาพอหอมปากหอมคอ

ในเมื่อเรายังไม่เชี่ยวชาญพอที่จะโหนกระแส แล้วเราจะทำอย่างไรที่จะเพิ่มยอด?

  Continue reading ร้านกิ๊ฟช็อป ทอรุ้ง ตอนที่ 13: วางกลยุทธ์ดันตูดยอดขาย

Comments

ร้านกิ๊ฟช็อป ทอรุ้ง ตอนที่ 12: การขายแบบปกติและการขายแบบโหนกระแส

 

ในสุดยอดตำราการศึกนามว่า “ตำราพิชัยสงคราม” ที่ถ่ายทอดโดยท่านปรมาจารย์ซุนวู ได้กล่าวไว้ในสุดยอดตำราของท่านว่า “รู้เขา รู้เรา รบร้อยครั้ง ชนะร้อยครั้ง”  คราครั้งนี้ข้าเถ้าธุรีน้อยขอหยิบยืมคำท่านปรมาจารย์ไปปรับใช้กับทอรุ้ง……..

 

ประโยค “รู้เขา รู้เรา รบร้อยครั้ง ชนะร้อยครั้ง”  นี้เป็นคำกล่าวที่สุดแสนจะคลาสสิคและเป็นคำกล่าวที่มีคุณอนันต์สามารถนำไปประยุกต์กันอย่างกว้างขวาง ผมได้เล่าถึงเรื่องราวของทอรุ้งมาบ้างพอควร ในบทความผมขอนำทุกท่านไปดูฐานที่มั่นของคู่แข่งกันบ้าง

 

ความเดิมจากตอนที่แล้ว….

ท่านที่ยังไม่ได้อ่าน ตอนที่ 11 อาจจะสงสัยว่าอะไรยังไง อ่านตอนที่ 12 แล้วจะงง ติดตามตอนเก่าได้ใน ทอรุ้ง ตอนที่ 11: http://goo.gl/wqSW6 ขอรับ

 

Continue reading ร้านกิ๊ฟช็อป ทอรุ้ง ตอนที่ 12: การขายแบบปกติและการขายแบบโหนกระแส

Comments

วิธีการดูแลรักษาผิวสำหรับผู้ชาย

ทุกวันนี้ผู้ชายส่วนใหญ่เสียเงินและเวลามากไปกับการออกกำลังกาย การเลือกกินอาหาร เลือกซื้อเสื้อผ้าแบรนด์เนม ทำทรงผมตามสไตล์ หรือ ใช้มือถือราคาแพงๆ ผู้ชายส่วนใหญ่ต้องทำงานหาเงิน จึงมีเวลาน้อยที่จะดูแลรักษาผิว หากคุณละเลยการบำรุงผิวหน้า หรือ ผิวกายของคุณ ผิวบนใบหน้าและผิวกายของคุณก็จะดูแก่กว่าวัยได้อย่างรวดเร็ว ดังนั้นคุณควรที่จะเรียนรู้การบำรุงผิวของคุณไว้ด้วย

วิธีการดูแลผิวหน้าผู้ชาย

วิธีการดูแลผิวหน้าผู้ชาย

คุณ Zaida Harris ผู้เชี่ยวชาญของ Willow Spas ใน in Santa Monica, California เคยพูดไว้ว่า “ใบหน้าของเราจะแสดงออกถึงทุกๆอย่าง” “ผิวหน้าก็เหมือนกัน คือสิ่งที่สะท้อนถึงอารมณ์ภายในตัวเราด้วย”

Continue reading วิธีการดูแลรักษาผิวสำหรับผู้ชาย

Comments

ร้านกิ๊ฟช็อป ทอรุ้ง ตอนที่ 11: วันนี้ที่รอคอย (มานานแล้ว!!!)

 

หลังจากที่ยอดขาย งึมๆงำๆงงๆ มาหลายเดือน และแล้วเมื่อ…ฟ้าจาง ฝนสร่าง แสงแดด สาดส่องต้องละอองน้ำ กลายเป็น สายรุ้ง ที่ทอแสงอย่างงดงาม เสมือนวันที่รอคอยมาแสนนาน….

 

ณ วันที่  29 ธันวาคม 2554

เป็นวันที่ ผมมีความสบใจเป็นอย่างยิ่งกับการที่ได้เห็น สภาพภายในร้านทอรุ้ง กลายมาเป็นเหมือนปลากระป๋องที่อัดแน่นไปด้วยลูกค้า!!! ตามมาดูกันครับ…

 

ผมและปอกลับมาถึงร้านทอรุ้งจากซื้อของในกรุงเทพประมาณบ่ายสองกว่าๆ นั่งพักผ่อนคุยกับคุณแม่และน้องที่มาช่วยขายของ นั่งแช่คลายเมื่อยได้สักพักนึง

 

เวลาประมาณ บ่ายสามเศษ เด็กนักเรียน เดินๆเข้าร้านเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เรื่อยๆ เรื่อยๆ จนอาจจะกล่าวได้ว่าเด็กนักเรียนที่เดินเข้ามาในซอยนี้ตรงมาที่ร้านทอรุ้ง มาเพื่อที่ซื้อของขวัญ มากันเต็มพิกัด!!! เยอะมาก!! และผ่านไปกว่าสองชั่วโมงแล้วไม่มีทีท่าว่าเด็กจะลดลง!!!

 

 รองเท้ามากมาย ณ หน้าร้านทอรุ้ง

ภายในช่วงเวลาไม่กี่ชั่วโมง (15.30 น – 19.30 น)

คาดเดาว่าลูกค้าเข้าร้านทอรุ้ง มากกว่า 200 คน!!!! สามารถปิดการขายได้เท่าไรไม่แน่ชัด

ที่แน่ๆมีลูกค้ามากกว่า 100 คนที่เดินมาถึงหน้าร้านเห็นคนมากมาย เลยผละจากไป!!!!

วันแบบนี้แหละ เหตุการณ์แบบนี้แหละที่รอคอยมานาน!! ขายเข้าไป!! เต็มที่!!

 

 

กลุ่มลูกค้าที่เป็นนักเรียนเยอะมากๆในวันนี้

ทำไมลูกค้าถึงมากันมากมายขนาดนี้?

จากคำบอกเล่าของเด็กๆที่มาซื้อของได้ความว่า วันพรุ่งนี้ 30 ธันวาคม 2554 เป็นวันศุกร์ เป็นวันเปิดเรียนวันสุดท้ายของปี ซึ่งที่โรงเรียนนักเรียนเกือบทุกชั้นจะมี การจับฉลากแลกของขวัญ กัน จึงทำให้เด็กต้องมาหาซื้อของขวัญไปจับกัน

 

ในเหตุการณ์ครั้งนี้ก็ทำให้ทอรุ้งได้บทเรียนและประสบการณ์ไปพร้อมๆกันมาลองดูกันครับว่ามีอะไรบ้าง

 

1. ของขวัญที่เด็กๆจะมาหาซื้อเลือกหา เด็กๆจะเลือกพิจารณาดูที่ ราคา เป็นอันดับแรก ว่าราคาตรงกับที่โรงเรียนหรือครูหรือเพื่อนๆตั้งกันมาหรือไม่ ถ้าตรงตามราคาที่ตั้งไว้ค่อยมาดูในส่วนของความชอบและสวยงาม ในเคสนี้ของร้านทอรุ้ง สินค้าที่อยู่ในระดับราคา 100 – 200 บาทขายหมดเกือบทุกชิ้น

 

2. โชคดีมาก ที่เพื่อนบ้าน เตือนและบอกกล่าวล่วงหน้าว่าเหตุการณ์แบบนี้จะเกิดขึ้น ณ วันเวลาประมาณนี้ ทำให้เราสามารถเตรียมคนช่วยขาย (วันนั้นไปช่วยกัน 5 คนรวมผม) เตรียมสินค้าไว้จำหน่ายได้พอสมควร (แต่ก็ยังคงไม่เพียงพอ) เตรียมวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการห่อของขวัญไว้บ้างแต่ก็ไม่พออีกเช่นกัน (กระดาษห่อของขวัญ ลังกระดาษใส่ของ เทปกาว ถุงใส่ของขวัญขนาดต่างๆ)

 

3. แน่นอนครับว่าของมีหายแน่!!! ขึ้นอยู่กับว่าจะมากหรือจะน้อยเท่านั้นเอง ผมไม่ได้มีอคติหรืออย่างไรนะครับเพียงแต่แค่เห็นเด็กหยิบของใส่กระเป่าเท่านั้นเอง บางคนที่เราเห็นเจากำลังจะขโมยและบังเอิญเขารู้ว่าเรากำลังดูเขาอยู่เขาก็คืนหรือยับยั้งมือไว้ เรื่องนี้ ผมต้องเก็บไว้เป็นการบ้านครับว่าเราจะทำอย่างไรดี

 

มีหลายช่วงเวลาที่ผมนั่งดูลูกค้าอยู่ด้านหน้าร้าน เพราะข้างในลูกค้าเยอะและข้างในร้านอากาศร้อนมาก!!! และที่สำคัญผมห่อของขวัญไม่เป็น เลยโดนเนรเทศมาเฝ้าหน้าร้าน 5555+

 

ณ จังหวะนั้นผมก็มีข้อสงสัยประการหนึ่งว่า ร้านอื่นๆ ขายดีไหม?

เมื่อมีคำถามเช่นนี้ จะรอช้าอยู่ไย ผมไปดูเลยครับ….

 

….หลังจากที่ผมวนอยู่หลายร้านและหลายรอบ ผมพอจับประเด็นได้หลายประเด็นเหมือนกัน

แต่ขอเก็บเอาไว้เขียนเล่าในตอนหน้านะขอรับ กับตอนที่มีนามว่า

ร้านกิ๊ฟช็อป ทอรุ้ง ตอนที่ 12: การขายแบบปกติและการขายแบบโหนกระแส

 

ขอให้บทความนี้จงได้สร้างประโยชน์ให้แก่ท่านผู้อ่านทุกท่าน

 

ขอให้ความร่ำรวยและความสุขสวัสดิ์จงมาสถิตแด่ท่าน

 

…[^,^]…

Mr.KH

16/1/55

 

ปล.

เรื่องกล่องใส่ของขวัญตัวนี้สำคัญมาก ถ้าเราเตรียมกล่องไว้ไม่เพียงพอจะทำให้เราเสียเวลาและเปลืองค่าใช้จ่ายมากๆ เพราะว่า ถ้าของขวัญมีขนาดไม่ตรงกับกล่องที่มีทางเลือกก็จะที 2 ทางคือ

1.ห่อใส่กล่องที่มีขนาดใหญ่กว่าของขวัญ ซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น

2.แปลงกล่องเดิมที่มีอยู่ให้มีขนาดเท่ากับของขวัญ ซึ่งจะใช้เวลานานพอสมควร

ดังนั้นจะเป็นการดีกว่าถ้าเราจะเตรียมกล่องไว้ให้มากเพียงพอ ปีหน้าผมจะเตรียมกล่องไว้ผมต้องท่วมร้านเลยครับเจอปีนี้เข็ดเลย 555+

Comments

ร้านกิ๊ฟช็อป ทอรุ้ง ตอนที่ 10: เงินหายไปไหน?

 

การทำธุรกิจนั้นเราจำเป็นที่จะต้องเตรียมใจให้พร้อมรับกับปัญหาและอุปสรรคที่จะตามมาหรือที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ปัญหาและอุปสรรคทางธุรกิจจะแตกต่างกันออกไปตามแต่ลักษณะของกิจการ บทความนี้ผมขอเล่าถึงปัญหาที่สำคัญยิ่งอีกประการหนึ่งของการทำธุรกิจ นั่นคือ ปัญหาทางการเงิน ปัญหาดังกล่าวอาจเกิดมาจากหลายๆสาเหตุ ใบบทความนี้ผมขอเล่าถึง ปัญหาทางการเงิน ที่ ทอรุ้ง ได้ประสบมา….

 ในช่วงแรกๆของการเริ่มต้นดำเนินกิจการ ร้านกิ๊ฟช็อป ทอรุ้ง ผมประสบปัญหาสภาวะทางด้านการเงินเหมือนกัน ปัญหาที่ว่านี้คือ “เงินไม่พอใช้” เรามาลองวิเคราะห์ตามเหตุการณ์กันเลยนะขอรับ

 ช่วงที่กิจการมีปัญหาเงินไม่พอใช้ ช่วงดังกล่าวอยู่ประมาณ เดือน ตุลาคม 2554 หลังจากเปิดกิจการมาได้ 1-2 เดือน เป็นที่แน่นอนครับว่าถ้าเงินขาดมือย่อมจะทำให้เจ้าของเครียดไปด้วย!!! ต้องไปหาเงินตัวนู้นตัวนี้มาโปะเขาไป เราก็พยายามให้วิกฤตเรื่องราวนี้ผ่านไปได้ พอมันผ่านพ้นไปผมก็กลับมาตั้งคำถามกับตัวเองว่า

 

ทำไมนะเงินถึงช็อต? ซึ่งเป็นคำถามที่เกิดขึ้นในใจ

สันนิษฐานไว้ว่าปัญหานี้ไม่ได้เกิดจากภายนอก เพราะว่าร้านก็พอขายได้ ไม่ถึงขนาดกับว่าไม่มีลูกค้าเลย ผมเลยตัดประเด็นทางด้านการขายการตลาดออกไปก่อน เพราะว่าร้านก็พอขายได้ ดีไม่ดีค่อยมาว่ากันทีหลัง

 

ดูจากยอดแล้วมันน่าจะพอไหว แต่ทำไม?

ด้งนั้นปัญหาน่าจะเกิดภายในร้านทอรุ้งเอง ว่าแต่ว่าปัญหานั้นคืออะไร?

 คิดอะไรไม่ออก ดูงบตัวเองก่อนเลยครับ จะได้รู้ว่าอะไรยังไง (ผมได้กล่าวถึงความสำคัญของการจดบันทึกบัญชี ติดตามได้ใน ร้านกิ๊ฟช็อป ทอรุ้ง ตอนที่ 7: การจดบันทึกบัญชีรายรับรายจ่ายนั้นสำคัญมาก http://goo.gl/cmBeS )

  Continue reading ร้านกิ๊ฟช็อป ทอรุ้ง ตอนที่ 10: เงินหายไปไหน?

Comments

ร้านกิ๊ฟช็อป ทอรุ้ง ตอนที่ 9: โชว์เด๋อที่สำเพ็ง

 

ขอเปิดบทความแรกของปีด้วยประโยคว่า “สวัสดีปีใหม่ขอรับ ปีใหม่ปีนี้ขอให้สุขภาพดีมีเงินใช้กันทุกทุกคนนะขอรับ” …[^_^]…

 

เริ่มบทความแรกรับปีใหม่ด้วยการเล่าประสบการณ์โชว์เด๋อรับปีใหม่ที่สำเพ็งกันก่อนเลยนะครับ เรื่องมีอยู่ว่า…..

 

วันที่ 1 ม.ค. 2555 เวลา 23.00 น. ออกเดินทางเข้าสู่แหล่งสินค้าขายส่งขนาดใหญ่ในเมืองหลวงที่มีนามว่า “สำเพ็ง” เนื่องจากสินค้าที่มีวางจำหน่ายในร้านกิ๊ฟช็อปทอรุ้งลดลงมากจนต้องซื้อหามาเพิ่มเติม

 

วันที่ 2 ม.ค. 2555 เวลา 1.00 น. เดินทางเกือบจะที่หมาย มีบางอย่างผิดสังเกตคือ ไม่มีรถจอดตามข้างทาง ทางเดินเท้าที่ปกติตอนขับรถผ่านจะผู้คนจะพลุกพล่านวันนี้กลับไม่มี!!! ขับรถมาเรื่อยๆ โดยที่มีแต่ความสงสัยจนมาถึงที่จอดรถประจำ วันนี้ไม่มีคนจ่ายบัตรจอดรถ!!! ซึ่งปกติที่จอดรถนี้จะคลาคล่ำไปด้วยรถรา กว่าจะจอดรถได้ต้องวนรถเป็นชั่วโมงแต่ทว่าวันนี้กลับไม่มีรถเลย!!!! ลงเดินจากรถจ้ำเท้ามุ่งหน้าเข้าตลาดเช้า เข้าตรอกร้านค้าประจำ ….สิ่งที่ปรากฏสู่สายตาคือความว่างเปล่า ไม่มีคน ไม่มีของ ไม่มีร้านค้า ไม่คนขาย ไม่มีอะไรเลย!!!!

 

 

ลานจอดรถที่ว่างเปล่า

 

เฮ้ย!..หรือว่าตลาดสำเพ็งจะปิดปีใหม่?

เฮ้ย!..หรือว่าตลาดสำเพ็งยังไม่เปิด?

เฮ้ย!..หรือว่าตลาดสำเพ็งจะปิดวันนี้?

เฮ้ย!..เรามาทำไมเนี่ย?

 

หลังจากที่ยืนมองหน้ากันและถกกันอยู่พักใหญ่ ท้ายที่สุดเมื่อเราคิดอะไรไม่ออกเราก็ต้องถามผู้รู้ นั่นคืออาจารย์กูเกิ้ล(google)

Continue reading ร้านกิ๊ฟช็อป ทอรุ้ง ตอนที่ 9: โชว์เด๋อที่สำเพ็ง

Comments

ทอรุ้ง ตอนที่ 8: สวัสดีปีมังกร

 

นับถอยหลังอีกแค่ไม่กี่วันก็จะเข้าสู่ศักราชใหม่เต็มทีแล้วนะครับ นั่นคือวันปีใหม่ วันปีใหม่ซึ่งเป็นเทศกาลที่คนไทยนิยมให้ของขวัญซึ่งกันและกัน แน่นอนครับว่าในช่วงนี้มันคือช่วงที่ ยอดขายของทอรุ้งจะพุ่งสูงที่สุดในรอบปี

 

การที่ยอดขายสูงกว่าปกติมาก อาจจะทำให้เกิดปัญหาแก่กิจการได้เช่นกัน แต่มันจะไปในแนวทางที่ว่า “เป็นปัญหาก็จริงแต่เป็นปัญหาที่ดี” มาดูกันครับว่ามีอะไรบ้าง

-       คนไม่พอ ดังนั้นต้องเตรียมคนให้พร้อม!!!

ยอดขายมากงานก็มากเป็นเงาตามตัว ต้องมีการเตรียมความพร้อมในเรื่องของ “คน” ให้พร้อม เช่นในช่วงเวลาขายดีเช่น ช่วงเย็นหลังเลิกเรียน/เลิกงาน วันเสาร์ ลูกค้าจะเข้าร้านเยอะมาก จนเกิดภาวะงานล้นคน จากที่ปกติมีเราคนเดียวก็ทำได้กลายเป็นเราทำไม่ทัน!!!!! จะมานั่งรับลูกจ้างก็คงไม่ทันการณ์ ดังนั้นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าตอนนี้ก็คือพี่ๆน้องๆใครว่างก็ไปช่วยๆกัน ห่อของขวัญหรือเชียร์ลูกค้าไม่เป็นมานั่งเก็บเงินให้ก็ยังดี

 

-       ซื้อของยากขึ้น ดังนั้นต้องเตรียมเวลาให้พร้อม!!!

ยอดขายมาก ต้องไปซื้อของเข้าร้านบ่อยขึ้นจากปกติเราเข้าไปซื้อของที่กรุงเทพฯเดือนละ 1-2 ครั้ง ช่วงนี้เราต้องเข้าไปซื้อของมากกว่า 4 ครั้งต่อเดือนกันเลยทีเดียว และในช่วงนี้ที่แหล่งขายส่งใหญ่ๆระดับประเทศอย่างเช่นที่สำเพ็งคนจะเยอะมาก จากปกติเราออกจากร้านตี 2 ถึงสำเพ็ง ตี 3 กว่าๆ ซื้อของเสร็จกลับถึงร้านเต็มที่ไม่เกินเที่ยง แต่ตอนนี้ถ้าเราออกจากร้านตี 2 ถึงสำเพ็ง ตี 3 กว่าๆก็จริงแต่!!! กว่าจะได้ที่จอดรถก็ปาเข้าไปได้ตี 4 กว่าๆ กว่าจะกลับถึงร้านปาเข้าไปบ่ายสาม ด้วยความที่คนมากกว่าเดิมทำให้การซื้อของไม่สะดวกเหมือนปกติ ใช้เวลาเยอะขึ้น จากร้านประจำที่ปกติที่เคยเดินเอาของมาส่งเราที่รถช่วงนี้ไม่ส่ง เพราะลูกค้าเยอะจนไปส่งไม่ทัน ต้องลากไปเอง

  Continue reading ทอรุ้ง ตอนที่ 8: สวัสดีปีมังกร

Comments

ทอรุ้ง ตอนที่ 7: การจดบันทึกบัญชีรายรับรายจ่ายนั้นสำคัญมาก

ท่านเจ้าของกิจการที่ทำการประกอบธุรกิจไม่ว่าขนาดเล็กหรือใหญ่จำเป็นต้องมีการจัดทำบัญชี ซึ่งการจัดทำบัญชีที่ดีจะเป็นเครื่องมือช่วยให้เราทราบถึงผลการดำเนินงาน และฐานะการเงินของกิจการรวมถึงสภาพคล่องทางด้านการเงิน ในที่นี้ผมขอยกคุณประโยชน์ของการจัดทำบัญชีจากบทความของ สภาวิชาชีพบัญชี ในพระบรมราชูปถัมภ์ ดังนี้ครับ

                1. เพื่อเป็นเครื่องมือวัดความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจ  การทำบัญชี จะทำให้กิจการทราบผลการดำเนินงาน ฐานะทางการเงินของธุรกิจ และ ความมั่นคงของธุรกิจ โดยในการจัดทำบัญชีนั้น  จะบันทึกบัญชีรายการต่างๆ ที่เกิดขึ้นในการดำเนินธุรกิจ เช่น การลงทุน รายรับ และ รายจ่าย ที่เป็นของกิจการนั้น  โดยไม่นำส่วนที่เป็นของส่วนตัว(ส่วนของเจ้าของ)  เข้า มาบันทึกด้วย เมื่อมีการบันทึกรายการต่างๆ ที่เกิดขึ้นแล้ว ข้อมูลที่ได้บันทึกไว้นั้น จะสามารถนำมาจัดทำเป็นรายงานทางการเงินได้ เช่น งบดุล และ งบกำไรขาดทุน ซึ่งเป็นภาพสะท้อนในการดำเนินธุรกิจ ดังนี้ คือ งบกำไรขาดทุน จะสะท้อนภาพผลการดำเนินงานในรอบระยะเวลาหนึ่งๆ ว่า กิจการมีรายได้หรือค่าใช้จ่ายเป็นจำนวนเท่าไร  มีผลกำไรหรือขาดทุน นอกจากนี้ยังช่วยในการประเมินถึงความสามารถในอนาคตได้อีกด้วย เช่น การวิเคราะห์แนวโน้มการเติบโตของรายได้งบดุล จะสะท้อนภาพฐานะทางการเงินของกิจการ ได้แก่ ทรัพย์สิน หนี้สิน และ ส่วนของเจ้าของ ว่ามีความมั่นคงมากน้อยแค่ไหน สินทรัพย์ที่มีอยู่จะบ่งบอกศักยภาพในการเจริญเติบโตและความสามารถทางการแข่ง ขันของธุรกิจในอนาคต นอกจากนี้ยังแสดงถึงสภาพคล่องและความเสี่ยงในขณะนั้น

งบกระแสเงินสด จะสะท้อนภาพการเปลี่ยนแปลงฐานะการเงินของกิจการในรอบระยะเวลาหนึ่งๆ โดยแบ่งเป็น 3 กิจกรรมคือ

- กระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงาน

- กระแสเงินสดจากกิจกรรมลงทุน

- กระแสเงินสดจากกิจกรรมจัดหาเงิน

โดยตัวเลขที่ปรากฏในงบการเงิน จะสามารถนำมาวิเคราะห์เป็นอัตราส่วนทางการเงิน เพื่อวัดผลสำเร็จในการดำเนินธุรกิจ  เช่น การวัดสภาพคล่องของธุรกิจ การวัดประสิทธิภาพการใช้สินทรัพย์ การวัดความสามารถในการทำกำไรของธุรกิจ และ ความสามารถในการชำระหนี้ เป็นต้น

ตัวอย่าง อัตราส่วนทางการเงินที่สำคัญ

การวัด วัดจาก วิธีการคำนวณ ความหมายแสดงถึง
สภาพคล่อง อัตราส่วนเงินทุนหมุนเวียน (เท่า) สินทรัพย์หมุนเวียน

หนี้สินหมุนเวียน

กิจการมีสินทรัพย์หมุนเวียนมากพอที่จะชำระหนี้ได้เพียงใด
ประสิทธิภาพการใช้สินทรัพย์ อัตราหมุนเวียนของลูกหนี้(เท่า) ยอดขายเชื่อสุทธิ

ลูกหนี้เฉลี่ย

ความสามารถในการบริหารลูกหนี้ ว่าสามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดได้เพียงใด
อัตราหมุนเวียนของสินค้า(เท่า) ต้นทุนขายสินค้า

สินค้าคงเหลือเฉลี่ย

ความสามารถในการบริหารงานขาย ว่าสินค้าขายได้เร็วเพียงใด
ความสามารถในการทำกำไรของธุรกิจ อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ทั้งหมด (%) กำไรสุทธิ *100

สินทรัพย์ทั้งหมด

ระดับผลตอบแทนต่อสินทรัพย์รวม
อัตราผลตอบแทนจากส่วนของผู้ถือหุ้น (%) กำไรสุทธิ *100

ส่วนของผู้ถือหุ้นทั้งหมด

ระดับผลตอบแทนต่อส่วนของเจ้าของ(ผู้ถือหุ้น)
ความสามารถในการชำระหนี้ ความสามารถในการจ่ายดอกเบี้ย (เท่า) กำไรก่อนหักภาษีและดอกเบี้ยจ่าย

ดอกเบี้ยจ่าย

ความสามารถในการชำระดอกเบี้ยเงินกู้

 

 

 

2. เพื่อเป็นเครื่องมือช่วยในการวางแผนและตัดสินใจของธุรกิจ 

ข้อมูล บัญชีจะเป็นประโยชน์ต่อการวางแผนและการตัดสินใจ โดยประเมินจากข้อมูลเหตุการณ์ในอดีต ปัจจุบัน และ อนาคต ซึ่งอาจจะอยู่ในรูปของรายงานวิเคราะห์ต่างๆ อันเป็นเครื่องมือช่วยให้ผู้บริหารงานสามารถดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพมาก ขึ้น ช่วยในการพยากรณ์เหตุการณ์ที่คาดว่าจะเกิดในอนาคตได้อย่างมีทิศทาง และ ความเชื่อมั่นสูง สามารถนำมาวิเคราะห์ความเป็นไปได้ของการลงทุนที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ดังนั้น หากมีข้อมูลที่ชัดเจน ถูกต้อง ทำให้สามารถพัฒนากิจการให้เจริญก้าวหน้าอย่างยั่งยืน

3. เพื่อเป็นเครื่องมือในการวางแผนกำไร และ ควบคุมค่าใช้จ่ายของบริษัท 

เนื่อง จากในการทำบัญชีอย่างถูกต้อง จะทำให้กิจการทราบจำนวนต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น และสามารถคำนวณต้นทุนของสินค้าและบริการของกิจการได้อย่างถูกต้อง ซึ่งจะช่วยในการตัดสินใจกำหนดราคาสินค้า หรือ บริการของธุรกิจ ช่วยในการควบคุมต้นทุนการผลิตและค่าใช้จ่ายต่างๆ ให้เป็นไปตามประมาณการที่ได้กำหนดไว้ และสามารถนำไปวิเคราะห์ ปรับปรุงรายจ่ายที่ไม่จำเป็นออก รวมถึงช่วยในการวางแผนการดำเนินงานได้อย่างถูกต้องเหมาะสมกับทรัพยากรที่ กิจการมีอยู่ นอกจากนี้การบันทึกบัญชีจะทำให้สามารถตรวจสอบหาหลักฐานในการเบิกจ่ายแต่ละ ครั้ง จึงช่วยลดปัญหาในการเบิกจ่ายซ้ำซ้อนได้

 

4. เพื่อเป็นเครื่องมือในการหาแหล่งเงินทุน ในการจัดทำบัญชี

จะทำให้เราได้รายงานทางเงินที่ใช้เป็นสื่อกลางในการติดต่อทางธุรกิจต่าง ๆ อันเป็นหลักฐานในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับเจ้าหนี้และสถาบันการเงิน เช่น เมื่อเราต้องการเงินทุนเพิ่มก็สามารถนำรายงานทางการเงินนั้นไปเป็นข้อมูล ประกอบในการขอสินเชื่อกับธนาคาร หรือ เจ้าหนี้เงินกู้ โดยธนาคาร หรือ เจ้าหนี้เงินกู้ จะใช้รายงานทางการเงินของกิจการ เพื่อพิจารณาอนุมัติสินเชื่อ จากความน่าเชื่อถือ และ ความสามารถในการชำระหนี้ของผู้ขอกู้ยืม รวมถึงกำหนดอัตราดอกเบี้ยที่เหมาะสมกับความเสี่ยงที่ผู้ให้กู้จะได้รับ อันก่อให้เกิดประโยชน์ในการที่จะทำให้กิจการจะได้รับวงเงินกู้ที่ต้องการ และ จ่ายดอกเบี้ยในอัตราที่เหมาะสม

 

5. เพื่อให้กิจการมีระบบการควบคุมภายในที่ดี และ เป็นสัญญาณเตือนภัยของกิจการ

การมีระบบบัญชีที่ดี จะทำให้มีระบบการควบคุมภายในที่ดีที่ช่วยให้กิจการป้องกันการทุจริตที่อาจจะ เกิดขึ้น เนื่องจากข้อมูลทางการเงินตลอดจนรายการต่างๆ ที่เกิดขึ้น จะต้องมีหลักฐานที่สามารถยืนยันถึงที่มาที่ไปซึ่งจะทำให้โอกาสที่จะเกิดการ ทุจริตสามารถทำได้ยากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ข้อมูลทางบัญชีก็ยังสามารถนำมาวิเคราะห์หาสิ่งผิดปกติที่เกิดขึ้น หาจุดบกพร่องจุดอ่อน และจุดรั่วไหลได้ ซึ่งจะเป็นสัญญาณเตือนภัยให้กิจการ ได้วางแผน เตรียมการป้องกัน และ แก้ไขปัญหาต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้น

6. เพื่อประโยชน์ในการวางแผน เพื่อเสียภาษีได้อย่างถูกต้องและประหยัด

การจัดทำบัญชีที่ถูกต้อง จะทำให้ทราบกำไรขาดทุนที่แน่ชัด สามารถวางแผนภาษีอากรได้อย่างเหมาะสม ประหยัด และ เสียภาษีได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

ที่มา : www.fap.or.th

 

ถึงแม้ว่าเราพึ่งจะเริ่มต้นกิจการยังไม่ได้ทำครอบคลุมในส่วนของบัญชีทั้งหมด แต่ถึงกระนั้นการที่เราได้รู้ถึงคุณประโยชน์ที่แท้จริงของการจัดทำบัญชี จะทำให้เรามีความตั้งใจที่จะทำบัญชีอย่างครบถ้วนเพื่อที่จะเป็นเครื่องมือที่สามารถสร้างประโยชน์ให้แก่เราได้ในอนาคต

 

ขอให้บทความชิ้นนี้จงได้สร้างประโยชน์ให้แก่ท่านผู้อ่านทุกท่าน

ขอให้ความร่ำรวยและความสุขสวัสดิ์จงมาสถิตแด่ท่าน

 

…[^,^]…

Mr.Kh

22/12/54

 

ปล.  โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน

Comments

โลกแห่งจินตนาการ

 

 

วันก่อนผมได้ฟังเกี่ยวกับ “จินตนาการอันบรรเจิด” ของน้องสาว ซึ่งบอกเกี่ยว แผนการการตั้งกิจการ เปิดร้านนู้น ทำอย่างนี้อย่างนั้นขาย ผมก็รับฟังคำกล่าวของน้องสาวอย่างชอบอกชอบใจ!!!

 

ในช่วงใดช่วงหนึ่งของชีวิตคนเรามักจะมีช่วงที่ “จินตนาการบรรเจิด” แบบสุดๆ โลกที่สดใสจะเกิดขึ้นในช่วงวัยใดผมว่าไม่แน่นอน อย่างตัวผมเอง มันเกิดขึ้นในสมัยเรียน ในระดับมหาวิทยาลัย(ป.ตรี) ผมคาดฝัน คาดหวังโลกในแบบที่สวยหรู ทำอย่างนู้นเปิดอย่างนี้ รวยอย่างนั้น จะมีบ้านหลังใหญ่โตอย่างนี้ โดยที่ไม่ทราบว่า “ทำอย่างไร” ให้เราไปอยู่จุดนั้น รู้แค่ว่าอยากจะเป็น อยากจะทำก็แค่นั้น

 

จินตนาการอันเกิดมาจาก “ความคิดในแง่บวกสุดขั้ว” โดยปราศจาก “ความคิดในมุมลบ” หรือ บางทีอาจจะไม่ได้อิงอยู่ในความเป็นจริง หรือ อาจจะกล่าวได้ว่า มันคงยากที่จะทำให้เรื่องราวเหล่านั้นเป็นจริง แต่เมื่อเวลาผ่านไป จินตนาการถูกแทนที่ด้วยความจริง ซึ่งความจริงนั้นมันโหดกว่าที่เราคิด

เมื่อเวลาผ่านไป อายุอานามมากขึ้นรับรู้เรื่องราวของโลกมากขึ้น จิตนาการที่หวังไว้เปลี่ยนไป

-คาดว่าจะไต่เต้าขึ้นเป็นผู้บริหารองค์กรได้ในระยะเวลาอันสั้น แต่เมื่อเวลาผ่านไปกลับไม่ได้เป็นเช่นนั้น!!! เลิกหวังเลยดีมั้ย

-กิจการที่เคยคิดว่าจะตั้ง คิดว่าจะทำ คาดว่ายอดขายจะโตหลายล้าน แต่ก็กลับกลายเป็นทำแล้วไม่รุ่งอย่างที่คิด หรือไม่ได้ทำเลย!!!  

-คาดฝันว่าจะมีคฤหาสน์หลังละสามสิบล้านอยู่ วันเวลาผ่านไป บอกกับตัวเองว่า บ้านราคากลางๆก็พอ!!!

 

ถ้าคุณกำลังมีความคิดเช่นนี้อยู่ ผมขอบอกกับคุณว่า

 

“จงอย่ายอมแพ้ต่อโลก อย่าหยุดฝัน อย่าหยุดจินตนาการ อย่าให้ความฝันเป็นเพียงแค่จินตนาการ”

 

ขอให้จินตนาการเข้าไว้ แต่เมื่อเรามีการจินตนาการครั้งใหม่ ให้ใส่การคิดวิเคราะห์ ใส่องค์ความรู้เข้าไป ใส่ความจริงเข้าไปและใส่ความคิดในแง่ลบเข้าไป เมื่อทำแบบนี้มากเข้าๆ ความฝันต่อๆไปของเราก็จะแข็งแกร่งขึ้น แข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆจนกลายเป็นความจริงในที่สุด

 

ตอนนี้ผมยังคงมีความฝัน มีจินตนาการเช่นเดิมแต่ทว่ามันกลับไม่เหมือนเดิม มันต่างกันตรงที่การฝันครั้งแรกๆเมื่อหลายปีก่อน ฝันไว้ร้อยอย่างแต่กลับทำไม่ได้เลยสักอย่าง ได้เปลี่ยนแปลงจากฝันร้อยอย่างเป็นฝันสิบอย่าง ความฝันจากที่ใหญ่โตเปลี่ยนเป็นความฝันขนาดกลางๆ ความฝันที่ทำไม่ได้เลยกลับกลายเป็นความจริงที่จับต้องได้

 

อย่างในกรณีน้องสาวผม ผมพร้อมที่จะฟังจิตนาการของเธอ ผมจะฟังอย่างใจจดจ่อ แต่ผมจะไม่บอกผ่าน ไม่บอกว่าไม่ดี ไม่บอกว่าทำไม่ได้ ผมจะกระตุ้นเธอ คอยสอดแทรกความจริง สอดแทรกการคิดวิเคราะห์ให้ดูความเป็นไปได้ โอกาส และความน่าจะเป็น ให้กับเธอ

 

เพราะผมคิดว่าทุกอย่างเป็นจริงได้ถ้าเราตั้งใจจริง

 

ขอจบบทความด้วยวาทะเด็ดของ สุดยอดบุคคลของโลกที่กล่าวไว้ว่า     “จินตนาการสำคัญกว่าความรู้”

 

 

ขอให้บทความชิ้นนี้จงได้เป็นแรงบันดาลใจท่านผู้อ่านทุกท่าน

ขอให้ความร่ำรวยและความสุขสวัสดิ์จงมาสถิตแด่ท่าน

 

…[^,^]…

Mr.Kh

21/12/54

Comments