ยอดแม่ทัพจำเป็นต้องมีสุดยอดขุนพล

 

ผมคิดว่า คนที่ทำกิจการใดๆก็ตามที่ทำแล้วรุ่งเรื่อง ทำแล้วยิ่งใหญ่ ทำแล้วเจริญก้าวหน้า จำเป็นต้องมีผู้ช่วยที่เป็นเรี่ยวแรงสำคัญในการที่จะนำพากิจการไปสู่จุดหมาย

 

ผมขอเล่าเรื่องตัวของผมเองกับ การได้สุดยอดขุนพลมาโดยความบังเอิญ!!

 

ปัจจุบันผมได้ต่อยอดธุรกิจ SMEs เล็กๆ ซึ่งเป็นธุรกิจของครอบครัว แต่ต่างกันกับธุรกิจครอบครัวโดยปกติสักนิดหน่อยคือ ธุรกิจของครอบครัวผมได้ขยายสาขาเพิ่ม ผมเลยได้มีโอกาสมารับงานบริหารจัดการสาขาใหม่ที่ก่อตั้งขึ้นเอง โดยมีธุรกิจสาขาเดิมสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง

 

ในช่วงเริ่มต้นทางครอบครัวได้ส่ง ยอดขุนพลมาสองท่าน เป็นบุคคลที่มีทักษะและความสามารถสูง มาเพื่อเป็นพี่เลี้ยงผมและช่วยดูแลประคับประคองให้บริษัทที่เกิดใหม่แห่งนี้อยู่ได้(ซึ่งในตอนหลังมีการเรียกตัวกลับแต่แม่ทัพอย่างผมจะปล่อยยอดขุนพลไปได้อย่างไร ปัจจุบันเขายังอยู่กับผมและเขาก็ยังคงอยู่กับไปอีกนาน) จากพนักงานเริ่มต้นในบริษัทเพียง 3 คนเมื่อ 4 ปีก่อน ปัจจุบันมีพนักงาน 10 คน และคาดว่าพนักงานจะเพิ่มขึ้นอีกมาก อันเนื่องมาจากเพิ่มขึ้นจากการขยายตัวของอุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาทำให้ เกิดภาวะงานล้นคน ปริมาณงานที่มีมากเกินกว่าที่ คนที่บริษัทมีอยู่จะรับทัน จึงต้องมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงในหลายเรื่องเพื่อให้เพียงพอกับงานอาทิ ย้ายสถานที่เนื่องจากข้อจำกัดทางด้านสถานที่ที่ตั้งเก่าที่เล็กเกินไป แผนเพิ่มจำนวนพนักงาน ซึ่งถ้าเพิ่มพนักงานจะต้องมีการปรับโครงสร้างองค์กรกันใหม่ อย่างนี้เป็นต้น

 

จากที่เกริ่นนำมา ที่นี้เรามาเข้าเรื่องกันครับเมื่อสักหลายเดือนก่อนผมมีแผนขยายขนาดธุรกิจก็จริงแต่ผมยังขาดบุคลากรในตำแหน่งสำคัญ ถ้าเปรียบการทำธุรกิจเป็นสงครามก็อาจกล่าวได้ว่า ตัวผมนั้นเป็นแม่ทัพ แต่เมื่อขนาดกองทัพใหญ่ขึ้น ขุนพลที่มีอยู่ก็มีศึกติดพัน แต่ในขณะนั้นมีการศึกที่รออยู่แต่ขาดขุนพลที่จะยกทัพไปลุย

 

เหมือนฟ้าประทานสวรรค์ส่ง ที่อยู่ดีๆมีสุดยอดขุนพลเดินเข้ามาสมัครเป็นพนักงานส่งของ!!!

 

เหมือนโชคชะตาอย่างไรมิอาจทราบได้ ตอนแรกผมไม่รู้หรอกครับว่าเขาคือยอดขุนพล เขาเดินเข้ามาสมัครงาน ในตำแหน่งพนักงานส่งของกับผม ผมรู้แค่ข้อมูลที่เขาระบุในใบสมัครว่าอายุ 46 ปี เขาเคยทำงานในธุรกิจแบบที่ผมทำอยู่มาหลายปี และการพูดคุย สองสามประโยค ทำให้ผมถูกชะตาคุณอา ผมโทรไปในวันรุ่งขึ้นเพื่อนัดวันเริ่มทำงาน แต่ปรากฏว่าคุณอาได้งานแล้ว!!! ผมเพียงแต่บอกคุณอาเขาไปว่าน่าเสียดายที่ไม่ได้ร่วมงานกัน

 

เหมือนฟ้าประทานสวรรค์ส่ง หนึ่งสัปดาห์ผ่านไปนับจากวันที่ผมโทรไป คุณอาเดินมาหาผมขอมาทำงานด้วย!!! คุณอาทำงานได้เพียงไม่นานประกายความสามารถก็ปรากฏเด่นชัดขึ้นเรื่อยๆ และถูกเปิดโปงในที่สุดเมื่อน้าชายผมมาที่บริษัทและมาพบเข้า!!! ซึ่งคุณอากับน้าชายผมรู้จักหน้าค่าตากันเป็นอย่างดี

 

คุณอาทำงานในธุรกิจแบบผม ที่กรุงเทพฯมา 15 ปี ทำตั้งแต่บริษัทนั้นมียอดขายเดือนละล้านจนมียอดขายกว่าหลายร้อยล้านในปัจจุบัน ทำมาในหลากหลายตำแหน่งแต่ทุกตำแหน่งล้วนแล้วสำคัญ จนตำแหน่งสุดท้ายเป็นระดับหัวหน้างานคลังสินค้าและสายงานส่งของ

 

เมื่อได้รู้ความ ผมไม่รอช้า เข้าไปคุยกับคุณอา เพื่อบอกเล่าแนวความคิดของผม แผนการขยายงานของบริษัทรวมทั้ง รวมถึงตำแหน่งขุนพลที่ยังขาดอยู่ให้คุณอาได้พิจารณา เพื่อเป็นการป้องกันมิให้ยอดขุนพลนี้หลุดลอยไป

 

และในที่สุดคุณอาก็เต็มใจรับตำแหน่งขุนพลนี้ เมื่อการเรียนรู้ระบบองค์กรใหม่เสร็จสิ้น

 

ในกิจการ SMEs เล็กๆแบบผม การที่ได้ขุนพลที่มีทักษะมาเพิ่มในตำแหน่งที่สำคัญมาอีกหนึ่งคน ทำให้ผมมีความมั่นใจเพิ่มขึ้นว่า การขยายตัวของบริษัทจะขยายตัวอย่างมั่นคงเมื่อได้บุคคลกรที่มีความรู้ความสามารถอย่างคุณอามาเสริมทัพ

 

ขอให้บทความชิ้นนี้จงได้สร้างประโยชน์ให้แก่ท่านผู้อ่านทุกท่าน

ขอให้ความร่ำรวยและความสุขสวัสดิ์จงมาสถิตแด่ท่าน

 

…[^,^]…

Nattapong Kh.

12/9/54

 

ปล.

โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน

ในบทความนี้ไม่ขอกล่าวถึงว่าทำไมคุณอาถึงลาออกจากบริษัทเก่า ซึ่งในประเด็นนี้ขอวิเคราะห์กันในบทความถัดๆไปครับ

มาม่ากับปลากระป๋อง

ผมนักเดินทาง "ล่าฝัน" บนถนนสายยาวที่ชื่อว่า "ชีวิต" ระหว่างทางผ่านประสบพบเจอเรื่องราวต่างๆมากมาย เลยคว้าคีย์บอร์ดขึ้นมาพิมพ์แทน "ปากกา" ใช้บล็อก Creativeshooter.com แทน "สมุด" เพื่อบันทึกและแบ่งปันการเดินทางในครั้งนี้

More Posts - Website