บันทึกการเดินทางพี่หนวดกับน้องเหงือก | KhonKaen Trip March, 2010 ตอนที่ 1

สุดสัปดาห์ที่ผ่านมานี้เราสองคน พี่หนวดและน้องเหงือกได้มีโอกาสดินทางไปยังจังหวัดขอนแก่น ซึ่งเป็นจังหวัดหนึ่งทางภาคอีสาน เป้าหมายหนึ่งเดียวของพี่หนวดคือการไปพบหมอฟัน อย่าได้แปลกใจว่าเหตุใดพี่หนวดถึงต้องเดินทางไปไกลหลายร้อยกิโลเมตรเพื่อพบ หมอฟัน ประเด็นคือพี่หนวดเค้าเคยจัดฟันอยู่ที่ขอนแก่น สมัยครั้งยังเยาว์และศึกษาอยู่ที่ม.ขอนแก่นนั่นเอง ส่วนจุดหมายของน้องเหงือกในครั้งนี้ก็คือ

อยากไปพบปะเพื่อนฝูงเก่าๆ อยากไปเดินเที่ยวเล่นที่ห้างเซ็นทรัลโรบินสันที่เปิดใหม่ในรูปทรงของกระติบ ข้าวเหนียว และยิ่งไปกว่านั้นอยากกลับไปใช้วันเวลาดีดีกับพี่หนวด (ก็เพราะว่าเมื่อก่อนนี้ได้แต่มองพี่หนวดห่างๆ วันนี้มีโอกาสแล้วอยากกลับไประลึกความหลังสักหน่อย)

วัดหนองแวง จ.ขอนแก่น

วัดหนองแวง จ.ขอนแก่น

เราสองคนออกเดิน ทางจากพัทยาซึ่งเป็นแหล่งทำมาหากินของพี่หนวด โดยรถโดยสารปรับอากาศป.1 ของบริษัท 407 (ไม่) พัฒนา จำกัด ในเที่ยวเวลาสี่ทุ่ม เราสองคนไปถึงท่ารถในเวลาสี่ทุ่มพอดีเลย เหอๆ เหงื่อตกทีเดียว ทั้งเดินทั้งวิ่ง รถสองแถวที่นั่งมาก็ติดแหงกกับการจราจรอันหนาแน่น เหตุเพราะว่าเป็นช่วงเวลาที่นักท่องเที่ยวและคนในพื้นที่ออกมาตระเวนราตรี และเดินเที่ยวงาน Pattaya Music Festival 2010 บริเวณถนนเลียบชายหาดนั่นแล แต่เดชะบุญที่เราทั้งสองยังสามารถหอบสังขารไปถึงได้โดยสวัสดี

แต่ แล้วเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เปิดขึ้น รถออกจากท่ารถเรียบร้อย แล้วก็มุ่งหน้าออกจากพัทยาแบบป่วยๆ และแล้วลางสังหรณ์ของน้องเหงือกก็เป็นจริง ปรากฏว่ายางหน้าด้านคนขับนั้นรั่วคร่า พี่น้องคะ เวลาห้าทุ่ม

รถ 407 พัฒนา

รถ 407 พัฒนา

รูปนี้จาก rottourthai.com

เรายังคงอยู่ที่พัทยาลั๊นลาๆ เอาแล้วสิ ผู้โดยสารก็ดูงงๆ ว่าเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตตูฟะ น้องเหงือกก็วีนๆเหวี่ยงๆตามประสา เอ๊ะอะโวยวายอยู่คนเดียว โดยมีพี่เหงือกคอยทำมือจุ๊ๆและถึงขั้นเอามือมาอุดปากไม่ให้พูดมาก แต่นั่นก็ดี เพราะน้องเหงือกอาศัยช่วงจังหวะชุลมุนนั้น ถือข้าวกล่องอีซี่โกที่ซื้อมาจากเซเว่นลงไปนั่งกินยั่วน้ำลายคนบนรถโดยไม่ แคร์สายตาประชาชี เจ้าข้าวกล่องที่ว่านั้นก็คือ กระเพราไก่ราดข้าวบวกไข่ดาวหน้าตาน่ารักที่ซื้อมาพร้อมกัน กินไปก็บ่นไป เพราะพี่หนวดไม่ยอมกินด้วย บอกว่าเดี๋ยวมีเรื่องบนรถ (เรี่ยราดขึ้นมา เดี๋ยวจะซวย เหอๆ)

ผ่านไปเกินครึ่งชั่วโมง สัญญาณอันดีก็กลับมา เสียงค้อนเคิ้น เสียงช่างปะยาง และฝุ่นที่ตลบอบอวน ชี้ให้เห็นว่าเราจะได้ออกเดินทางจริงๆสักที ตอนที่นั่งกินข้าวอยู่นั้น พี่ช่างปะยางก็บ่นๆให้ฟังว่า ไม่ค่อยอยากทำหรอก เหนื่อยแล้วดึกแล้ว อีกอย่างพลขับรถมีเงินให้แค่สามร้อยเอง แต่สงสารผู้โดยสารก็ทำๆซะ (พี่แกนี่คนไทยแท้เลยนะเนี่ย มีน้ำใจมากมาย น่ารักน่าชัง แม้ว่าหน้าจะโหดและดูขี้เมาไปหน่อย) ระหว่างการเดินทางพี่เหงือกก็โดนน้องเหงือกรังควานตลอดเวลา ก่อกวนไม่ให้หลับให้นอน อยากคุยเล่นให้น้องเหงือกง่วงก่อน แต่พี่หนวดก็ไม่สนใจ เหอๆ น้องเหงือกถึงกับเซ็งเป็ด เลยต้องฝืนนอนเงียบๆคนเดียว มาตื่นอีกทีก็ถึงโคราชแล้ว แต่…ไม่มีการจอดให้ผู้โดยสารลงไปเหมือนเช่นเคย แต่ก็พอจะเดาออกว่าน่าจะเป็นเพราะว่ารถเสียเวลามาเยอะแล้ว คงจะอยากทำเวลาหน่อย เดี๋ยวไปถึงสาย อะไรประมาณนั้น แต่น้องเหงือกก็แอบได้ยินยัยคนข้างหน้าบ่นโอดครวญกะแฟนหนุ่มว่า “หิวก็หิว ไม่จอดให้ลงก็ไม่บอกก่อน เบื่อว่ะ” บ่นนานมากๆ อยากเอื้อมือไปเขกกะโหลกสักที ถ้าเป็นน้องเหงือก พี่หนวดคงหวดไปแล้ว ฮ่าๆ

มา ตื่นเอาอีกทีก็เมื่อถึงเมืองพล จ.ขอนแก่นแล้ว ตื่นมาฟ้ากำลังเริ่มจะสว่าง สองข้างทางมีต้นคูณออกดอกบานสะพรั่ง ทำให้คิดถึงคำพูดที่ว่า “ขอนแก่น คือ เมืองดอกคูณสียงแคน” ถัดจากเมืองพลก็เป็นบ้านไผ่ นั่นแสดงให้เห็นว่า ตัวเมืองขอนแก่นอยู่ไม่ไกลเท่าไรแล้ว น้องเหงือกตื่นเต้นมาก ตื่นเต้นอยู่คนเดียว ในขณะที่พี่หนวดนอนหลับสนิทเหมือนวิญญาณออกจากร่างไปแล้ว สงสัยจะเพลียเพราะว่ามีไข้และน้ำมูกไหลตลอดทาง

และแล้วรถโดยสารก็พา เราทั้งสองพร้อมทั้งผู้โดยสารคนอื่นๆมาถึงจังหวัดขอนแก่น สิ่งแรกเลยที่ทำให้น้องเหงือกตื่นเต้นคือ ห้างค่ะ ห้างเซ็นทรัลโรบินสันขนาดใหญ่ที่ตั้งตะหง่านอยู่ที่บริเวณประตูเมืองขอนแก่น โห…ตื่นเต้นสิคะ ตั้งแต่ห้างนี้เปิดมาเมื่อสิ้นปีที่แล้ว น้องเหงือกยังไม่เคยเห็นแบบตัวเป็นๆเลยสักที เกือบยกมือไหว้แล้วมั้ยล่ะ มองไปมองมา รูปทรงของอาคารดูเหมือนอะไรรู้มั้ย เหมือนกระติบข้าวเหนียวเลยอ่ะ จริงๆนะ และเราก็เชื่อว่าการออกแบบคงจะได้รับแรงบันดาลใจมาจากวัฒนธรรมอีสานนั่นล่ะ ชัวร์ คอนเฟิร์ม ฟันธง

ห้างเซ็นทรัลขอนแก่น

ห้างเซ็นทรัลขอนแก่นช่วงเวลากลางคืน

รูปนี้จาก http://www.bloggang.com

พอหายตื่นเต้นแล้ว รถโดยสารก็มุ่งหน้าไปทางบขส.ปรับอากาศ แต่ก่อนจะถึงบขส.นั้น เราผ่านศาลหลักเมืองก่อน ศาลหลักเมืองที่ซึ่งเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของผู้คนในจังหวัดขอนแก่นนั่นเอง ปัจจุบันทัศนียภาพโดยรอบศาลหลักเมืองสวยงามและดึงดูดนักท่องเที่ยวได้เป็น อย่างดี โดยเฉพาะในช่วงเวลาค่ำคืนที่มีแสงไฟสวยงาม

Peter

ไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา และเชื่อว่า "เราเลือกเกิดไม่ได้ แต่เราเลือกที่จะทำดีได้" ปัจจุบันทำงานสาย Digital Marketing และ E-commerce ชอบท่องเที่ยวเพื่อหาประสบการณ์และอยากแบ่งปันความรู้ในกะลาของตนเองแก่ชาวโลก ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาเยี่ยมชม Blog เล็ก ๆ แห่งนี้

More Posts - Website