แชร์เรื่องราว 12 ปี ของการตามหา Passive Income

Be Sociable, Share!

แชร์เรื่องราว 12 ปี ของการตามหา Passive Income!!!

 

ขอเกริ่นก่อนครับว่า บทความนี้ไม่เกี่ยวกับ ขายตรง หรือ MLM แต่อย่างใด เพราะ ผมกำลังจะเล่าถึง การลงทุนในตราสารการเงิน ค่าลิขสิทธิ์ และ การลงทุนในอสังหาฯ

 

Passive Income” มักจะผูกติดอยู่กับคำว่า “อิสรภาพทางการเงิน” ซึ่งอนุมานความหมายได้ว่า มีอิสระการใช้ชีวิตในแบบที่ต้องการโดยที่ไม่ต้องทำงาน (หรือทำน้อยมาก) จากความหมายนี้ทำให้ Passive Income จึงเป็นส่วนสำคัญที่จะนำพาเราไปถึงจุดๆนั้น ตัวอย่างรายได้แบบ Passive Income เช่น ดอกเบี้ยเงินออม ดอกเบี้ยเงินกู้ เงินปันผลจากหุ้น เงินปันผลจากธุรกิจ ค่าลิขสิทธิ์ ค่าเช่าอสังหาฯ รวมถึง MLM

 

ถ้าเราทุกคนมีเงินทุนอยู่สัก 20 ล้าน และ ทำผลตอแทนจากเงินปันผลได้ 5% เราก็จะได้เงิน 1,000,000 บาทต่อปี หรือมีเงินใช้ 83,333 บาทต่อเดือนไปตลอดโดยที่เงินต้นไม่หดหาย … ซึ่ง ถ้าเงิน 83,333 บาท นี้มากกว่ารายจ่าย นั่นก็หมายความว่า เรามีอิสรภาพทางการเงินแล้ว เย้ๆๆๆ … ง่ายมากถ้าพูดแบบนี้ แต่ถ้าผมเปลี่ยนคำถามเป็น เราจะหาเงิน 20 ล้านนั้นมาจากไหน? ตอบโค ต ร ยากเลย ถ้าผมถามแบบนี้

 

นี่จึงเป็นที่มาของบทนี้ เพื่อเล่าสู่กันฟังถึงหลักการที่ผมทำตลอด 12 ปีมานี้ เพราะ ผมเองก็ไม่ได้มีเงินมากมายขนาดนั้น มันจึงแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่เราจะมีอิสรภาพทางการเงิน ถ้าผมไม่ทำงานอย่างหนัก ถ้าผมไม่ทำงานอย่างหนักเพื่อให้ได้เงินมาลงทุนเพิ่ม ผมจะมีแท่นผลิตเงินแบบ Passive Income เพิ่มได้อย่างไร … เคยได้ยินคนบอกว่า … “คนที่มีมี Passive Income เยอะๆนั้นสบายยามแก่” … ใช่ครับ ผมก็เชื่อเช่นนั้น แต่ประโยคนี้เป็นแค่ครึ่งเดียวของเรื่องราวทั้งหมด เพราะ กว่าจะถึงวันนั้น กว่าจะสร้าง Passive Income ได้เยอะๆจนสบายยามแก่ หนุ่มๆสาวๆนี่ต้องทำงานกันให้สุดติ่งก่อน

 

เข้าเรื่อง

 

ว่ากันตั้งแต่เริ่มเลย … ผมรู้จักคำๆนี้ครั้งแรกจากหนังสือชุดพ่อรวยสอนลูก ผมอ่านหนังสือชุดนี้ในช่วงที่ผมเรียนมหาวิทยาลัย ครั้งแรกที่อ่านนิยามของมัน มันช่างโดนใจผมมาก มันถูกจริตผมจริงๆ ผมรู้เลยว่าไอ้รายได้แบบนี้ล่ะที่ผมตามหา … ทำไมผมถึงต้องตามหามัน? เพราะ ว่าโดยส่วนตัวผมเป็นคนขี้เกียจ ณ เวลานั้นเลยคิดง่ายๆแบบคนขี้เกียจว่า … “ถ้ามีเงินไหลเข้ามาเรื่อยๆโดยที่ไม่ต้องทำงานไปตลอดชีวิตก็คงจะดี”  หลังจากผมก็ศึกษาเรื่องราวของรายได้ชนิดอย่างจริงจัง พอศึกษานี้ได้สักพักเครื่องมันก็ร้อน ของก็ขึ้นไฟมันแรงยากที่จะดับลง ก็ถึงเวลาที่ต้องลงมือ การลงทุนที่เริ่มต้นง่ายๆ เหมาะกับนักศึกษาแบผมในช่วงนั้นก็คือ ลงทุนในหุ้น ลงทุนได้สักพักก็เริ่มเผชิญกับความแปรปรวนในจิตใจเนื่องจากความผันผวนของตลาด

 

การลงลงทุนซื้อหุ้นมูลค่า 100,000 บาท ได้เงินปันผล 5% หรือ เท่ากับ 5,000 บาทต่อปี กับ การเก็งกำไรจากการลงทุน ที่เงิน 100,000 บาท สามารถทำกำไรได้มากกว่า 5,000 บาทมากกก ใจผมมันเรียกร้องเหลือเกิน … พอได้กำไรก็ เอาอีกดิ เล่นรอบดิ เก็งกำไรดิ เราจะรวย ๆๆ ๆๆ ๆๆ … พอขาดทุนก็ นั่นไง ว่าแล้ว เจ๊ง ขาดทุน พอๆๆๆๆๆ ผมใช้เวลาพักใหญ่ๆกว่าจะกลับมาจุดวัตถุประสงค์เดิมของการลงทุน เลยเบนเข็มการลงทุนมาในหุ้นที่ให้ปันผลดีสม่ำเสมอ และเลือกบริษัทที่เดาว่าจะโตขึ้นเรื่อยๆ เพื่อหวังผลปันผลมากขึ้น(เมื่อเทียบต่อเงินลงทุน) ปรากฎว่าผมทำผลงานได้ดีขึ้นเรื่อยๆ จากเงินต้นหนึ่งแสนบาท กลายเป็น 2 แสนเป็น 3 แสน และ เป็น 10 แสนในท้ายที่สุด เงินปันผลจากหลักพันต่อปีไปก็ขยับเป็นหลักหมื่นโดยที่ใช้เวลาหลายปี

 

กว่าที่จะขยับ Passive Income จากเดือนละ 500 บาท มาเป็นเดือนละ 5,000 บาทนี่ เล่นเอาหืดขึ้นคอ อ่านหนังสือกันเป็นร้อยเล่ม ดูคลิปการลงทุนไปหลายร้อยชั่วโมง มันไม่ง่ายอย่างที่คิดไว้ในตอนแรกเลย!!!

 

Passive Income เหมาะกับคนที่หนักแน่นในอุดมการณ์”

 

เดิมทีผมไม่ได้สนใจเรื่องการลงทุนในบ้านเช่านักจนผมเรียนจบมา และทำงานไปได้สักพัก จนแม่ผมพาผมไปดูบ้านทาวน์เฮาส์เก่าๆหลังหนึ่ง แล้วบอกผมว่า “มีเงินเดือนแล้วกู้ซื้อบ้านมั้ย? ซื้อมาปล่อยเช่า แล้วเก็บเอาค่าเช่ามาผ่อนธนาคาร ผ่อนหมดได้บ้านเป็นของเรา” เป็นประโยคที่แม่ผมแนะให้ผมลงทุนในอสังหาฯ และนื่คือจุดเริ่มต้น

 

บ้านที่เลือก ค่าเช่าที่ได้รับ ต้องมากกว่าเงินที่ต้องผ่อนธนาคาร ถ้ามันต้องควักเนื้อก็ต้องถมเงินดาวน์ลงไปเพื่อให้รายรับเป็นบวก ดังนั้นกระบวนการลงทุนเริ่มจากการ “ออมเงิน” เพื่อเก็บเงินมาวางส่วนต่างในการกู้ (ธนาคารมักจะให้กู้ไม่เต็ม 100% อาจจะให้ 70% 80% แล้วแต่กรณี) ดังนั้นส่วนต่างราคาคือสิ่งที่ผมต้องเตรียมไว้ จากหลักการนี้ ผมสามารถซื้อทรัพย์สินขนาดใหญ่ได้จากการกู้ โดยมีเงินเดือนเป็นตัวยืนยันรายได้ (ถึงแม้เราจะได้ทรัพย์สินมา แต่ต้องอย่าลืมว่า ถ้ากู้แล้วเราจะเป็นลูกหนี้!!!หนังสือชุดพ่อรวยสอนลูก กล่าวไว้ว่าหนี้มี 2 แบบ คือ หนี้ที่ดีและหนี้ที่เลว … หนี้ที่เลว คือ หนี้ที่ก่อให้เกิดรายจ่าย ส่วน หนี้ที่ดี คือหนี้ที่ก่อให้เกิดรายได้ จากนิยามนี้ Passive Income จะเกิดจากการก่อหนี้ที่ดีเท่านั้น ดังนั้น

 

“บ้านทุกหลังไม่ได้เป็น Passive Income”

 

และก็มีบางอย่างที่ให้ได้คิดเมื่อ ผมไปกู้ซื้อบ้านหลังที่ 3 จากธนาคาร … ธนาคารปฏิเสธไม่ให้ผมกู้เพราะผมมีหนี้สินที่มากเกินกว่าจะกู้ได้เพิ่มแล้ว ว่ากันง่ายๆคือฐานเงินเดือนเต็ม ถ้าอยากกู้เพิ่มก็ต้องหารายได้เพิ่ม … ผมเริ่มขายของตาดนัด เปิดร้านนู่นนี่นั่น เริ่มทำธุรกิจของตัวเองควบคู่กันไป รวมถึงเก็งกำไรบ้านซื้อมาขายไป เพื่อนำกำไรมาซื้อบ้านให้เช่า ผมทำงานให้หนักเพื่อหาเงินมาลงทุนเพิ่มให้ได้มากที่สุด ออมเงินให้หนักขึ้นเพื่อการันตรีว่าเมื่อมีการลงดีๆผ่านเข้ามาแล้วผมจะไม่พลาดมัน … ผมทำแบบนี้วนซ้ำไปซ้ำเรื่อยๆ

 

สองปีที่ผ่านมานี้ ผมมีรายได้จากค่าลิขสิทธิ์งานเขียนไหลเข้ามาด้วย … ปกติผมจะเขียนเล่าเรื่องราวผ่านบล็อกส่วนตัว ผ่านเวปบรอดสาธารณะ(pantip) ผมเขียนเผยแพร่มากว่า 5 ปีจนเรื่องราวของผมเข้าตาบรรณาธิการหนังสือ จนได้รวมเป็นรูปเล่มและจัดจำหน่ายเคยขึ้น Top 10 Bestseller ของ Se-ed ด้วย หนังสือผมวางแผงมาเกือบ 2 ปีแล้ว ทุกวันนี้เงินค่าลิขสิทธิ์ยังไหลเข้ามาอยู่เลย หลังจากนี้ก็อยากเขียนอีก แต่จังหวะยังไม่อำนวยเท่าไหร่อีกทั้งอยากให้ความคิดตกผลึกมากกว่านี้อีกสักนิดค่อยกลั่นออกมา

 

Passive Income ได้มาจากการทำ Active Income อย่างหนัก”

 

 

Financial Freedom

Financial Freedom

12 ปีที่ผ่านมา ผมทำงานหนักเป็นวงรอบใหญ่ๆ เพื่อให้ได้มาซึ่งหนึ่ง Passive Income ชิ้นเล็กๆ … เมื่อ Passive Income ชิ้นเล็กๆมีมากพอจนสามารถหมุนเป็นวง Passive Income วงเล็กๆนี้ล่ะจะนำมาซึ่ง อิสรภาพทางการเงิน ท้ายที่สุด

 

ความพยายาม 12 ปีที่ผ่านมา วันนี้มันได้ผลิดอกออกผลจนจับต้องได้ ทุกวันนี้ผมรายได้ลิขสิทธิ์งานเขียน มีรายได้เงินปันผลหุ้น มีรายได้จากบ้านเช่าสิบกว่าหลังที่ผมมี วันนี้ผมมี Passive Income เดือนละหลายหมื่นบาทจากหลักการเหล่านี้ ถึงแม้จะมี Passive Income เข้ามาบ้าง แต่ ณ วันนี้ผมยังห่างไกลจากคำว่า “อิสรภาพทางการเงิน” วันนี้ผมยังหยุดทำงานไม่ได้ เพราะวงล้อ Passive Income ยังเล็กเกินไปเพราะครอบครัวทีใหญ่ขึ้น ผมต้องในความพยายามอีกมา ต้องจะใช้เวลาอีกพักใหญ่ๆกว่าถึงวันนั้น แต่ผมเชื่อว่าผมจะถึงมันแน่นอน

 

สุดท้าย

 

รายได้แบบ Passive Income นั้นมีมากมายและสามารถทำได้หลายรูปแบบที่ทุกคนสามารถทำได้ แต่การได้มาซึ่ง Passive Income แต่ละชิ้นของผมนั้นยากเหลือแสน แต่สามารถทำได้ถ้าคุณเจ๋งพอ แต่บอกได้เลยว่ามันไม่มีเส้นทางไหนง่าย มันต้องอดทน มันผ่านเรื่องราวมากมาย มันต้องอาศัยความรู้และประสบการณ์ เพื่อที่จะให้ได้มาซึ่ง Passive Income ชิ้นเล็กเหล่านี้ แต่เมื่อถึงปลายทาง เราจะได้อิสรภาพทางการเงิน เป็นรางวัล

 

ลองพิจารณาดูครับ นี่แนวทางของผม ขอให้ทุกคนโชคดีครับ ลงชื่อ มาม่ากับปลากระป๋อง … คนขี้เกียจ ที่ต้องขยันทำงานอย่างหนัก เพื่อที่จะให้ได้มาซึ่งความขี้เกียจไปตลอดชีวิต

 

…[^_^]…

Be Sociable, Share!

มาม่ากับปลากระป๋อง

ผมนักเดินทาง "ล่าฝัน" บนถนนสายยาวที่ชื่อว่า "ชีวิต" ระหว่างทางผ่านประสบพบเจอเรื่องราวต่างๆมากมาย เลยคว้าคีย์บอร์ดขึ้นมาพิมพ์แทน "ปากกา" ใช้บล็อก Creativeshooter.com แทน "สมุด" เพื่อบันทึกและแบ่งปันการเดินทางในครั้งนี้

More Posts - Website