งานอสังหาริมทรัพย์ กับ การออกแบบแสง!!!

Be Sociable, Share!

งานอสังหาริมทรัพย์ กับ การออกแบบแสง!!!

.

ออกตัวก่อนว่าตัวผมไม่ได้เป็นสถาปนิกหรือวิศวกรไฟฟ้าแต่อย่างใดครับ แต่เป็นผู้สนใจที่ได้ทำงานพบเจอกับเรื่องนี้มาบ้างที่พอรู้เรื่องราวบ้างเลยอยากจะเล่าครับ เผื่อว่าจะเป็นประโยชน์ต่อท่านผู้ที่สนใจบ้าง

.

การออกแบบแสง หรือ Lighting Design แค่ชื่อก็ชวนสงสัยแล้ว … ถ้าคนนอกวงการหรือผู้ที่ใช้งานแทบจะงงเลยว่าคืออะไร เพราะจะรับรู้เพียงว่า ห้องนี้แสงสวย ตึกนี้แสงงาม ห้องโถงนี้นี้ใช้งานแล้วสบายตา … จากที่กล่าวมาเหมือนว่างานออกแบบต่างๆโดยเฉพาะงานอสังหาริมทรัพย์นั้นน่าจะคุ้นเคยกันดี เพราะ ส่วนงานนี้น่าจะไปรวมหมวดอยู่กับงานออกแบบภายใน เพราะ การออกแบบแสงนั้นจะทำให้ทุกสัดส่วนของบ้านมีแสงที่เหมาะสมต่อการใช้งานมากขึ้น ทำให้บ้านมีมิติและมีมุมมองที่น่าสนใจมากยิ่งขึ้นในยามค่ำคืน

.

คิดง่ายๆงานสวนหน้าบ้าน .. ถ้าตกค่ำๆไม่มีไฟทุกอย่างก็จะมืดครึ้มไปหมด แต่ถ้าเราจัดแสงไฟส้มส่องใส่ต้นไม้สักดวงสองดวงหรือโคมไฟทางเดินสักสามสี่แท่งนั้นจะทำให้สวนน่าสนใจมากยิ่งขึ้น

.

ที่นี้เรามาดูในมุมมองของการใช้งาน ข้อความต่อไปนี้ผมคัดย่อมากจาก การไฟฟ้านครหลวง … ชื่อบทความว่า …. แสงสว่างกับการใช้งานที่เหมาะสม

.

“ประสิทธิภาพในการมองเห็นอย่างชัดเจนถูกต้อง นั้นจะต้องเกิดความสบายในขณะที่ประกอบกิจกรรมในชีวิตประจำวัน ไม่ให้มีแสงสว่างมาก หรือน้อยจนเกิดผลกระทบ เพราะในพื้นที่ใช้งานมี แสงสว่างที่น้อยเกินไป จะมีผลเสียต่อสายตา ทำให้กล้ามเนื้อตาทำงานมากเกินไปจากการเพ่งมอง ทำให้เกิดการ เมื่อยล้าปวดตา มึนศีรษะ รวมถึงประสิทธิภาพในการทำงานลดลง ในทางกลับกัน หากมี แสงสว่างที่มากเกินไป จะทำให้ผู้ทำงานเกิดความไม่สบายสายตา ปวด แสบตา มึนศีรษะ วิงเวียน และอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุขึ้นได้ รวมถึงส่งผลให้ประสิทธิภาพในการทำงานของเราลดลงหรืออาจเป็นสาเหตุของโรคทางสายตาได้เช่นเดียวกัน 

.

เราจะทราบได้อย่างไรว่าพื้นที่ใช้งานมีค่าความส่องสว่างเพียงพอหรือไม่ โดยทั่วไปเรามักจะรู้สึกได้จากอาการแสบตาเมื่อมีแสงมากเกินไปหรือต้องหรี่ตาเมื่อรู้สึกว่าพื้นที่นั้นๆ ว่ามีปริมาณน้อยเกินไป ซึ่งในปัจจุบันมีการพัฒนาอุปกรณ์เครื่องวัดแสงเรียกว่า “Lux Meter” สำหรับวัดความสว่างเฉพาะความเข้มที่ปรากฏในสายตาของมนุษย์ โดยมีหน่วยของการวัดความสว่างเป็น ลักซ์ (Lux) โดยทั่วไประดับแสงกลางแจ้งจะอยู่ที่ประมาณ 10,000 ลักซ์ และจะมีระดับที่สมดุลแตกต่างกันไปในแต่ละสถานที่ ดังนั้นเราควรให้ความสำคัญและมั่นตรวจวัดค่าความส่องสว่างให้มีค่าแสงสว่างเป็นไปตามที่มาตรฐานกำหนดไว้เพื่อให้แต่ละวันในการทำงานของเราสามารถนั่งทำงานได้สบายตา”

.

ตัวอย่างข้อมูลมาตรฐานความสว่างในบริเวณต่างๆ ของโรงเรียนและร้านสะดวกซื้อ

ภาพและข้อมูลประกอบจาก

http://meaenergysavingbuilding.net/index.php/menu-article-leftmenu/273-%E0%B9%81%E0%B8%AA%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87-%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%83%E0%B8%8A%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%B0%E0%B8%AA%E0%B8%A1.html

.

ทีนี้เรามาลองการประยุกต์การใช้งาน … ในชีวิตจริงปกติที่เราอยู่อาศัยในบ้านพัก เราอาจจะแค่ว่าห้องมันมืดจังเปลี่ยนหลอดไฟดีให้ watt สูงๆความสว่างจะได้มากกว่า หรือ การเพิ่มดวงไฟทีมากขึ้นเพื่อความสว่างที่มากขึ้น เราอาจจะทำเพียงแค่นั้น … แต่ถ้าเมื่อใดก็ตามเราต้องการความสวยงามที่จะเพิ่มมูลค่าของงานหรือแม้แต่ต้องการแสงเพื่อความสว่างที่จำเพาะเจาะจงขึ้นมาเมื่อใด การออกแบบแสงนั้นจะเป็นจะจำเป็นและสำคัญขึ้นมาทันที

.

ช่วงที่ผ่านมาผมที่โปรเจคที่ต้องสร้างโรงงานการผลิตขนาดเล็กแห่งหนึ่งซึ่งโรงงานของผมนี้ต้องทำงาน 24 ชม. ต่อวัน ดังนั้นเรื่องแสงสว่างจึงสำคัญมาก … พนักงานต้องทำงานอยู่ในแสงที่เหมาะสม ทำงานอยู่ในสภาวะที่เหมาะแก่การทำงาน ความสว่างควรจะมากกว่า 300 lux ในขณะทำงาน … เมื่อได้ความดังนั้นผมจึงส่งเรื่องไปยังทุมออกแบบของบริษัทผู้จำหน่ายหลอดไฟแจ้งว่าผมมีโรงงานขนาดเท่านี้ สูงเท่านี้ ต้องการความสว่าง 300 lux ให้ครอบคลุมทั่วบริเวณ ผู้จัดจำหน่ายก็จัดการมาให้เรียบร้อย เคสนี้ผมเลือกใช้ของ Philips ครับ ดีลเลอร์ท่านก็คัดเลือกผลิตภัณฑ์โคมไฟของ Philips มาตัวหนึ่งเพื่อใส่โปรแกรมจำลอง … ได้ผลออกมาประมาณนี้

.

ภาพแสดงค่าความสว่าง(Lux) ต่อพื้นที่ใช้งานในจุดต่างๆของโรงงาน

.

ได้ความสว่างมากกว่า 300 lux ครอบคลุม 80% ของพื้นที่ ซึ่งผมก็รับได้กับผลงานที่ออกมาจึงตกลงปลงใจที่จะใช้เจ้าผลิตภัณฑ์นี้กับโรงงานเล็กๆแห่งนี้ … การใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆน้อยๆนี้จะมีส่วนช่วยในส่งเสริมให้พนักงานที่ทำงานในโรงงานแห่งนี้ทำงานได้สบายตาในเรื่องของแสงสว่างเมือปฏิบัติ ในงานยามค่ำคืน

.

นอกจากเรื่องของแสงสว่างที่เหมาะสมแล้วอีกอย่างนึงเลยคือ เรื่องอารมณ์ของแสง หรือแสงสื่ออารมณ์

ภาพประกอบจาก https://www.wemall.com/blog/4099/light

.แสงส้ม(Warm White) ให้โทนอุ่นสบายตา … แสงขาว(Daylight White) ให้แสงขาวสะอาดตา … ส่วน Cool White ก็กึ่งขาวกึ่งเหลือง … จากแสงส้ม จะขาวขนาดไหนก็ดูจากค่าอุณหภูมิของแสง หน่วยเป็นเคลวินของแสง ( KELVIN MEASUREMENT) 

.

ภาพแสดงค่าอุณหภูมิของแสง(K)

ภาพประกอบจาก http://densho-led.blogspot.com/2015/07/led-color-temperature.html

.

โดนสวนตัวผมชอบให้มีแสงส้มๆในบางจุดของงานอสังหาฯ เพื่อให้งานดูสวยเด่น แสงส้ม(Warm White) กับโคมไฟกิ่งติดผนัง ไฟส้มกับงานจัดสวน ตัวอย่าง เช่นภาพโรงงานน้อยๆนี้ ผมใส่ไฟส้มเข้าไปในส่วนของออฟฟิตด้านล่างซึ่งเป็นส่วนรับลูกค้ารับผู้ที่มาเยือนอยากให้มันรู้สึกอบอุ่นน่าคบหามากกกว่าจุดอื่น ส่วนตัวโรงงานหรือภายในออฟฟิตผมเลือกเป็นแสงขาวเพื่อให้เห็นสิ่งรอบตัวได้สว่างชัดเจนที่สุด

.

เรือนนอนที่กรุฝ้าเพดานด้วยไม้แท้ แอบซ่อนช่องไฟไว้แบบนี้แล้วการใส่ไฟแสงส้มเขาสามารถสร้างอารมณ์ได้

.

เรื่องเล่าในหัวข้อ “งานอสังหาริมทรัพย์กับการออกแบบแสง”ก็ขอจบลงเพียงเท่านี้ครับ หวังว่าจะเป็นประโยชน์ต่อทุกท่านบ้างนะครับ

.

ลงชื่อ มาม่ากับปลากระป๋อง

…[^_^]…

.

– ติดตามเรื่องราวของผมได้ในเพจนี้ครับ … เพจคุยเรื่อยเปื่อยครับ

https://www.facebook.com/creativeshooter/

Be Sociable, Share!

มาม่ากับปลากระป๋อง

ผมนักเดินทาง "ล่าฝัน" บนถนนสายยาวที่ชื่อว่า "ชีวิต" ระหว่างทางผ่านประสบพบเจอเรื่องราวต่างๆมากมาย เลยคว้าคีย์บอร์ดขึ้นมาพิมพ์แทน "ปากกา" ใช้บล็อก Creativeshooter.com แทน "สมุด" เพื่อบันทึกและแบ่งปันการเดินทางในครั้งนี้

More Posts - Website