รีวิวเที่ยวสวิตเซอร์แลนด์ | เซเลบตจว.

สวิตเซอร์แลนด์ (Switzerland) หรือหลายครั้งเราอาจจะเคยเห็นบางคนเขียนว่า  “สวิส” ก็มี แต่ถ้าตามตัวอักษรภาษาอังกฤษก็คงต้องเป็นแบบแรก ส่วนใครที่ต้องการชื่อแบบทางการมากๆก็ต้อง “สมาพันธรัฐสวิส” (Swiss Consideration) สรุปง่ายๆใช้ได้ทั้งสองแบบเลยค่ะ

พอถามถึงประเทศที่คนไทยอยากไปเยือนเป็นลำดับต้นๆ คิดว่าประเทศนี้น่าจะติดโผ ด้วยความสวยงามของทัศนียภาพที่ธรรมชาติสร้างสรรค์ไว้อย่าลงตัว ทั้งเทือกเขาน้อยใหญ่ ที่ถูกปกคลุมด้วยหิมะเกือบตลอดทั้งปี และแม่น้ำ ทะเลสาบ ลำธารมากมาย ทำให้ประเทศนี้เป็นที่น่าหลงใหลเป็นอย่างมาก เมื่อคราวที่ไปศึกษาดูงานด้ายการศึกษาที่ประเทศนี้ อาจารย์ท่านนึงที่นั่นกล่าวว่า “เวลาผมไปต่างประเทศ ผมจะคิดถึงภูเขาที่ประเทศผมมากๆ เพราะผมต้องเห็นมันทุกวัน” และมันก็จริงดังว่า ขนาดห้องเรียนที่เราไปนั่งฟังบรรยายนั้นยังมองเห็นภูเขาเลย พาโนราม่าจริงๆ

เอาล่ะมาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่ากับการรีวิวสวิสแบบเดาๆขำๆ จริงๆแล้วทริปนี้เราไปแบบใช้บริการบริษัททัวร์จากไทย เลยไม่ได้ลำบากลำบนอะไรมากมาย แต่ได้ประสบการณ์และความรู้มาพอตัว

จักรยานสวิตเซอร์แลนด์

จักรยานในภาพนี้ บอกตรงๆไม่รู้ว่ายี่ห้ออะไรและมีความสำคัญยังไง เห็นว่าสวยดีและติดอยู่บนฝาผนังสนามบินซูริคเลยถ่ายมา แต่พอกลับมาถึงเมืองไทย เพื่อนร่วมงานกลับรู้จักเป็นอย่างดี แล้วคุณล่ะ พอจะทราบไหมคะ?

ขึ้นรถเที่ยวสวิตเซอร์แลนด์

หลังจากนั่งรถจากสนามบินซูริคมายังลูเซิร์น (Lucerne/ Luzern) ก็ได้เวลาช้อปปิ้งเลยทันที เนื่องจากทริปนี้เรามีเวลาไม่มากในการเสียเงินเสียทอง เพราะเรามาเจาะแกรนด์สวิส หรือเรียกง่ายๆว่าเน้นธรรมชาติมากกว่า ในภาพคือร้านขายของฝากของที่ระลึก ที่เจ้าของร้านเป็นคนไทย ร้านนี้เด็ดตรงที่ลดราคาสินค้าให้ 10% จากราคาที่ตั้ง บอกเลยว่าถ้ามีเวลาควรแวะ พี่เจ้าของร้านและพนักงานใจดีด้วย หรือใครที่ต้องการมีดพับขึ้นชื่อนามว่า Vixtorinox ขอบอกว่าอย่าพลาด เพราะเขามีบริการยิงเลเซอร์ชื่อให้ฟรีด้วย รอรับได้เลย ที่สำคัญราคาลด 10% พูดเลย!! ร้านนี้จะอยู่ใกล้ๆกับอนุสาวรีย์สิงโต (โศกสลด) ในวงเล็บนี่ไปลอกคำโปรยของบ.ทัวร์มา เพราะเขาว่ากันว่ามันมีตำนานเศร้าๆ แฝงอยู่

อนุสาวรีย์สิงโตสวิตเซอร์แลนด์

อนุสาวรีย์สิงโตที่ว่าเดินไปไม่ไกลจากร้านขายของคนไทยเมื่อกี้นี้ ประมาณ 100 เมตรได้ ว่ากันว่าอนุสาวรีย์นี้สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์รำลึกถึงการเสียชีวิตของทหารสวิสในสงครามปฏิวัติใหญ่ฝรั่งเศส บ้างก็ว่าฝรั่งเศสสร้างให้สวิส บ้างก็ว่าสวิสสร้างกันเอง บอกตรงๆ ไม่มีเวลาค้นคว้าประวัติศาสตร์ จะได้รู้ดำรู้แดงกันไป เจ้าอนุสาวรีย์นี้มีความเก๋อยู่ตรงที่แกะสลักหน้าผาหินให้เป็นเจ้าสิงโต และตามฟอร์มจะต้องมีคนสร้างความเชื่อว่าถ้าโยนหินลงไปในบ่อน้ำแล้วจะได้กลับมาอีก ฉะนั้นเหรียญเพียบ (เป็นเรื่องปกติตามสถานที่ท่องเที่ยวในยุโรป จะมีตำนานโยนเหรียญ)

ชวาเน่นท์พลัทช์ (Schwanen Platz)

ชวาเน่นท์พลัทช์ (Schwanen Platz) เป็นย่านเมืองเก่าที่เต็มไปด้วยร้านค้า โรงแรมสวย และร้านอาหารบรรยากาศดีๆ เพราะวิวแถวนี้คือสะพานไม้คาเปล ที่เป็นสัญลักษณ์ของลูเซิร์น เป็นสะพานไม้ข้ามแม่น้ำรุชช์ (Reuss) ที่มีหลังคาคลุม บนผนังหลังคาก็จะมีภาพวาดและข้อความมากมาย และบางครั้งก็มีคนมือบอนขีดเขียนชื่อบ้างวันที่บ้างประเทศบ้างตามเสาไม้ เห็นแล้วก็แอบเซ็ง ถ้ามันทำให้สวยก็จะว่าไปอย่าง

สะพานไม้ข้ามแม่น้ำรุชช์ (Reuss)

ที่ชอบอีกอย่างคือบริเวณบันไดลงแม่น้ำ จะมีน้องหงส์มากมายว่ายน้ำมาขอขนมจากคน น่ารักดี แต่ระวังโดนงับนะคะ แล้วจะหาว่าไม่เตือน

โรงแรมถ่ายละครอย่าลืมฉัน สวิตเซอร์แลนด์

โรงแรมสีขาวๆ นี่คุ้นๆ ไหมคะ ว่ากันว่าเป็นสถานที่ถ่ายทำละครเรื่องอย่าลืมฉัน เมื่อตอนที่เกนหลงมาตามหาพี่เขม อะไรประมาณนั้น บรรยากาศดี วิวสวย น่าอยู่มาก แต่ราคานั้นไม่ทราบจริงๆ

การเดินทางในลูเซิร์น

การเดินทางในลูเซิร์นสะดวกมาก มีทั้งรถราง รถไฟ รถเมล แต่คนจำนวนไม่น้อยนิยมปั่นจักรยาน มีทั้งจักรยานโบราณและจักรยานแบบสมัยใหญ่ ปั่นกันทั้งชายและหญิง อาจารย์ที่มหาลัยที่นี่คนนึงบอกว่า “ผมไม่มีรถยนต์ ผมปั่นจักรยานมาทำงาน เวลาไปเที่ยวกับภรรยาและลูกๆ เราก็ใช้รถไฟกัน” นอกจากนี้คนจำนวนมากจะเดิน เพราะอากาศเย็นสบาย และถนนหนทางก็ดี แต่ที่ชอบที่สุดก็คือทางม้าลายของที่นี่ ไม่ใช่สีขาวดำเหมือนบ้านเราหรือบางที่ แต่บอกเลยว่าขลังเหมือนๆหลายประเทศในยุโรป ออสเตรเลีย และอเมริกา ไม่ว่าจะขับหรือขี่มาด้วยความเร็วเท่าไร เป็นอัน stop ทันทีทันใด ยิ่งรถซิ่งนี่เบรกล้อลากกันเลย สะใจ!!!

ช็อคโกแลตสวิสฯ

ย่านเมืองเก่ามีร้านค้ามากมาย แต่ชอบร้านนี้เพราะว่าชอคโกแลตน่ากินมากๆ และโดนใจตรงที่มาเป็นแผ่นๆ สั่งได้ว่าจะเอากี่กรัม แต่ราคาก็ใช้ได้ สมเหตุสมผล

พอดีมีโอกาสได้เข้าซุปเปอร์มาเก็ตของที่นี่ ที่ชื่อ Migros เห็นไอเดียดีๆระหว่างที่เดินลงบันไลเลื่อนจากชั้นหนึ่งลงไปชั้นใต้ดิน เพราะเขาเอาสินค้ามาวางไว้บริเวณช่องว่างระหว่างบันไดเลื่อนทั้งสอง เผื่อว่าจะเตะตาเตะใจลูกค้าบ้าง หรืออย่างน้อยก็หยิบมาดูเพลินๆ หรืออาจจะเจอโปรโมชั่นแรงๆบริเวณนี้

Migros ซูปเปอร์มาเก็ต

แล้วที่น่าแปลกใจอีกอย่างคือ สมาชิกในทริปนี้จะเรียกหาซุปเปอร์กันตลอดๆ จนดิฉันสงสัย และได้คำตอบจากพี่ๆ ที่มาด้วยกันว่า เขาชอบซื้อชอคโกแลตเพื่อเป็นของฝากและชอบซื้อผลไม้เมืองหนาวกัน เพราะราคามันถูกกว่าบ้านเราครึ่งนึงเลย อ๋อ!!! เอาบ้างสิเรา

ในระหว่างที่เดินในซุปเปอร์ฯ ก็ต้องงงอีก ว่าทำไมไข่ที่นี่ถึงมีสีสันคัลเลอร์ฟูลซะขนาดนี้ ไข่ธรรมดาหรือไข่วิเศษกัน ได้ความว่าเป็นไข่ธรรมดานี่แหล่ะ แต่อยากสร้างจุดขายและเป็นการเรียกความสนใจจากลูกค้า บางทีเด็กๆในครอบครัวก็ชอบสีสันเหล่านี้ ทำให้เด็กๆ อยากกินไข่ ถ้าที่บ้านเรามีบ้างก็น่าจะสนุกไม่น้อย แล้วถ้าคุณกำลังสงสัยว่าถ้าต้มแล้วสีมันจะหายไปกับน้ำไหม คำตอบคือไม่ค่ะ เพราะที่โรงแรมที่พักก็ใช้ไข่สีแดงเหมือนกัน น่ารักดี

ไข่สวิตเซอร์แลนด์

 

แนะนำที่พักสวิตเซอร์แลนด์

ถึงแล้วที่พักในคืนแรกและคืนที่สองของเรา บอกเลยว่าเส้นทางที่มายังโรงแรมแห่งนี้น่ากลัวมากสำหรับรถบัส เพราะว่าทางมันชันและแคบมาก มีหลายครั้งที่คนขับต้องตั้งหลักใหญ่และหาแนวดีๆก่อนเร่งเครื่อง อย่าว่าแต่เราเลย ชาวบ้านแถวนั้นก็ดูงงๆว่ารถใหญ่ขึ้นมาได้ยังไงกัน แต่บอกเลยว่าที่นี่ไกลจากตัวเมือง ไม่มีร้านค้า ไม่มีอะไรทั้งนั้น แต่วิวหลังโรงแรมค่ะ บอกได้เลย “อย่าลืมฉัน”

แนะนำร้านอาหารสวิตเซอร์แลนด์

วิวภูเขาสวิตเซอร์แลนด์

อีกสักภาพกับวิวภูเขา ทะเลสาบ และต้นสน ฟินสุดๆ และอีกภาพกับวิวสวยๆจากหน้าต่างโรงแรม โรงแรมนี้ชื่อ Hotel Himmelrich, Kriens อยู่ห่างจากเมืองลูเซิร์น ประมาณ 15 นาที ต้องผ่านสถานีกระเช้าขึ้น Pilatus ด้วย เผื่อใครอยากไปสัมผัสกับบรรยากาศดีๆห้องพักน่ารักๆดูอบอุ่นๆ เชิญนะคะ

โรงแรม Hotel Himmelrich, Kriens

 

โรงงานผลิตช็อคโกแลตสวิตเซอร์แลนด์

วันที่สองของทริปนี้ เรามีโอกาสได้เข้าเยี่ยมชมโรงงานผลิตชอคโกแลตที่เพิ่งจะเปิดให้ชมกระบวนการผลิตการบรรจุภัณฑ์ได้ไม่กี่สัปดาห์ ที่เป็นในภาพนี้เป็นรวมชอคโกแล็ต ตอนแรกก็เห็นแล้วว่าสวยดี ไปดูงานก่อนแล้วค่อยกลับมากินดีกว่า พอกลับมาที่โต๊ะ เหลือแค่ไม่กี่ชิ้น ไม่รู้เหมือนกันว่าเพราะอร่อยหรือว่าเพราะแพง เพราะมีคนบอกว่าไปแอบดูราคาที่หน้าร้านมา พบว่าราคาชิ้นละร้อยกว่าบาท แทบช็อกพูดเลย!!

วิธีทำช็อคโกแลตสวิส

ภาพนี้คือกระบวนการสร้างลายบนช็อคโกแล็ตทรัฟเฟิ้ลทั้งหลาย ที่นี่ยังใช้แรงงานคนเป็นส่วนใหญ่ค่ะ ทำกันมือเป็นระวิงเลย เห็นแล้วอยากลองบ้าง แต่ไม่มีโอกาสเล่น เสียดาย

แผงไข่ช็อคโกแลต

เกิดมาเพิ่งเคยเฟ็นแผงช็อคโกแล็ตแบบนี้ ส่วนมากเห็นแต่แผงไข่ นี่คือช็อคโกแลตกลวงๆที่รอการเติมไส้หรือเหล้าหรืออะไรก็ตามแล้วค่อยปิดฝาและราดช็อคโกแล็ตเคลือบอีกครั้ง ขั้นตอนการ QC ก็ยังใช้คนค่ะ นั่งมองนั่งส่องไฟทีละอัน อันไหนไม่เวิร์กก็โยนลงกล่องรอไปหลอมใหม่ ไม่งั้นเดี๋ยวรั่ว แย่เลย

บาร์แต่งหน้าช็อคโกแลต

อันนี้ก็สนุกดี เป็นบาร์แต่งหน้าช็อคโกแลตแบบบุฟเฟ่ต์ จะมีคนราดช็อกโกแล็ตลงบนแม่พิมพ์พลาสติกที่เป็นรูปวิวให้เรา จากนั้นเราก็แต่งหน้าตามใจชอบ บางคนเน้นของแพง บางคนเน้นดีไซน์ บางคนไม่เน้นอะไรเลย สนุกดี จากนั้นก็เอาไปผ่านเครื่องทำความเย็นให้ช็อคโกแล็ตแข็งตัว เป็นอันแล้วเสร็จ

ฝีมือเซเลบ ตจว.

นี่ไงผลงานของเรา ไม่รู้เหมือนกันว่าเน้นอะไร รู้แต่ว่าเบลอๆ มีอะไรก็ใส่ๆลงไป กินได้แน่ อย่ากลัว

รถไฟไปภูเขาจุงเฟรา

วันที่สามของทริป เราออกเดินทางจากลูเซิร์นไปยังหมู่บ้านกรินเดลวาวล์ (Grindelwald) เพื่อนั่งรถไฟสู่จุงเฟรา (Jungfraujoch) ที่ได้รับการขนานนามว่า Top of Europe ซึ่งเราไม่ค่อยเชื่อกับสมญานามนี้ เลยไปถามพี่หัวหน้าทัวร์ ได้ความว่าสูงสุดในแง่ที่รถไฟขึ้นถึงสูงสุด อ๋อ!!!! แต่ก่อนที่จะถึงหมู่บ้านกรินเดลวาวล์ เราต้องผ่านทัสนียภาพที่เห้นในภาพนี้ นั่นก็คือ อินเทอร์ลาเก้น (Interlaken) ตามรากศัพท์แล้ว Inter แปลว่า ระหว่าง ส่วน laken ก็คือทะเลสาบนั่นเอง รวมความได้ว่าเมืองนี้อยู่ระหว่างทะเลสาบ นั่นก็คือทะเลสาบ Thunersee และ Brienzersee ทะเลสาบสวยมากสะท้อนเงาภูเขาด้วย  สีน้ำสวยมากจะเขียวก็ไม่เขียว จะฟ้าก็ไม่ฟ้า รู้แต่ว่าสวย จบไหม?

รถไฟสวิตเซอร์แลนด์

โฉมหน้าขอรถไฟที่จะพาเราไปยังสถานีไคลน์ไชเด็กแล้วค่อยเปลี่ยนเป็นอีกขบวนเพื่อขึ้นไปยังสถานีจรุงเฟรา พี่หัวหน้าทัวร์ย้ำนักหนาว่าห้ามทำตั๋วหายนะ แพงมากเป็นเงินไทยสามพันกว่าๆ พอๆกะราคาตั๋วเครื่องโลว์คอสท์ในประเทศเราเลยอ่ะ

สถานีไคลน์ไชเด็ก

หนังสือเดินทางสวิตเซอร์แลนด์

หนังสือตราประทับสวิตเซอร์แลนด์

มีหนังสือเดินทางเล่มน้อยให้ประทับตราเล่นๆด้วยที่จุดบริการนักท่องเที่ยว

ภูเขาจรุงเฟรา ภูเขาจรุงเฟรา

ถึงแล้วจรุงเฟรา หนาวเย็นยะเยือก แล้วเวลาลมพัดเกล็ดหิมะมานะ น่ากลัวมาก นึกว่าพายุหิมะ ตอนแรกยังไม่ติดหมวกที่คอเสื้อ ต้องวิ่งกลับเข้าไปติดอาวุธเพิ่มแทบไม่ทัน จากในภาพบูทไร้ยี่ห้อกันหนาวได้ดี พื้นยางไม่ลื่น หนังไม่เปียกน้ำ ดีใจมาก คุ้มค่าในราคาที่ไม่แพงเกินไป ตอนแรกกว่าจะใส่รองเท้าผ้าใบไป ดีแล้วที่ไม่ใส่ไป พี่ที่ไปด้วยกันเดินลุยหิมะนิดเดียวเท้าเปียกซะละ มาทั้งทีขอรูปสวยๆ ติดธงชาติสวิสสักหน่อยน่าจะเก๋ไม่น้อย

คำแนะนำ ถึงอากาศจะหนาวเย็น แต่ต้องไม่ลืมทาครีมหรือโลชั่นกันแดดนะคะ เพราะยิ่งสูงยิ่งหนาวและยิ่งดำแบบไม่รู้ตัวค่ะ อีกอย่างที่สำคัญคือ แว่นกันแดด เพราะแสงแดดเจอเข้ากับหิมะนี่เล่นเอาแสบตาได้ง่ายๆ และที่สำคัญการแต่งกายก็ต้องเลือกเสื้อหรือกางเกงที่ช่วยให้ร่างกายอบอุ่นหน่อย ถึงจะออกมาเล่นหิมะไม่นาน ก็อาจจะป่วยได้

ไอศครีมสวิตเซอร์แลนด์

อร่อย! คำเดียวเลยเหมาะที่สุด น่ารักตรงที่มีโอโจ้แถมมาด้วย ไอศครีมเนื้อนุ่มมาก หอม หวาน มัน อร่อยอ่ะ! ตอนแรกนึกว่ามีที่ร้านอาหารบนนี้ที่เดียว ปรากฏว่าไปอีกเมืองก็ยังมีอยู่เลยคิดว่าน่าจะมีขายทั่วไป ลักษณะมาเป็นแท่งใหญ่ๆแล้วอาจจะต้องตัดเป็นชิ้นๆเอง อันนี้เดาล้วนๆนะคะ อย่าเพิ่งปักใจเชื่อ

รถไถหิมะ

 

รถไถหิมะ

รถไถหิมะมาแล้ว มาจากไหนก็ไม่รู้ นั่งชมวิวภูเขาหินมะอยู่ แล้วมันก็เข้ามาในสายตา มีคนบอกว่าทำทางสกีมั้ง บางคนบอกว่าขี่ปกติ สรุปเลยไม่รู้เลยว่ามาทำอะไร ภาพขวามือนี้คือจรุงเฟราที่ว่า นั่งมองจากจุดชมวิวอีกฝั่งนึง ถ่ายผ่านกระจก อาจจะไม่ค่อยใสเท่าไร แต่สวยด้วยตาเปล่า

เมืองเวเว่ย์ (Vevey)

ส้อมยักษ์ สวิตเซอร์แลนด์

ลงจากจรุงเฟรา เราก็นั่งรถประมาณ 4 ชม. ผ่านบริเวณที่ปลูกองุ่นพันธุ์ลาโว (Lavaux) ชื่อดังที่ถูกเอามาทำไวน์ แต่เสียดายไม่ได้ถ่ายรูป เพราะมัวแต่นอน แล้วก็มาถึงเมืองเวเว่ย์ (Vevey) เมืองโรแมนติกริมทะเลสาบ และเป็นเมืองที่ดาราตลกนามว่า “ชาลี แชลปปลิ้น) ได้มาอยู่อาศัยในช่วงบั้นปลายชีวิต เมืองนี้เป็นเมืองเล็กๆ หลายคนบอกว่าเหมือนกับเมืองในฝรั่งเศส อันนี้ไม่รู้ว่าจริงไหม เพราะยังไม่เคยไปฝรั่งเศส แล้วคนที่นี่ก็เป็นชาวสวิสที่พูดฝรั่งเศสด้วย ก็เลยยิ่งมีส่วนคล้ายมั้งคะ

ส่วนเจ้าส้อมที่เห็นปักอยู่ริมทะเลสาบนี้ ไปอ่านคำบรรยายมาแล้ว เลยรู้ว่าเขาปักลงไปตั้งแต่ปี 1995 เมื่อครั้งฉลองครบรอบ 10 ปีของพิพิธภัณฑ์อาหารที่มีบ.เนสท์เล่เป็นผู้สนับสนุน คนที่ออกแบบอยากจะให้เจ้าส้อมน้ะท้อนความสวยงามของทัศนียภาพของทะเลสาบแห่งนี้ล่ะค่ะ จบนะคะ

ชิลลอง (Chateau de Chillion)

ต่อกันเลยกับปราสาทชิลลอง (Chateau de Chillion) บอกตรงๆจำไม่ได้ว่าใครสร้าง สร้างให้ใคร รู้แค่ว่าตั้งอยู่ในเมือง Montreux เมืองที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองตากอากาศทั้งในฤดูร้อนและหนาวของที่นี่ โอ้ว! แล้วยังว่ากันว่าได้สมญานามว่า “ไข่มุกแห่งริเวียร่าแห่งสวิส” อะไรประมาณนี้ กลัวข้อมูลไม่แม่น เดี๋ยวมีคนเหวี่ยง 555

เมืองอันเดอร์แมท (Andermatt)

เมืองอันเดอร์แมท (Andermatt)

วันที่สี่ของทริปนี้ เราออกเดินทางต่อไปยังเมืองอันเดอร์แมท (Andermatt) ถามว่าสำคัญหรือโดดดังยังไม่ อันนี้ไม่มีความรู้เลย รู้แค่ว่าต้องไปนั่งรถไฟสายกลาเซียเอ็กซ์เพรส ที่เคยได้ยินแต่ชื่อ และได้ยินว่าสวย แต่กว่าจะไปถึงเมืองที่ว่านี้ ดูเส้นทางซะก่อน ขึ้นเขาวกไปวนมาสี่ห้าตลบของจริง แต่บอกเลยว่าที่นี่ถนนหนทางของเขานี่ใช้ได้เลย ซับซ้อนมาก รถบัสเราเบรกแต่ละทีหวิดตกเหว  ยาดม บ๊วย ยาหม่อง เป็นสิ่งที่สำคัญ ถ้าไม่หลับก็จะเวียนหัว 555

สปาเก็ตตี้สวิตเซอร์แลนด์

อยู่ๆก็อยากลงภาพอาหารบ้าง ก็ไม่มีอะไรมาก ก็มีเส้นสปาเก็ตตี้ หมูในน้ำเกรวี่ และแครอทต้ม ใส่เข้าไปพริกไทย เกลือ และพริกป่นจากไทย น้ำพริกนรกเอย อร่อยเหาะ เรื่องของเรื่องคือแค่อยากจะบอกว่าหมูมีให้กินนะ ไม่เหม็นไม่คาวด้วย จบนะ

ที่เที่ยวสวิตเซอร์แลนด์

ทหารสวิตเซอร์แลนด์

ขบวนแดงๆ นั่นล่ะค่ะ เจ้ารถไฟสายกลาเซียเอ็กซ์เพรสที่ว่า ตอนนี้ชมความงามของชุดทหารไปก่อนนะคะ พี่ทหารคนนี้แกเซอร์มากบอกตรงๆ เจาหู ผมยาว กางเกงหลวมๆ ฮาดี เลยโดนแอบถ่ายซะงั้น

ยาเส้น Swiss

ก่อนขึ้นรถไฟ บังเอิญไปเจอสิ่งเหล่านี้เข้า ตอนแรกนึกว่าขนมหรือกล่องชา เอาไปเอามามันคือยาเส้น packaging สวยเชียว

ส่วนอีกภาพคือน้องเจ้าหน้าที่บนขบวนรถไฟ เข้ามาถามว่ามีใครยังไม่ได้หูฟังและแผ่นพับบ้าง พอบอกว่าเราได้หมดแล้ว นางก็ยังไปเอามาแจกเพิ่ม ไม่เข้าใจเหมือนกันว่านางมีจุดประสงค์อะไร โปรดสังเกตตัววิ่งที่อยู่เหนือหัวนางขึ้นไป มันจะบอกสถานีต่อไปและบอกว่าคือสถานีหมายเลขอะไร แล้วถ้ามีรูปหูฟังคือจะมีการบรรยายด้วย แต่เราต้องเสียบหูฟังเข้ากับที่รูบริเวณที่พักแขนเก้าอี้ของเรา ภาษาที่ใช้บรรยายจะภาษาอังกฤษและภาษาอื่นด้วย เจ้าหูฟังที่ว่าให้แล้วให้เลย เอาไปใช้ต่อไป

ภูเขาสวิตเซอร์แลนด์

สวิตเซอร์แลนด์

วิวทิวทัศน์สองข้างทางเต็มไปด้วยทุ่งหญ้า ต้นสน ภูเขา และบางทีก็ยังมีภูเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะ และน้ำหิมะที่ละลายลงมาเป็นลำธาร ว่ากันว่าคนที่นี่ปลูกต้นสนและตัดขาย แบบว่ารุ่นปู่ปลูกให้รุ่นพ่อและจากนั้นก็ส่งต่อเรื่อยๆ

รถทัวร์สวิตเซอร์แลนด์

ผ่านไปราวๆ สองชม. ถึงแล้วจ้าเมืองจุดหมายปลายทางของเราในวันนี้ เมืองเซอร์แมท (Zermatt) มาถึงก็สะดุดตาเข้ากับเจ้ารถน้อยๆเหล่านี้ สมองว่างไปสองสามชม. เพิ่งคิดออกว่า เขาบอกว่าเมืองนี้เขาห้ามใช้พาหนะทุกชนิดที่เติมน้ำมันเชื้อเพลิงหรือแก๊ส ใช้ได้แค่พวกที่ชาร์จไฟฟ้าและรถม้าเท่านั้น ฉะนั้นเจ้ารถน้อยๆเหล่านี้จะมีทั้งของโรงแรมที่พัก และแบบที่เป็นรับจ้าง แต่เท่าที่เห็นส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวจะเดิน ส่วนคนที่ทำงานที่นี่จะใช้จักรยาน หรือบ้านหลังไหนหรูๆก็จะมีรถน้อยๆแบบนี้หลังละสองสามคัน น่ารักดีค่ะ

โบสถ์สวิตเซอร์แลนด์โบสถ์สวิตเซอร์แลนด์ซ้ายก็โบสถ์ ขวาก็โบสถ์ค่ะ แต่ไม่รู้ชื่อที่แน่นอนและแน่นอนไม่ได้อ่านประวัติด้วยค่ะ เห็นว่าสวยดี เลยรีบถ่ายภาพมา ภาพขวามือจะเห็นหลังคาน้อยๆสีฟ้า นั่นคือพิพิธภัณฑ์สกีค่ะ เพราะคนที่มาที่นี่ส่วนใหญ่มาเพื่อเล่นสกี เลยไม่แปลกใจที่เห็นร้านขายเครื่องเล่นสกีและเสื้อผ้า รองเท้าสกีมากมาย

เมทเธอร์ฮอร์น (Matterhorn)

เจอแล้วเมทเธอร์ฮอร์น (Matterhorn) คุ้นๆไหมคะลองหาซองช็อคโกแล็ตยี่ห้อ Toblerone หรือโลโก้ของบ.ภาพบนตร์ Paramount Pictures มาดูนะคะแล้วจะอ๋อ!!!!!!!!!!!!!! ยังมีอีกนะ เครื่องเล่นบิ๊กธันเดอร์ในสวนสนุกดิสนีย์แลนด์นั่นก็ด้วย ได้แรงบันดาลใจมาจากภูเขาลูกนี้ล่ะค่ะ

โดยส่วนตัวคิดว่าชื่อนี้เท่มาก เวลาพูดแล้วดูเท่ๆ แล้วมันก็เท่สมชื่อจริงๆนะ เดี๋ยวเราไปดูกันว่าระหว่างทางที่จะขึ้นไปดูเจ้าเมทเธอร์ฮอร์น (Matterhorn) แบบใกล้ๆนั้น วิวสวยขนาดไหน และหิมะจะเย็นเท่าที่จรุงเฟราไหม ลมจะแรงเท่าๆกันไหม ไปกัน!!!

นาฬิกาสวิตเซอร์แลนด์

นาฬกาโรเล็กซ์สวิตเซอร์แลนด์

ไม่รู้ล่ะ ขึ้นชื่อว่าเมืองนาฬิกาเลิศ ไปไหนก็เจอป้ายโฆษณานาฬิกา ยิ่งขึ้นสูงยิ่งเจอหรูๆ ทุกขณะจิตจริงๆ ถ้าเป็นของจริงเรือนเท่าในภาพซ้ายคือคงจะหลายสิบล้านเลยนะคะ

กระเช้าสวิตเซอร์แลนด์

มาแล้วกระเช้าใหญ่ที่จะพาเราขึ้นเขาไป ตอนแรกมีคนสร้างกระแสว่าขึ้นไปกระเช้าละแปดคน ปรากฏว่าโน่นเลยค่ะ ปาไปสามสิบกว่าๆ เพราะมันใหญ่มากและแข็งแรงด้วย ไม่โยกเยกไปมา ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด แต่จะหวาดเสียวหน่อยตอนช่วงที่เปลี่ยนเสาสลิง วาบๆๆ

จริงๆแล้วนอกจากกระเช้า ยังมีรถไฟกรอนาแกร็ต และกระเช้าเล็กที่สามารถนำเราไปยังลานสกีหิมะได้ แต่เจ้าในภาพนี่ดูจะเหมาะสุดสำหรับเราในวันนี้ เพราะว่าเราเริ่มเอียนรถไฟ และกลัวกระเช้าเล็กนั่นเอง

ภูเขามองบลังค์ (Mont Blanc)

คนบังคับกระเช้าบรรยายว่ามองไปไกลๆโน่นจะเห็นภูเขามองบลังค์ (Mont Blanc) ของฝรั่งเศสไกลๆ และอีกลูกขวามือของอิตาลีจำชื่อไม่ได้ คนก็หันไปถ่ายรูปกันใหญ่ และก็น่าแปลกมาก ในหุบเขาหิมะขนาดนี้ยังมีหมู่บ้านของชาวอิตาลีซะงั้น งงๆอยู่ว่าเขาทำอะไรกันแถวนั้น แล้วไปไหนมาไหนยังไงกัน อยากจะไปถามซะจริงๆ

รถตะลุยหิมะ

แก๊งค์สกี

ได้ยินเสียงซิ่งมาแต่ไกล ไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร บึ่งรถมาอย่างไว กระโดดลงและหายไป รอตั้งนานกว่าจะกลับมาอีกครั้ง รถเท่มาก รถหิมะ คนขับก็พยายามเท่พอกัน ให้เขาละกัน มาดเขาให้

ส่วนอีกภาพเป็นแกงค์สกี เห็นตั้งแต่ขึ้นกระเช้าพร้อมกัน อุปกรณ์ครบมาก เชือกเอย รองเท้าเอย เสื้อเอย กางเกงเอย แว่นกันแดดขาดไม่ได้ ทุกคนยืนทาโลชั่นกันแดดกัน เขาไม่ได้กลัวดำดอก เขากลัวผิวไหม้และมะเร็ง จริงๆแล้วมีภาพที่เราเข้าไปยืนด้วย แต่ไม่กล้าลง เพราะมันจะไม่เข้าพวกเกินไป

เล่นสกีสวิตเซอร์แลนด์

หิมะที่นี่ไม่ค่อยฟูเท่าไร เมื่อเทียบกับจรุงเฟรา ที่นี่เหมือนน้ำแข็งใสมากกว่า นี่แหล่ะมั้งเลยเหมาะกับการมาสกี (เดาล้วนๆ)

นั่งกระเช้าสวิตเซอร์แลนด์

ลงแล้วนะ จะไปกินอาหารเที่ยง โน่นๆไกลๆนั่นคือเมืองเซอร์แมทไงจ๊ะ เล็กกระจิ๋วหลิว ลืมบอกว่ากว่าจะไปถึงลานสกีข้างบนนั้น เราต้องเปลี่ยนกระเช้า  3 ครั้ง หรือพูดง่ายๆคือ 3 สถานี ลางเนื้อชอบลางยา บางคนชอบสกีแบบเบๆ บางคนชอบแบบโหดๆ ก็ว่ากันไปตามอัธยาศัย

ไอศครีม ฟองดู

“ฟองดู” ในร้านไอศกรีม คือช็อคโกแลตร้อนมาบนหม้อน้อยๆมีไฟให้ความร้อนข้างล่าง แต่จริงๆ แล้วฟองมีหลายแบบ เช่นในภาพนี้ ฟองดูชีสค่ะ เหมือนน้ำมันเลย แต่ไม่เหม็นหืน โต๊ะเราเลือกกินเนื้อวัว พนง.เอาหม้อชีสมาตั้งบนเตาขนาดเล็ก จุดไฟให้ความร้อน พอเริ่มเดือด เราเอาส้อมยาวๆในภาพจิ้มเนื้อลงไปจุ่มชีส รออึดใจเดียว อร่อยเชียวจะบอกให้

ปกติเขาเสิร์ฟคู่กับดิปปิ้งซอสสองสามอย่าง แต่พวกเราเลิศกว่านั้นค่ะ พี่หัวหน้าทัวร์พกน้ำจิ้มแจ่วมาด้วย จบไหม?

คนบอกว่าจุ่มรวมกันเพื่อนจะขโมยของเราไปกินป่ะ? คำตอบคือที่ปลายส้อมจิ้มจะมีสีบ่งบอกความเป็นเจ้าของอยู่ค่ะ

โรงแรมเซอร์แมท

ที่เซอร์แมท มีที่พักและโรงแรมมากมาย ส่วนมากจะเป็นรูปทรงคล้ายๆกัน ใช้ไม้เป็นองค์ประกอบหลัก แต่ที่เห็นในภาพนี้เป็นบ้านคนที่มีสวนผักและดอกไม้หน้าบ้าน ชอบมาก อยากมีพื้นที่แบบนี้ แต่ขออากาศเย็นสบายด้วยนะ จะดีมาก

โรงแรมเซอร์แมท

สนามเทนนิสกลางหุบเขาป้ายชื่อภาษาสวิส

แม้จะอยู่ในหุบเขา เราก็ยังมีสนามเทนนิสให้เล่น แต่บอกตรงๆไม่รู้ว่าสนามนี้มีความสำคัญยังไงบ้าง พยายามอ่านชื่อคนที่อยู่บนป้ายไม้แล้วแต่ยังไม่ค่อยคุ่น เอ้าช่วยๆ กันหาคำตอบด้วยนะคะ

ถังขยะสวิส

ทายซิ!อะไรเอ่ย?

ก็ถังขยะน่ะสิ ไม่ได้ลองทิ้งเลย แอบเสียดาย แต่เดินผ่านสองสามครั้ง กลิ่นไม่แรงมาก ส่วนตัวคิดว่าเขาออกแบบสีและโลโก้ได้ลงตัวดี ดูแล้วไม่เป็นทัศนอุจาดแต่อย่างใด ให้สามผ่าน

เมืองเซ็นต์มอริทซ์ (St. Moritz)

เมืองเซ็นต์มอริทซ์ (St. Moritz)

เรื่องมันมีอยู่ว่า ออกจากเซอร์แมทแล้ว เราต้องรีบดิ่งไปยังเมืองเซ็นต์มอริทซ์ (St. Moritz) ซึ่งจริงๆแล้วเราควรไปถึงเมืองที่ว่านี้ราวๆหนึ่งทุ่ม แต่ดันกลายเป็นสามทุ่มครึ่งไปได้ เพราะว่าคนขับรถไม่ชินทาง เลยพาไปผิดเส้นทาง แล้วมันต้องย้อนไปมานิดหน่อย ทำให้เสียเวลาไปมาก แต่ไม่เป็นไร ระหว่างทางวิวสวยเลยพอให้อภัยได้บ้าง ส่วนความคดเคี้ยวของถนนนั้นออกจะหนักหนากว่าเมื่อตอนนั่งรถไปอันเดอร์แมทอยู่ ระหว่างทางเราเจอกลุ่มรถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์หลายกลุ่มมาก ที่เลิศไปกว่านั้นมีแก๊งค์รถสปอร์ต และรถหรูอีกหลากหลายยี่ห้อ นั่นทำให้อนุมานได้ว่าถนนเส้นนี้ต้องเก๋ทีเดียว

ข้อมูลห้องพัก

ถึงสักทีที่พักคืนสุดท้ายในสวิส ได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อตนเองและผู้อื่นจากกระดาษแผ่นนี้ ข้อความที่เป็นภาษาอังกฤษทำให้รู้ว่าน้ำก็อกในห้องน้ำนั้นกินๆเข้าไปเถอะ ดี สะอาด เลิศ อย่ากังวลใดๆ ใครๆก็กินกัน น้ำแร่ทั้งนั้น เข้าใจตรงกันนะ และพูดตรงๆเราไม่กระดากเลยที่จะเปิดน้ำในห้องน้ำกิน แต่ข้อควรระวังก็คือ อย่าเปิดน้ำร้อนนะคะ อันตราย ให้กินน้ำเย็น ที่น้ำร้อนอันตรายก็เพราะว่ามันต้องผ่านหม้อต้ม อาจจะมีตะกอนและสารเคมีค่ะ

มีพี่คนนึงเคยเล่าให้ฟังฮามาก เขาบอกว่าเขาหิวมากเลยตอนไปญี่ปุ่น อยากกินบะหมี่ในคัพ เลยเปิดน้ำร้อนในห้องน้ำ เพราะได้ยินว่าน้ำในห้องน้ำกินได้ เยี่ยม!!!!

อาจารย์ที่อยู่สวิสบอกว่าน้ำก็อกในสวิสสะอาดกว่าน้ำขวดด้วยซ้ำ เพราะว่าถ้าขวดสกปรกมาก่อนบรรจุน้ำ น้ำก็สกปรก โอเคเข้าใจตรงกันนะคะ

ของฝากสวิส

ก็ไม่มีอะไรมาก ก็แค่อยากโชว์ของ ถามว่าญี่ห้อเหล่านี้ประเทศไทยมีไหม มีค่ะ แต่ว่าบางรุ่นไม่มีในไทย ถามว่ารสชาดต่างไหม ไม่รู้สิคะ ไม่ได้ชอบจับผิดขนาดนั้น 555 ถามว่ามันดีกว่าที่ไทยยังไง ตอบไม่ได้ค่ะ เป็นสินค้าที่ซื้อเพราะความพึงพอใจ ตาดีได้ตาร้ายเสีย

ส่วนที่ชอบถกเถียงกันว่าโหลดใต้เครื่องจะละลายไหม? บางคนบอกละลาย บางคนบอกไม่เป็นไร อันนี้บอกตรงๆแล้วแต่เวรแต่กรรม เพราะหลายคนบอกว่าเคยโหลดแล้วละลาย ส่วนอีกมากมายเถียงแทบตายว่าไม่ละลาย เอาเถอะค่ะ สุดแต่ใจจะไขว่คว้านะคะ ชอบแบบไหนทำแบบนั้น ขำๆค่ะ

ส่วนถ้าถามดิฉัน ดิฉันหิ้วขึ้นเครื่องค่ะ เป็นคนขี้กลัวและเจอประสบการณ์เชิงลบ จบนะ 555

มาม่าเซ็นเมอริส

มาเซ็นต์มอริซ์ต้องกินบะหมี่ถ้วยเดี๋ยวไม่ถึง อันนี้คิดขึ้นมาเองนะคะ พอดีตื่นมาแล้วหิว อยากกินอะไรร้อนๆ นั่งดูวิวสวยๆ เลยได้มาตามที่เห็นนี่ล่ะค่ะ สะใจ!!!

ขอโม้ชื่อเสียงของเมืองนี้นิดนึง เขาบอกว่าถ้าทัวร์ไทยมาส่วนมากจะเข้ามาทานอาหารแต่ไม่ค้างที่นี่ เพราะว่าราคาที่พักจะค่อนข้างสูง แต่เราพักค่ะ 555 เมืองนี้อยู่ห่างจากซูริคประมาณเกือบ 3 ชม. มาทั้งทีควรนอนค่ะ และควรตื่นด้วย ไม่ใช่นอนแล้วนอนเลย (ช่วยฮาด้วย ขอร้อง)

เซ็นต์มอริซ์ เป็นเมืองตากอากาศและศูนย์กลางกีฬาสกีและกีฬาฤดูหนาว และเป็นที่แข่งกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวด้วยนะ เขาโม้ว่าเมืองนี้เลิศและหรูสุดในสวิส แต่อาจจะจริง เมืองเล็กๆ แต่มีร้านแบรนด์เนมเพียบเลย เมืองไม่ค่อยวุ่นวาย ที่สำคัญอากาศดีมาก ดีจนมีคนเล่าว่าเมื่อก่อนมีคนป่วยด้วยวัณโรคมาอยู่ที่นี่แล้วหายป่วยค่ะ

ช่วง F&Q

Q: มาสวิสซื้ออะไรดี?

A: อยากได้อะไรซื้ออันนั้นค่ะ ตอบง่ายสุด (อาจจะกวนไปหน่อย แต่เป็นเรื่องจริง)

Q: อยากได้นาฬิกาที่สวิส ถูกกว่าไทยครึ่งนึงเลยไหม?

A: ไม่ค่ะ แต่ถูกกว่าแน่ แล้วแต่รุ่นและยี่ห้อค่ะ แต่ Swatch นั้นที่ไทยถูกกว่าชัวร์ๆ เรือนละสี่ห้าร้อยถ้าซื้อที่คิงพาวเวอร์ ซึ่งหาคำตอบไม่ได้ว่าทำไม จริงๆนะพูดเลย

Q: ทำไมRolexที่ฮ่องกงกับสิงคโปร์ถูกกว่าที่สวิส?

A: ก็ไม่รู้สินะ แต่เท่าที่ดูคนก็แห่มาซื้อที่สวิสกันนะ อาจจะซื้อความมั่นใจก็เป็นได้

Q: ของแบรนด์เนม ราคาพอๆกับที่ฝรั่งเศสและอิตาลีไหม?

A: ไม่เลย ได้ภาษีคืนน้อยกว่า และราคาสูงกว่า (อาจจะเพราะด้วยค่าเงิน)

Q: อาหารไทยที่สวิสแพงไหม?

A: ไม่ต้องถึงกับอาหารไทย อาหารจีนนี่ก็แพงแล้วค่ะถ้าเทียบกับค่าเงินเรา เช่น อาหารจานละ 500-700 บาท ตัวอย่างเช่น ผัดผัก ไข่เจียว ไก่คั่วเค็ม ส่วนอาหารไทยนั้น แว่วๆว่าผัดไทยกล่องละ 700 บาทเก๋ๆ ดิฉันลองพึ่งMcDonald ไก่ไม่มีกระดูก 4 ชิ้น มันฝรั่งทอดกล่องเล็ก สิริรวม 400 บาท จบนะ

Q: มีดพับสวิสดัง ซื้อรุ่นไหนดี?

A: ดีหมด ขึ้นอยู่กับจุดประสงค์การใช้งาน ยี่ห้อดังๆมีสองยี่ห้อ คือ Vixtorinox และ Wenger อันแรกราคาจะต่ำกว่าหน่อย ไม่ต้องกลัวว่าหาซื้อยาก มีแทบทุกแห่งหน บอกเลย แต่ราคานี่นะ ถ้าเทียบกับที่วางขายในห้างไทยแล้วนี่ ที่สวิสถูกกว่าไทยครึ่งนึงเลย ถ้าแบบมีคนถือไปขายในเนต ก็ยังบวกอันละ4-5ร้อย

 Q: ไปสวิสช่วงไหนดี?

A: แล้วแต่ชอบ เพราะเขาคอนเฟิร์มว่าเที่ยวได้ทั้งปี เหมือนๆเมืองไทยไงคะ เที่ยวได้ทั้งปี แต่ก็มีช่วงพีคและโลว์

ของฝากสวิตเซอร์แลนด์ เที่ยวสวิตเซอร์แลนด์ ของฝากสวิตเซอร์แลนด์ ของฝากสวิตเซอร์แลนด์

สุดท้ายนี้ใครมีคำถามหรือข้อสงสัยเกี่ยวกับ รีวิวเที่ยวสวิตเซอร์แลนด์ เพิ่มเติมสอบถามอากู๋เลยค่ะ เจอทุกสิ่งอย่างในโลกนี้ เราอาจจะไม่ชัดเจนพอต้องขออภัย ทริปหน้าฟ้าใหม่จะมาเล่าสู่กันฟังใหม่นะคะ ขอบคุณค่ะ

“เซเลบตจว.”

 

Peter

ไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา และเชื่อว่า "เราเลือกเกิดไม่ได้ แต่เราเลือกที่จะทำดีได้" ปัจจุบันทำงานสาย Digital Marketing และ E-commerce ชอบท่องเที่ยวเพื่อหาประสบการณ์และอยากแบ่งปันความรู้ในกะลาของตนเองแก่ชาวโลก ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาเยี่ยมชม Blog เล็ก ๆ แห่งนี้

More Posts - Website