1 ปีที่ “ล้มเหลว” สอนอะไรผมบ้าง?

Be Sociable, Share!

1 ปีที่ “ล้มเหลว” สอนอะไรผมบ้าง?

 

ปี 2560 ที่ผ่านพ้นไปถือว่าเป็นปีที่หนักของมเลยทีเดียว … เรื่องหน้าที่การงาน เรื่องการเงิน ลามไปถึงเรื่องสุขภาพ … ณ วันนี้ ถึงแม้ว่ายังไม่เหมือนเดิมนักแต่เรื่องราวเริ่มคลี่คลายโดยรวมเริ่มดีขึ้น จึงขอเขียนบทนี้เก็บไว้เพื่อบันทึกความทรงจำ!!!

บทนี้เป็นบทต่อเนื่องจากบทที่แล้ว … 5 บทเรียนชีวิต ใน 1 ปี!!!

http://creativeshooter.com/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B8%E0%B8%99/5-%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%95-%E0%B9%83%E0%B8%99-1-%E0%B8%9B%E0%B8%B5/

… ในบทดังกล่าวผมเล่าบทเรียนที่ผมเจอซึ่งแต่ละบทนั้นมีราคาแพงและเจ็บปวดสำหรับผมมาก ในบทนั้นผมเล่าถึงการลงทุนหรือการกระทำที่ผิดพลาดของผม แต่ในบทนี้ผมขอเล่าถึงประเด็นที่ว่า ความล้มเหลวในปีที่ผ่านมาสอนอะไรผมบ้าง ตอกย้ำอะไรผมบ้าง หรือ ทำให้ผมตระหนักถึงสิ่งใดบ้าง

กล้ายอมรับความผิดพลาด

ในยามความล้มเหลวหรือความผิดพลาดเกิดขึ้นแล้ว เราต้องยอมรับให้ได้ก่อนว่า “เรานั้นผิดพลาดแล้ว” … การยอมรับความผิดพลาดเป็นกระบวนการขั้นต้นที่จะทำให้เราเปิดใจ ถ้าใจเราไม่ยอมรับ สมองมันก็ไม่สั่งให้เราทำอะไรสักอย่างเพื่อแก้ไข ถ้าเราไม่ยอมรับ เอาแต่ตีโพยตีพาย โทษนู่นนั่นนี้นอกจากจะไม่เกิดประโยชน์และมิหนำซ้ำยังการบั่นทอนกำลังใจ และ ทำให้เรื่องราวแย่ลงไปอีก … ก่อนที่เราจะไปต่อได้นั้นเราต้องยอมรับมันเสียก่อน สมองจึงจะเริ่มค้นหารูรั่วในการลงทุนได้เร็วขึ้น จนนำมาซึ่งทางออกได้ในท้ายที่สุด … ผมทำงานเป็นทีม (ผม แม่ผม ภรรยา และ ทีมงานอีกนับสิบชีวิต) โดยมีผมเป็นผู้นำ ในเกือบทุกการลงทุนเราตัดสินใจร่วมกันเสมอ แต่เมื่อความผิดพลาดเกิดขึ้นแล้ว เราจะไม่โทษกัน เราจะไม่ถามกันว่า “ความผิดนี้ของใคร?” แต่เราถามกันว่า “เราจะแก้ไขอย่างไร?” ด้วยแนวทางนี้ทำให้เรายังไปต่อได้

เรื่องเป้าหมาย

เป้าหมายก็เหมือนเส้นชัย เหมือนธงที่เราปักไว้ที่จุดหมาย … ถ้าเราไม่มีเป้าหมายเราจะไปถึงเส้นชัยได้อย่างไร ที่สำคัญเป้าหมายต้องแข็งแกร่งมากพอที่จะช่วยให้เราเดินไปถูกทิศ … “ถ้าเรารู้ว่าเราจะเดินไปไหน ภูเขาลูกข้างหน้ามันก็แค่ทางผ่าน”

ภูเขาข้างหน้าก็แค่ทางผ่าน

ภูเขาข้างหน้าก็แค่ทางผ่าน

การจัดพอร์ตการลงทุน

การจัดพอร์ตการลงทุนเป็นเครื่องมือช่วยบริหารความเสี่ยงชนิดหนึ่งมีเขียนเป็นตำราให้อ่านเป็นเล่มๆ รับความเสี่ยงได้ขนาดไหนก็จัดพอร์ทการลงทุนไปตามนั้น เสี่ยงมาก เสี่ยงปานกลาง เสี่ยงต่ำก็ว่ากันไป

ปี 2560 ที่ผ่านมา ผมเจ๊งเยอะ ขาดทุนอสังหาฯ ปิดกิจการ เซ๊งร้าน ไปหลายร้าน ตีเป็นตัวเลขแล้วผมขาดทุนหลายล้านบาทในปีเดียว จนต้องกู้หนี้ยืมสินจำนวนมากเพื่อมาประคองภาพรวม ซื้อการขาดทุนและการกู้ยืมดังกล่าวทำให้กระแสเงินสดขาดมือ มันแสดงเห็นได้ชัดเจนว่า ผมเตรียมการรับมือมาไม่พร้อมกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น!!!  … กลับมาดูที่ข้อผิดพลาด ณ ตอนนี้ผมจัดพอร์ตการลงทุนของผมไว้เป็น “พอร์ตปานกลาง” … (สมัยก่อนผมทุ่มหมดหน้าตัก เชิงรุก 100% ลุยแหลก แต่ปรับลดลงมาตามอายุและพันธะครอบครัว)

ความเสียงต่ำ … รายรับแน่นอน มูลค่าขึ้นคงที่ … เป็นบ้านเช่าหลายหลังทั้ง ทาวน์เฮ้าส์ บ้านเดียว และ ที่ดินเปล่า (มีรายรับสุทธิหลายหมื่นบาทต่อเดือน)
ความเสียงปานกลาง … ไม่มีรายรับ มูลค่าขึ้นคงที่ … ผมมีที่ดินเปล่า มีแผนอยู่แล้ว รอการพัฒนา
ความเสี่ยงสูง … รายรับไม่แน่นอน มูลค่าขึ้นไม่คงที่ … การเก็งกำไรอสังหาฯ กิจการต่างๆ ผมให้อยู่ในส่วนนี้

ในปีที่แล้วแผนการเงินผมล้มเหลวเพราะผม “ฝืนแนวทางตัวเอง” กิจการต่างๆผมมีแผนรับมืออยู่แล้วถ้ากิจการไปไม่รอดไม่ว่าด้วยเหตุผลใดๆก็ตาม …. ผมพลาดจุดแรกคือจากการที่ผมซื้อที่แปลงใหญ่เกินไป ทำให้การลงทุนไปหนักอยู่ที่ “การลงทุนความเสี่ยงสูง” ที่แย่คือการลงทุนนั้นเกิดผิดพลาด และ เราไม่ได้วางแผนไว้รองรับมัน …. ตามต่อด้วยจุดที่สองคือ พอร์ทการลงทุนของผมหนักไปทางอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งข้อจำกัดของทรัพย์ชนิดนี้คือ “การเปลี่ยนมือซื้อขายทำได้ช้า” ทำให้การแก้ไขเหตุการณ์ได้ช้าจนต้องใช้การกู้ยืมมาช่วยพยุงในเรื่องกระแสเงินสด … วันนี้เหตุการณ์พอทุเลาลงไม่บีบรัดหัวใจเหมือนเมื่อปีก่อน และจากความผิดพลาดนี้คงต้องใช้เวลานับปีกว่าจะเหมือนเดิม ต้องค่อยเป็นค่อยไป ค่อยๆไต่ใหม่ อย่างน้อยๆ ยังมีรายได้จากบ้านเช่าคอยพยุงคอยหนุน และ ยังมีที่ดินเปล่าจำนวนหนึ่ง ให้กลับสร้างมูลค่าตามแผนที่วางไว้แต่เดิม!!!

เหตุการณ์นี้ได้ตอกย้ำถึงความสำคัญของการจัดพอร์ตการลงทุน ถ้าไม่เครื่องมือบริหารความเสี่ยงชนิดนี้กว่านี้ อาการคงหนักกว่านี้มากนัก!!!

ชีวิต 3 ส่วน

อ.เลิศมงคล วราเวณุชย์ กล่าวไว้ในหนังสือของท่านว่า สมดุลชีวิตประกอบด้วย 3 ส่วน หน้าที่การงาน ชีวิตส่วนตัว และ ครอบครัว … ทำไมจากเหตุการณ์นี้ผมนึกถึงประโยคนี้ … ในปีที่ผ่านมา สมดุลในส่วนของหน้าที่การงานผมพังทลาย หลายส่วนของผมพังทลาย แต่ยังมีสิ่งหนึ่งที่คอยค้ำจุนผมอยู่ …

วันหนึ่งของปลายปีก่อน ผมไปรับลูกสาวกลับจากโรงเรียน ในระหว่างขับรถกลับบ้านลูกสาววัย 4 ขวบของผมยิ้มร่าและพยายามจะอวดอะไรบางอย่างอย่างกระตือรือร้น “ป๊าๆดูนี่” แกเปิดกระเป๋าแล้วหยิบชุดเครื่องเขียนใหม่เอี่ยมอ่องขึ้นมาโชว์ผม!!

“เอามาจากไหนคะ?” ผมถาม … เธอตอบว่า “คุณครูให้มา” แล้วก็ยิ้มหวาน ซึ่งดูจากท่าทางและความสดชื่นของแกแล้วเรื่องราวน่าจะไม่ปกติธรรมดา … “คุณครูให้มาหรือคะ? คุณครูให้ทุกคนหรือเปล่า?” ผมซักต่อด้วยความสงสัย ... “ครูให้สองคน ให้หนูกับซูกัส(ชื่อเพื่อนคนหนึ่งของเธอ)”เธอตอบมาตามนี้ ผมยิ่งงงเข้าไปอีก จึงถามต่อไปว่า “ครูมีอะไรฝากถึงป๊าหรือแม่มั้ยคะ?” … เธอเงียบไม่ตอบอะไร

ผมจึงตัดสินใจหยุดรถที่กำลังขับกลับบ้านเพื่อหาคำตอบของประเด็นเรื่องราววันนี้จากกระเป๋าหนังสือของเธอด้วยความสงสัย เผื่อจะเจอจดหมายหรือคำตอบที่ผมกำลังค้นหา!! ผมเปิดกระเป๋าของเธอ ปรากฎว่ามีสมุดหน้าตาแปลกๆและกระดาษอีกหลายแผ่นที่ปกติไม่มี ติดมาด้วย … สรุปว่ามันคือสมุดพกและรายงานผลการเรียน!!

ผมอ่านกระดาษและสมุดพกเกือบทุกหน้า อ่านจบแล้วก็กอดและหอมลูกสาวชุดใหญ่!!! … อ่านแล้วน้ำตาผมจะไหล ในนั้นเขียนว่า ในแง่พฤติกรรมคุณครูแจ้งมาว่าลูกสาวผม “ปฎิบัติตามข้อตกลงและช่วยเหลือตัวเองได้ดี” ส่วนในแง่วิชาการลูกสาวผมสอบได้ “อันดับที่ 1″ !!

เรียนตามตรงว่าจังหวะนั้น น้ำตาผมจะไหลจริงๆ มันล้นเอ่ออยู่ที่ขอบตา … ความคิดพรั่งพรูเข้ามามากมายหลายเรื่อง … ถึงแม้ว่าปีนี้ผมจะล้มเหลวมากมายในแง่การงานการเงิน สุขภาพย่ำแย่ แต่สิ่งสำคัญมากอีกประการของผมไม่ล้มเหลว และสิ่งนี้ที่สำคัญที่ทำให้ผมผ่านเรื่องราวร้ายๆมาได้จนถึงทุกวันนี้ นั่นคือคำว่า ครอบครัว!!!

พ่อแม่ผมท่านเป็นห่วงผมเสมอ ภรรยาผมที่พร้อมจะลุยไปกับผมตลอดเวลา ลูกๆที่คอยให้กำลังใจด้วยความไร้เดียงสาของพวกเค้า … ที่ผ่านมาไม่ว่าอย่างไรก็ตามเราจะมีเวลาให้กันเสมอ คอยปลอบประโลมให้กำลังใจกันและกันยามที่เราทุกข์ ในยามสุขเราจะช่วยกันแบกรับ ผมเชื่อว่ามันจะเป็นทั้งจากนี้และต่อไป!!!

ลงชื่อ มาม่ากับปลากระป๋อง

…[^_^]…

ปล.

- ติดตามเรื่องราวผมได้ในเพจนี้ครับ … เพจคุยเรื่อยเปื่อย ไม่ค่อยมีสาระเท่าไหร่
https://www.facebook.com/creativeshooter/

Be Sociable, Share!

มาม่ากับปลากระป๋อง

ผมนักเดินทาง "ล่าฝัน" บนถนนสายยาวที่ชื่อว่า "ชีวิต" ระหว่างทางผ่านประสบพบเจอเรื่องราวต่างๆมากมาย เลยคว้าคีย์บอร์ดขึ้นมาพิมพ์แทน "ปากกา" ใช้บล็อก Creativeshooter.com แทน "สมุด" เพื่อบันทึกและแบ่งปันการเดินทางในครั้งนี้

More Posts - Website