เรื่องเล่า … เมื่อผมเป็นพ่อค้าสับปะรด

ณ วันใดวันหนึ่งของ เดือนก่อน …

ตลอดทั้งวัน … รู้สึกใจหวิวๆ ยังไงไม่รู้ เป็นความรู้สึกที่ยากบ่งบอก อย่างไม่มีที่มา…

และแล้วยามบ่ายแก่ๆของวันนั้น …

กริ๊ง ๆ ๆ ๆ ! ! เสียงโทรศัพท์ดังยาวนาน … ขึ้นชื่อเป็นภรรยาโทรมา … ผมกดรับ …

เสียงใสๆของภรรยาดังลอดออกมาตามสาย …

ภรรยา : “ป๊า!!! อาทิตย์หน้า ศาลเจ้าข้างบ้านเราจะมีงาน นู๋เลยไปจองล็อกหน้าบ้านไว้สองล็อก!!!” … (เสียงใสสุดฤทธิ์)
ผม     
: “จองล็อก . . . จองทำอะไร? ขายของ?”
ภรรยา : “ช่ า า ย แ ล้ ว . . .  นู๋ จ ะ ข า ย ข อ ง”
… (เสียงสดชื่นเต็มพิกัด!!!)
ผม     
: “เอ่อ . . . ขายของ? ขายอะไรอ่ะ?”
ภรรยา : “ยังไม่รู้ . . . ยังคิดไม่ออก”
ภรรยา : “โทรมาบอกแค่นี้แหละ กลับบ้านเร็วๆนา แค่นี้นะ”
… (แล้วสายก็ตัดไป)
ผม     
: “. . . . . . . . . . .”

สัญชาตญาณกำลังบอกผมว่า …. สงสัยงานจะเข้าอีกแล้ว!!!

 

ปกติผมทำงานประจำ และทำกิจการหลายอย่าง ส่วนภรรยาผมเปิดร้านเครื่องเขียนและกิ๊ฟช็อป
งานที่จัดที่ศาลเจ้านี้จะทำให้ในตลาดและรอบๆร้านเครื่องเขียนนี้เต็มไปด้วยตลาดนัด
ขายของ!!! ผมเองก็จะไม่ไหวเอา งานปกติช่วงนี้ก็เคลียร์จะไม่ทันอยู่แล้ว
ภรรยาเองก็กำลังท้อง … ถ้าเธอจะขายของจริงๆ … งานเข้าแน่แล้ว!!!

ค่ำๆผมขับถึงบ้าน ภรรยาเจอหน้าผมปุ๊ป …

 

ภรรยา : “ป๊า!!! เค้าจะมีงาน 2 วัน เค้าจะ … บลาๆๆๆ …”
ภรรยา : “ขายยำดีมั้ย? ขายน้ำผลไม้ปั่นดีกว่า? เอ… นู๋จะขายอะไรดีน้า???”
ผม      : “จะขายจริงๆเหรอ?
ภรรยา : “จริง!!!”
ผม      :
“งั้น … ขายอะไรก็ได้ที่ไม่ต้องลงทุน!!!”
ภรรยา : “ขายบ้าอะไรไม่ลงทุน!!!”
ผม      : “เอ่อ … งั้น … ขายอะไรก็ได้ที่ลงทุนน้อยๆ!!!”

 

หลังจากที่เราวุ่นวายกันอยู่หลายวัน และแล้ว … ผลมันก็ออกมาตามรูปครับ …

 

ขายสัปปะรด เป็นกิโล และ แบบปลอกใส่ถุง
เหตุผลเพราะ คุณตามีสวนสัปปะรดก็เลยตัดสินใจซื้อสัปปะรดในสวนของคุณตามาขาย
ซื้อมาในราคาหน้าสวน ถ้าขายไม่หมดก็หาลู่ทางขายแม่ค้าผลไม้ในตลาดราคาทุนไป

ขายน้ำดื่ม และ น้ำอัดลม
เหตุผลเพราะ ขายง่ายกระบวนการไม่ซับซ้อน สินค้าไม่เน่าไม่เสีย
ถ้าขายไม่หมดสามารถหาแหล่งขายต่อในราคาทุนได้

โต๊ะวางของ ถังน้ำ กิโล ไม่ได้ซื้อหา เอาของเก่าที่มีมาใช้และยืมมาบางส่วน

 

เรื่องเงิน

ยอดซื้อสินค้า 5,654 บาท … อืม ใช้ไปพอสมควรนะสำหรับทุน

ยอดขายสินค้า 5,287 บาท … หืม แลมันน้อยไปนะ

 

เฮ้ย!!! ยอดขายหักยอดซื้อ ติดลบ ขาดทุนไป 367 บาท ซะงั้น!!!

มองไปของกองสินค้าที่ซื้อมาและขายไม่หมด เอ่อ หนึ่ง สอง สาม สี่ …
ค่อยคลายใจ เหลือเยอะอยู่ …
แสดงว่าสินค้ากองนี้คือ กำไร ซินะ

 

หลังจากนับจริงจังและนำไปเลหลังขายได้เงินมา 1,728 บาท
ดังนั้นกำไรสุทธิ 1,361 บาท

 

สรุปผลการขาย

ช่วงเวลาขายของ 6 โมงเย็นถึง 5 ทุ่ม (2 วัน)
กำไรสุทธิ 1,361 บาท ช่วยกันทำ 3 คน ธรรมดา 1 คนท้อง

สำหรับผม ตอนแรกผมไม่เห็นด้วยเท่าไหร่กับโปรเจคนี้ เพราะผมคาดว่ามันคงเหนื่อยและวุ่นวายมากๆ
แต่ทำไปทำมา พอได้ทำ และ ผ่านมันมา ผลมันก็คือ … ประสบการณ์ใหม่ๆ ความรู้ใหม่ๆ
อีกทั้ง เราขายกันหลายๆคน มันเลยครึกครื้นคึกคัก ได้ความสนุกสนานเป็นของแถม
ดังนั้นเราตัวสินใจว่า … คราวหน้าเราจะขายของอีก!!!

แต่คราวหน้าคาดหวังว่ากำไรจะมากกว่าเดิมสักหน่อย ครั้งนี้กำไรน้อยไปนิด 555+

 

เอ … คราวหน้าขายอะไรดีนะ?

 

ขอให้บทความชิ้นนี้จงได้สร้างประโยชน์ให้แก่ท่านผู้อ่านทุกท่าน

ขอให้ความร่ำรวยและความสุขสวัสดิ์จงมาสถิตแด่ท่าน

 

…[^_^]…

 

ปล.

 

นอกจากกำไรและความสนุกแล้วผมได้ ประโยชน์อีกต่อหนึ่ง
ประโยชน์อีกต่อที่ว่าคือการโฆษณาร้านเครื่องเขียนของเราที่เพิ่งเปิดใหม่
(อาคารสองคูหา … ด้านหลังแผงขายสับปะรดและน้ำของของเราดังในรูป)
เราก็เปิดร้านเครื่องเขียนไว้อย่างนั้น ตัวเองก็มานั่งขายสัปปะรดหน้าร้าน
คนเดินผ่านไปผ่านมา ก็หยุดมองดูร้านเครื่องเขียนนี้ และพูดคุยกันถึงร้านที่เปิดใหม่นี้
ผลจึงทำให้ลูกค้ารู้จักร้านเราเยอะขึ้นจากงานนี้ มากพอสมควร

 

ขอเม้าท์ตัวตั้งตัวตีงานนี้สักนิดเถอะ …

ภรรยาผมสนุกเว่อร์มาก ตัวเองอยากขายมาก แต่ตัวก็กำลังท้องอยู่!!!
จึงทำอะไรไม่ได้มาก … อาศัยนั่งดูคนอื่นวุ่น!!

นั่งไปนั่งมา นั่งเฉยๆก็ไม่วาย … ร้องกินนู่นนี่ตลอด

มีอ้อนขอทุนไปซื้อเสื้อผ้าด้วย เอ่อ เข้าท่าจริง !!! …
ใช้ผมตลอดงาน … ไม่ทำก็ไม่ได้
เพราะคุณเธอเล่นใช้ผมด้วยประโยคเด็ดว่า “ป๊า! ลูกในท้องอยากกินไอติม!!!”
ตัวอย่าง บทสนทนา …

 

ภรรยา : “ป๊า! ลูกในท้องอยากกินไอติม!!!” (ออดอ้อนสุดฤทธิ์)
ผม      : “อ่ะ … เอ่อ … ถามลูกซิลูกอยากกินไอติมรสอะไร!!!”
ภรรยา : “รสมะนาว” (เธอตอบเร็วมาก)
ผม      : “ถามลูกเหรอ … ไม่เห็นได้ถามเลย”
ภรรยา : “ก็แม่ลูกชอบกินเหมือนกัน” (ตอบเร็วได้อีก และฉีกยิ้ม … )
ผม      : “ . . . . . . . . . ”
ผม
      : “ เอ่อ . . . รอแป๊ปนึง!!”
ขายสัปปะรดอยู่บอกว่าลูกในท้องอยากกินก็ต้องไป เดี๋ยวจะหาว่าไม่รักลูก
แต่จะดีกว่านี้ถ้าคืนใช้รอบเดียว … คืนเดียวบอกว่าลูกอยากกินไอติม 4 ถ้วยใช้ 4 รอบ
พักนึงก็ “ป๊า! ลูกอยากกินลูกชิ้น!!!” ….

มาม่ากับปลากระป๋อง

ผมนักเดินทาง "ล่าฝัน" บนถนนสายยาวที่ชื่อว่า "ชีวิต" ระหว่างทางผ่านประสบพบเจอเรื่องราวต่างๆมากมาย เลยคว้าคีย์บอร์ดขึ้นมาพิมพ์แทน "ปากกา" ใช้บล็อก Creativeshooter.com แทน "สมุด" เพื่อบันทึกและแบ่งปันการเดินทางในครั้งนี้

More Posts - Website