เรื่องเล่าจากหอพักชายที่ 11

วันนี้ฟ้าครึ้ม มีฝนกระหน่ำลงมาไม่หยุด ก็คงเป็นผลมาจากข่าวที่กรมอุตุฯเขาประกาศว่าเป็นผลมาจากพายุดูร้อน … ไอ้บรรยากาศแบบนี้ทำให้ผมนึกถึงเรื่องราวเก่าๆเรื่องหนึ่ง ที่ชวนขนหัวลุกผมมากที่สุดในชีวิต …

 

เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อสิบกว่าปีก่อน ในสมัยที่ผมยังเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 1

 

ในยุคสมัยนั้นนักศึกษาชั้นปีหนึ่งของมหาวิทยาลัยผมนั้นจะได้รับสิทธิพิเศษที่จะอยู่หอพักในมหาวิยาลัย เหตุผลหนึ่งคงเป็นเพราะเพื่อให้ใกล้และสะดวกแก่การทำกิจกรรมน้องใหม่ที่มีค่อนข้างหลากหลายในสมัยนั้น

 

ผมจำได้ดี วันนั้นผมมีกิจกรรมเชียร์ในช่วงค่ำที่คณะ จบกิจกรรมก็ปาเข้าไปเกือบสามทุ่มกว่า จบกิจกรรมเสร็จก็ต้องเดินจากตามรุ่นพี่ที่นำเดินจากคณะกลับเพื่อหอพักที่ห่างออกไป ผมเดาว่าคงด้วยความที่กลัวนักศึกษาเด็กน้อยปีหนึ่งเป็นอันตรายและอยากให้เกิดความปรองดองจึงมีกิจกรรมรุ่นพี่เดินนำรุ่นน้องกลับหอ แต่วันนี้เหมือนฟ้าฝนจะไม่เป็นใจ มีเสียงคำรามฟ้าแลบแปรบปราบเป็นระยะๆ แต่ฝนยังไม่ตกลงมาแต่ก็ดูท่าจะไม่นาน ตลอดทางขบวนของเราผมรีบจ้ำเต็มที่

 

ถึงแม้ขบวนนักเดินของเราจะรีบจ้ำเพียงไรก็ไม่ทันฝนที่เทกระหน่ำลงมาอย่างหนัก ขบวนของเราหลบฝนอยู่แถวโรงอาหารชาย เพื่อรอให้ฝนซาก่อน ถึงแม้จากจุดนี้ไปถึงหอผมจะเพียงแค่ไม่กี่ร้อยเมตรแต่ถ้าฝนเทลงมาขนาดนี้ หนังสือตำราเรียนที่อยู่ในเป้สะพายหลังคงเปียกยุ่ยแน่ๆ ผ่านไปนานกว่าฝนจะซาเม็ดลง

 

ผมไม่แน่ใจว่ามันเป็นธรรมเนียมมาแต่ก่อนหรืออย่างไร ที่รุ่นพี่ต้องเล่าเรื่องผีเพื่อเขย่าขวัญรุ่นน้อง … ไอ้เรื่องเล่าเกี่ยวกับวิญญาณต่างๆนาๆที่หาข้อสรุปไม่ได้ก็ไม่เท่าไหร่ แต่ข่าวเรื่องนักศึกษากระโดดตึกตายดังมากในมหาวิทยาลัยในขณะนั้นนี่สิที่น่าเป็นกังวล เพราะเผอิญว่าหอดังกล่าวนั้นก็อยู่ติดกันกับหอที่ผมอยู่ และว่ากันว่ามีคนเห็นแกวนเวียนอยู่ในหออีกหลายครั้งหลังจากแกลงโลกไป …จากที่หลบฝนอยู่นานจนฝนซาเม็ด ผมต้องเดินตัดผ่านหอพักไปอีกสามสี่หลัง ผ่านไม้ใหญ่หลายต้นที่ผูกผ้า 3 สีไว้ ถึงผมไม่ใช่คนกลัวผี แต่บรรยากาศฝนพรำแบบนี้ก็พลอยอดคิดไม่ได้ … พอจะเดินขึ้นหอพักก็อดเหลือบไปมองจุดที่นักศึกษาคนนั้นกระโดดตึกไม่ได้ …มองไปภาพที่เห็นมันก็ไม่มีอะไรหรอก แต่จินตนาการมันมาเอง!!!!

 

หอพักชายที่ 11 ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกันครับว่ามันสร้างมานานขนาดไหน แต่ก็น่าจะเก่าพอควร หอนี้เป็นหอพัก 4 ชั้น พื้นเป็นหินอ่อนขัดมันดั้งเดิมเหมือนที่เราเห็นกันตามสถานที่ราชการปัจจุบัน … ห้องผมอยู่ชั้นสี่  ต้องเดินอีกหลายชั้น … ในห้องไม่มีใครอยู่รูมเมทผมยังไม่กลับ เหลือบดูนาฬิกาก็ปาเข้าไปห้าทุ่มกว่าแล้ว ผมเริ่มสงสัยปกติเมทผมเป็นเด็กเรียนขยันขันแข็งไม่ค่อยเที่ยวเตร่ แต่วันนี้กลับผิดวิสัย สงสัยติดกิจกรรมเหมือนกัน ผมคิดในใจ

 

จริงๆผมเป็นคนขี้เกียจอาบน้ำ ผมชอบนอนก่อนแล้วตื่นมาอาบตอนดึกๆ ผมว่าคนมันน้อยดี แต่วันนี้ไม่ไหว เปียกฝนด้วยไม่อาบท่าจะแย่เดี๋ยวเป็นหวัด … อ้อ ลืมเล่าไป หอผมเป็นแบบห้องน้ำรวม อยู่ตรงกลางของชั้นนั้นๆ เป็นห้องน้ำขนาดใหญ่ แบ่งออกเป็นส่วนๆ ซ้ายขวาเป็นห้องอาบน้ำ ตรงกลางเป็นลานโล่ง ที่มีห้องสุขาและส่วนล้างหน้า ซักล้างอยู่ตรงข้ามกัน ส่วนของห้องอาบน้ำและสุขาสูงราวๆสองเมตรกว่าแค่พอกั้น ไม่ได้ก่อจนชนเพดาน สามารถปีนข้ามได้

 

และ เรื่องมันก็เริ่มจากจุดนี้ …

 

ไม่รู้ว่ามันเป็นเรื่องเล่าสุดคลาสสิคของเด็กหอห้องน้ำรวมหรือเปล่า เรื่อง น้ำเปิดเองโดยที่ไม่มีใครอยู่ มีเสียงราดน้ำโดยที่ไม่มีคน มีเสียงผ้าซักผ้าดึกๆดื่นๆแต่ไม่เห็นคนซัก … เอาเหอะ ๆ ผมไม่กลัวหรอก มันก็แค่เรื่องเล่า!!!

 

ผมเปลี่ยนผ้าใส่กางเกงบอลตัวเดียว ถืออุปกรณ์อาบน้ำ ตรงดิ่งเดินไปห้องอาบน้ำ ดึกๆแบบนี้ ไฟระเบียงทางเดินถูกปิดเกือบหมด เปิดแค่ไม่กี่ดวง … ผมเดินตรงไปตรงกระจกบานใหญ่ยาวหลายเมตรที่ยืนแปรงฟันได้พร้อมกันห้าหกคน … ระหว่างแปรงฟัน ผมก็ขนลุกอย่างไม่มีสาเหตุ!!!!

 

มันก็แค่เรื่องเล่า ช่างมันเหอะ ไม่มีอะไรมาก!!!!

 

เสร็จจากแปรงฝัน ผมก็เดินไปเข้าส้วมที่อยู่ตรงข้ามบานกระจก … ในขณะที่ผมทำกิจธุระอยู่นั้น ผมได้ยินเสียงคนเปิดน้ำจากก๊อก เอี๊ยดๆ จ็อกๆๆ เสียงน้ำที่ไหล มันทำลายบรรยากาศเงียบๆ เวลาเกือบเที่ยงคืนไปเกือบสิ้น … มีเพื่อนเข้าห้องน้ำแล้ว โล่งอก …ผมเดินออกมาจากส้วม ทุกอย่างเงียบดังเดิม ไม่มีใคร เอาแล้วไงมรึง!!! ขนผมลุกทั้งตัว!!! เริ่มกลัว!!! …

 

แต่มันก็แค่เรื่องเล่า!!!! ผมคิด ...

 

ผมทำใจดีสู้เสือเดินไปห้องห้องอาบน้ำรีบๆอาบให้มันจบๆไป … ผมเปิดก๊อกน้ำ เริ่มอาบ เมื่อผมเริ่มอาบ ผมมีความรู้สึกว่าเหมือนมีคนจ้องมองเราอยู่ ยิ่งผมอาบความรู้สึกก็ยิ่งชัดขึ้นเรื่อยๆๆ … ผมเริ่มได้ยินเสียงครวญเบาๆ ผมหรี่ฝักบัวลง … เสียงครางยังคงอยู่!!!!!!!!!!!!!

 

มันดังมาจากทางด้านขวา ผมเริ่มกลัว!!!! ผมมองไปทางด้ายขวากวาดตาขึ้นหน้าเล็กน้อย …  ผมสาบานได้เลยว่าภาพที่ผมเห็นทำผมแทบช็อค ผมยาวสีดำขลับมันห้อยย้อยลงมาจากผนัง!!!!!!!!

 

ผมตกใจถึงขีดสุดรีบทรุดตัวลงกับพื้นอย่างเร็วในด้านตรงข้าม ตะกายหนีหนีมันให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้ …

 

“อร๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกก!!!!!!!” ผมร้องสุดเสียง ไม่รู้ว่ามีคนได้ยินผมหรือเปล่า ผมหวังว่าจะมีใครได้ยินแต่รีบมาดู!!!!

 

เวลาผ่านไปนานเป็นกัลป์

 

ผมเริ่มหายใจหอบถี่ ตั้งสติ มองดู ผมมองเข้าไปในใบหน้านั้น … ใบหน้านั้นยิ้มแสยะตอบผม ….ผ่านไปอึดใจ … ใบหน้าหน้านั้นบอกกับผมด้วยเสียงชายที่ดัดเป็นหญิงว่า

 

“ไม่ต้องร้องดังทำเป็นเห็นผีไปได้ เค้าแค่แอบดูตัวอาบน้ำนิดเดียว”

 

“ไอ้ ………………………………………………….”

 

จบบริบูรณ์

 

 

นี่เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นกับผมเองครับ … เรื่อง หอพักชายหมายเลข 11
จากนักศึกษามหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง รหัส 46

มาม่ากับปลากระป๋อง

ผมนักเดินทาง "ล่าฝัน" บนถนนสายยาวที่ชื่อว่า "ชีวิต" ระหว่างทางผ่านประสบพบเจอเรื่องราวต่างๆมากมาย เลยคว้าคีย์บอร์ดขึ้นมาพิมพ์แทน "ปากกา" ใช้บล็อก Creativeshooter.com แทน "สมุด" เพื่อบันทึกและแบ่งปันการเดินทางในครั้งนี้

More Posts - Website