3 ข้อควรระวัง ที่ผมอยากบอก เรื่อง “หนี้”

Be Sociable, Share!

3 ข้อควรระวัง ที่ผมอยากบอก เรื่อง “หนี้”

 

“หนี้สิน” คำคำนี้เหมือนดาบสองคม เพราะ ถ้าใช้ดีใช้ถูกวิธีก็เกิดประโยชน์มากมายมาหาศาล
แต่ถ้าใช้ผิดวิธีจะก่อให้เกิดโทษมหันต์ได้เช่นกัน … ถ้าเรามองเขาไปลึกๆของปัญหาทางการเงิน
เรามักจะพบกับภาระหนี้สินจำนวนมากที่ซ่อนอยู่ในนั้น …

ในบทนี้ผมจึงขอนำประสบการณ์ที่เกี่ยวกับหนี้ 3 ลักษณะที่ผมประสบพบเจอเข้ากับตัวเอง
ที่ทำให้ผมรู้สึกว่า … “หนี้” ถ้าใครได้ยินชื่อนี้ ควรหนีให้ห่าง …

 

3 ข้อควรระวังเรื่องหนี้

 

 

1. “หนี้” นี้แสนง่าย

 

ข้อแรกที่อยากกระซิบถึงบอกถึงเรื่องหนี้ เป็นหนี้ที่เกิดที่เกิดขึ้นได้ง่ายๆมากในปัจจุบัน
เพราะในชีวิตประจำวันของคนทั่วไป จบพบเจอกับหนี้ตัวนี้ได้ง่าย เพราะ ใครๆก็เป็นหนี้ได้ง่ายๆ
เขาจะเป็นใครไปไม่ได้นอกเสียจาก … บัตรเครดิต

บัตรเครดิต … ด้วยเกณฑ์ข้อกำหนดในการเปิดเจ้าบัตรชนิดนี้ มันไม่ยุ่งยากซับซ้อน
ขั้นตอนก็แสนง่ายดายยื่นเอกสารไม่กี่ตัวก็จบ ง่ายมากเสียจนใครๆก็สามารถเป็นเจ้าของได้
แน่นอน … บัตรวิเศษนี้มีประโยชน์มากมายมหาศาลสำหรับผู้ที่ใช้มันอย่างถูกวิธี
แต่ในรอยยิ้มนั้นไม่ได้มีแต่ความสวยงามมันกลับซ่อนดาบเอาไว้ด้วยดอกเบี้ยร้อยละ 20% ต่อปี
ยังไม่รวมค่าธรรมเนียมธนาคาร ถ้าผิดนัดชำระจะเจออัตราเพดานฟ้าที่ 28% ต่อปี …

รุ่นน้องผมคนหนึ่งหลังจากเรียนจบก็ได้เข้าทำงานบริษัทขนาดใหญ่ที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่ง
และด้วยความง่ายดายของการทำบัตรเครดิตเขาเริ่มมีบัตรเพื่อซื้อหาสิ่งที่ต้องการ 1 2 3 4 ใบ
ด้วยความที่เป็น “ลูกหนี้” ชั้นดีเจ้าหนี้ท่านก็ขยายวงเงินให้เรื่อยๆ … เขาซ้ำร้ายใช้บัตรผิดวิธี
รูดเงินสดจากบัตรเครดิตมาดาวน์รถยนต์ เท่ากับว่า โดนดอกเบี้ยสองต่อ ทั้งบัตรเครดิต ทั้งรถ
ใช้ไปใช้มาตอนนี้ยอดหนี้บัตรเครดิตสูงกว่า 300,000 บาท หนี้ค้างรถอีก 600,000 บาท
ผ่อนรถ 5 ปีเดือนละ 10,000 บาท เพียงแค่ดอกเบี้ยบัตรเครดิตก็ตกเดือนละ 5,000 บาท
รวมแล้วผ่อนยอดผ่อนสองอย่างนั้นเกินกึ่งหนึ่งของเงินเดือน … ช่วงนั้นอย่าว่าแต่เงินเก็บ
เงินกินยังแทบไม่เหลือ อยากมีบ้านสักหลังแต่กู้บ้านไม่ผ่านเพราะยอดหนี้สูงเกินไป
คิดได้ก็ตั้งสติ … หยุดก่อหนี้ใหม่ … ค่อยๆประนอมหนี้เก่าๆ และ ทยอยปลดหนี้ทั้งหมด
หลายปีผ่านมาพอมองย้อนกลับไปเขาบอกผมว่าหลายปีที่ผ่านมา มันเป็นช่วงเวลาที่หายไป

 

 

2. “หนี้” ที่ไม่ได้ก่อ

หนี้ตัวที่สองที่อยากกระซิบบอก คือ หนี้ที่มีลักษณะพิเศษชนิดหนึ่งเป็นหนี้ที่เกิดจากความไว้ใจ
ความพิเศษของหนี้ตัวนี้นั้นคือ คนรับเคราะห์นั้นไม่ใช่คนก่อหนี้ … หนี้ที่ว่าคือ การค้ำประกัน
ค้ำประกันเงินกู้ซื้อรถยนต์ ค้ำประกันเงินกู้ซื้อบ้าน ค้ำประกันเงินกู้เพื่อธุรกิจ ค้ำประกัน … ฯลฯ
เขากล่าวกันว่า ผู้ค้ำประกันเปรียบเสมือนประหนึ่งลูกหนี้กู้ร่วม…คนกู้ชิ่งหนีคนค้ำต้องรับผิดชอบ
ตอนขอให้ค้ำทุกอย่างเหมือนจะไปได้สวย ราบรื่น … แต่ความแน่นอนล้วนแล้วแต่ไม่แน่นอน
ขอยกตัวอย่างไม่ต้องอื่นไกล … ครอบครัวผมเอง … เราก็ใช้ชีวิตปกติสุขของเราเรื่อยมา
จนวันหนึ่งเรากลับมีเป็นหนี้สินท่วมท้นจากหนี้ที่ไม่ได้ก่อ แต่เราโดนจากการค้ำประกันให้คนอื่น
คนก่อหนี้หนีหายสาบสูญ เหลือเพียงผู้ค้ำประกันที่ต้องรับผิดชอบต่อภาระทางการเงินที่เกิดขึ้น
มันเป็นช่วงเวลาที่ขมขื่น กับการต้องมาใช้หนี้ที่ไม่ได้ก่อ แต่ก็คงโทษใครไม่ได้นอกจากตัวเอง
เพราะเป็นเราเองที่ประมาท … จากบทเรียนราคาแพงนี้ตอกย้ำเราว่า จงอย่าประมาท

 

3. “หนี้” ชนิดนี้ดี แต่ไม่มีจะดีกว่า

หนี้ตัวสุดท้ายที่อยากกระซิบบอกเรื่องหนี้ … มันมาจากใจกลั่นออกจากความรู้สึกของผมเอง
หนี้ที่ดีก่อให้เกิดประโยชน์นั้นมีเยอะ แต่ผมคิดว่าถึงอย่างไรก็ตาม ไม่มีหนี้จะเป็นการดีกว่า
โดยเฉพาะการกู้หนี้ยืมสินมา เพื่อลงทุน เพื่อทำธุรกิจ แน่นอนว่ามันเป็นเรื่องที่ดี
จะทำให้กิจการราบรื่น ต้นทุนต่ำ ผลตอบแทนดีอาจจะดีกว่าและ มากกว่าการที่ไม่กู้
แต่อย่างไรก็ตามเมื่อเรากู้มา เราก็จะมี “ภาระความรับผิดชอบ” ที่เพิ่มขึ้นตามมาด้วย
การกู้มาลงทุนหรือกู้มาทำธุรกิจนั้น โดยมากแล้วจำต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน ถ้าเจ๊งก็โดนยึด
ใครๆก็คงไม่อยากกิจการของตัวเองเจ๊ง … แต่มีอะไรการันตรีได้หรือไม่ว่ามันจะไม่เจ๊ง?
ดังนั้น ถ้ากู้มาก็ “ต้องรับความเสี่ยง” ที่หลักทรัพย์ค้ำประกันอาจจะโดนยึด บ้าน ที่ดิน ฯลฯ
ผมเองในหลายครั้งก็จำต้องกู้ แต่ถ้าเลือกได้ไม่กู้จะดีกว่า …


การกู้เงินนั้น … บางที่มันอาจไม่คุ้มกับ
“ดอกเบี้ยที่มองไม่เห็น”

 

ดังเช่นเรื่องนี้ … ย้อนกลับไปเมื่อสองสามปีก่อน ขณะที่ครอบครัวผมพึ่งเริ่มบุกเบิกธุรกิจตัวใหม่
เราระดมเงินสดทุกบาททุกสตางค์และขายสินทรัพย์บางส่วนออกมาเพื่อทำทุนสำหรับกิจการนี้
จากแผนที่วางไว้และจากการทำงบจำลองและดูเหมือนว่ากิจการมันจะขาดเงินสดอยู่ช่วงหนึ่ง
ถ้าเราไม่มีเงินมาอุดรูรั่วนี้กิจการก็คงเดินต่อไปไม่ได้ …

เราจึงตัดสินใจกู้เงินมาเพื่ออุดมัน … ถึงแม้ว่าเราคิดว่าจะวางแผนมาอย่างดีและรัดกุม
อย่างไรก็ตาม จนแล้วจนรอด แผนก็ยังหลุด เงินรายได้ที่คาดว่าเข้ามาก็ปรากฏว่าล่าช้า
รายได้ไม่มีแต่หนี้ก็ต้องจ่ายเริ่มกังวล … ความกังวลที่เกิดจากหนี้สินที่กู้ยืมมา
กลายเป็นความเครียด … ความเครียดสะสมมากเข้า จนในที่สุดมันก็ระเบิดออก
จนเป็นปัญหาใหญ่โตและลุกลามนำไปสู่การโต้แย้งกันเองระหว่างคนในครอบครัว …

ถึงแม้ว่าเราจะผ่านเหตุการณ์ครั้งนั้นมาได้ … แต่ดอกเบี้ยที่มองไม่เห็นของการกู้ครั้งนั้น
มันเป็นดอกเบี้ยมีราคาแพงมากเกินไปสำหรับผม … หลังจากครั้งนั้น ผมได้บอกกับตัวเองว่า
ผมจะไม่เสี่ยงกู้เงินและทำเช่นนั้นอีกแล้ว เพราะ ผมรู้สึกว่ามันไม่คุ้มกับสิ่งที่ผมต้องเสียไป

 

ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า 3 เคล็ดลับที่ผมอยากกระซิบบอกเรื่องหนี้นี้
น่าจะพอเป็นประโยชน์ และ ช่วยเสริมเกราะป้องกันสร้างแรงคุ้มกันให้กับทุกท่านได้บ้าง

สุดท้ายนี้ …

ผมเชื่อว่าเราจะอยู่รอดปลอดภัย ถ้าเราใช้ชีวิตอยู่บนความพอเพียง ใช้ชีวิตโดยไม่ประมาท
มีเท่าที่จำเป็นต้องใช้ ใช้เท่าที่จำเป็นต้องมี ใช้ชีวิตอยู่บนความพอดี …

ดังพุทธสุภาษิตได้กล่าวเพื่อเตือนสติไว้ว่า … “การเป็นหนี้เป็นทุกข์ในโลก”
ตัวผมเองก็ตอบไม่ได้ว่า … การไม่มีหนี้จะก่อให้เกิดความสุขหรือเปล่า?
แต่ที่แน่ๆ … การไม่มีหนี้จะทำให้เราเป็นทุกข์น้อยลงแน่นอน
เรามา ละ ลด เลิกเป็นหนี้ กันเถอะครับ

 

…[^_^]…

 

ปล.

– สามารถติดตามอ่านเรื่องราวงานเขียนของผมได้ในบล็อกนี้นะครับ … http://goo.gl/aE4zV

– ฝากเรื่องเกี่ยวกับเงินๆทองๆ ที่ผมเขียนไว้เดือนก่อนสักเรื่อง เนื้อหาเกี่ยวโยงกันครับ
 4 เคล็ดลับที่ครอบครัวสอนผมเรื่อง “เงิน”  http://goo.gl/onYF43

– กิจการที่กล่าวถึงในของ 3 เป็นกิจการอสังหาริมทรัพย์ ตอนนี้เรายังคงดำเนินกิจการอยู่ครับ
เพียงแต่ตอนนี้ใช้ชำระหนี้ที่ค้างไปหลายส่วน และ พยายามกลับมาใช้เงินลงทุนที่เรามีเท่านั้น
เรื่องนี้อ้างถึงบทนี้ครับ เขียนไว้กลางปีก่อน …
[แชร์ประสบการณ์ : อสังหาริมทรัพย์] ณ จุดนี้กำไรไปแล้วกว่า 2 ล้านบาท แต่ระยะทางยังอีกยาวไกลนัก http://goo.gl/Gjnw6

Be Sociable, Share!

มาม่ากับปลากระป๋อง

ผมนักเดินทาง "ล่าฝัน" บนถนนสายยาวที่ชื่อว่า "ชีวิต" ระหว่างทางผ่านประสบพบเจอเรื่องราวต่างๆมากมาย เลยคว้าคีย์บอร์ดขึ้นมาพิมพ์แทน "ปากกา" ใช้บล็อก Creativeshooter.com แทน "สมุด" เพื่อบันทึกและแบ่งปันการเดินทางในครั้งนี้

More Posts - Website