ความรัก ที่เหมาะสมในทัศนะของข้าพเจ้า

เนื่องในเทศกาลวาเลนไทน์ผมจึงอยากแชร์ทัศนะเกี่ยวกับความรักของผมดังนี้

เมื่ออายุของผมเริ่มมากขึ้นตามจำนวนเส้นผมที่ทยอยเปลี่ยนสี ผมก็มานั่งตรึกดูว่ามุมมองความรักแบบหนุ่มสาวของผมได้เปลี่ยนแปลงไปมาก ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ผมคิดเช่นนี้ทุก ๆ ครั้งที่มีเทศกาลแห่งความรัก

อยากเล่าประสบการณ์ให้ฟัง ผมมีความรักต่างเพศครั้งแรกในสมัยอนุบาล อ่านไม่ผิดดอกคับ สมัยอนุบาล ผมคิดว่าตอนนั้นอาจจะไม่เรียกว่ารักสักทีเดียว น่าจะเป็นความชอบหรือปลื้มมากกว่า โดยครั้งหนึ่งผมแอบย่องไปหอมแก้มเพื่อนเด็กหญิงที่ถักเปีย ผมปฎิบัติการขณะนอนกลางวันตามประสาเด็ก ๆ ทำให้เธอตื่นมาร้องไห้โฮ ฟ้องครูเป็นการใหญ่ ผมจึงโดนทำโทษตามระเบียบ

ความรักในทัศนะของข้าพเจ้า

เวลาผ่านเลยเข้าสู่วัยฉกรรจ์ ผมสังเกตว่าบางคนที่มีความรักมักจะลงท้ายด้วยความทุกข์ เสียน้ำตาบ้าง ฟูมฟาย ล่องลอย และอีกหลายคนที่ทุ่มเทให้แก่ความรักแบบหนุ่มสาวมากเกินไปจนลืม  “รักตัวเอง” ถึงขั้นทำร้ายตัวเองจนถึงแก่ชีวิตก็มี

ความรัก มีหลากนิยาม แต่สำหรับผมนั้น รักแท้ต้องประกอบด้วย “เมตตา” หรือ “ไมตรี” คือต้องมีความหวังดีและมีสติรู้จักขอบเขต ผิด ชอบ ชั่ว ดี หาใช่ “ลุ่มหลง”  ซึ่งยิ่งผ่านไปผมก็เริ่มมองเห็นว่าเปลือกที่เคยห่อหุ้มความรักของผมนั้นมีหลายชั้นและค่อนข้างหนาจนต้องใช้เวลาค่อย ๆ กระเทาะมันออก

ข้อสังเกตอีกประการหนึ่งในโลกปัจจุบัน เรามักใช้คำว่า “หลงรัก” ที่หมายถึง รักที่ประกอบด้วยโมหะ ซึ่งผมตีความเอาเองว่าความรักเยี่ยงนี้จักประกอบด้วยกิเลสเป็นที่ตั้ง ผู้หลงรักจักมีสติไม่สมบูรณ์ ขาดปัญญา ส่วนประกอบเหล่านี้ยังผลให้เกิดทุกข์เวทนาตามมาในภายหลัง

ยกตัวอย่างเช่น ความรักของคนในปัจจุบัน ซึ่งเพี้ยนออกไปไกลมาก ยิ่งบางคนมีมิจฉาทิฏฐิเป็นที่ตั้ง คือ เห็นผิดเป็นชอบ โดยเห็นว่าการมี “กิ๊ก” (เป็นคำเรียกแทนของคำว่าชู้) เป็นเรื่องน่าสรรเสิญ น่าตื่นเต้น โดยเพื่อนฝูงหรือคนรอบข้างบางคนยังสนับสนุน ราวกะว่าการแอบนอกกายและใจต่ออีกฝ่ายเป็นเรื่องที่ยอมรับได้ ทำให้ความทุกข์เริ่มทับถมเข้ามาโดยไม่รู้ตัว

กระทู้กิ๊ก pantip
บางคนขาดสติถึงขั้นประหัสประหารชีวิตอีกฝ่ายหรือฆ่าตัวตายตามก็มี ดูได้จากข่าวสารหรือในโลกออนไลน์ที่มีให้เห็นเกือบทุกวัน แน่นอนว่าความรักของคนเหล่านี้ไม่ประกอบด้วยเมตตาหรือไมตรีเลย ถึงมีจุดจบอันน่าเศร้า
ยิ่งไปกว่านั้น หนุ่มสาวหลายคู่คิดว่าการสวมแหวน, การแต่งงาน, การจดทะเบียน, กินอยู่ด้วยกัน เป็นสิ่งที่พิสูจน์รักแท้แล้ว แต่นั่นเป็นแค่เครื่องพิสูจน์ในทางโลก ไม่เช่นนั้นคนที่ผ่านงานวิวาห์อันสวยหรู ก็ย่อมไม่มีวันเลิกรา หรือ นอกใจกันได้
อีกประการหนึ่งคือ เมื่อกาลเวลาเปลี่ยนแปลง ความรักที่เคยหอมหวานอาจแปรผันไป ฉะนั้นเมื่อมีคู่รักอย่าได้ทึกทักเอาว่าอีกฝ่ายจะเป็นของเราเพียงผู้เดียวตลอดไป แม้จะผ่านพิธีการทางโลกหลายอย่าง ให้คิดว่าตัวเขาอยู่กับเราได้ในวันนี้ แต่พรุ่งนี้เขาอาจจะเปลี่ยนไป หรือเมื่อเขาก้าวออกจากบ้าน เขาอาจละเมิดศีลข้อ 3 ก็เป็นไปได้ พึงมีสติเสมอให้ระลึกถึงการเปลี่ยนแปลงตามกฎไตรลักษณ์ อนิจจัง, ทุกขัง, อนัตตา

ผมขอสรุปว่า ความรักที่เหมาะสมต้องประกอบด้วยเมตตาหรือไมตรีเสมอและอย่าลืมรักตัวเองก่อนมอบความรักให้แก่ผู้อื่น

Peter

ไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา และเชื่อว่า "เราเลือกเกิดไม่ได้ แต่เราเลือกที่จะทำดีได้" ปัจจุบันทำงานสาย Digital Marketing และ E-commerce ชอบท่องเที่ยวเพื่อหาประสบการณ์และอยากแบ่งปันความรู้ในกะลาของตนเองแก่ชาวโลก ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาเยี่ยมชม Blog เล็ก ๆ แห่งนี้

More Posts - Website