บ้านยายปุย ร้านส้มตำงบ 70,000 บาท!!!!

บ้านยายปุยร้านส้มตำงบ 70,000 บาท!!!!

 

ภรรยาผมเปิดร้านเครื่องเขียนครับ ที่ตั้งของร้านอยู่ในตลาดเป็นอาคารพาณิชย์สองคูหาและอยู่หลังริมทำให้เรามีพื้นที่เหลือที่ด้านข้างเหลือที่ยังไม่ได้ใช้งาน โดยปกติตรงนี้จะเป็นที่ที่เก็บของ หรือ วางโชว์สินค้าเป็นครั้งคราว … วันนี้เราพยายามปรับเปลี่ยนพื้นที่ตรงนี้ให้เป็นพื้นที่ขายอาหาร … ร้านส้มตำ

 

บทนี้เป็นบทที่สองของโปรเจค “ร้านส้มตำบ้านยายปุย” ครับ จากตอนแรกผมเขียนถึงการออกแบบร้านนี้ด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ในตอนที่ชื่อว่า ออกแบบตกแต่งร้านอาหาร ง่ายๆ ด้วยตัวเอง จากโปรแกรม Free Software  http://goo.gl/Qa4vQ1

 

บ้านยายปุย

 

ขอออกตัวแบบล้อฟรี!!! เอี๊ยดๆ ก่อนเลยนะครับ ผมเองไม่ได้เป็นช่าง หรือ ไม่ได้เป็นนักออกแบบอะไร  เดาๆมึนๆงึมๆออกแบบขึ้นมาเอง และ ช่วยกันทำเอง ทำไปแก้ไปหนักแต่หนักไปทางแก้เสียมากกว่า 555+ ลองพิจารณาดูครับ เดาๆแต่ก็นี้น่าจะเป็นประโยชน์และก่อให้เกิดไอเดียให้แก่ทุกๆท่านได้บ้าง …[^_^]…

 

 

ออกแบบสำเร็จเสร็จลุล่วงก็ถึงเวลาลงมือจริงครับ … ผมเอาแบบแปลนที่ผมบรรจงทำสุดฝีมือไปให้พี่ที่ทำงานท่านหนึ่งดู (แกเคยเป็นช่างมาก่อน) ให้แกดูแล้วถามว่า ไหวมั้ย? ทำได้หรือเปล่า? รับงานนี้มั้ย? พี่เขาบอกเขาทำได้!!! งั้นก็เข้าทางผมครับ เพราะ ถ้าผมจ้างช่างอื่นทำเราก็ไปคุมงานไม่ได้เพราะเราเองก็ทำงานเหมือนกัน และที่สำคัญอาจจะสู้ราคาไม่ได้ (งบน้อย) … ดังนั้น โปรเจคร้านนี้พี่แกเป็นหัวหน้าทีมช่าง โดยมีผม และ เพื่อนร่วมงาน(ที่ผมขอแรงให้มาช่วยอีกคนสองคน) ทำกันตอนเย็นหลังเลิกงาน ทำวันเสาร์และวันอาทิตย์เป็นหลัก งานเลยค่อยๆคืบๆครับ นานหลายสัปดาห์อยู่กว่าจะเป็นรูปเป็นร่างครับ … อันไหนทำเองได้ทำเองครับประหยัดงบ …

 

แต่ก่อนที่จะเล่า และลงภพถึงเรื่องแนวคิดและการลงมือทำ ผมขอฉายตอนจบก่อนเลยนะครับ

 

ภาพก่อนปรับปรุงครับ

รูปด้านข้างร้านอาหาร มาม่ากับปลากระป๋อง

 

เดิมที่ใช้เป็นที่เก็บของครับ ดูรกนิดนึง หรืออาจจะ ไม่นิด 5555+

ก่อนทำบ้านยายปุย 2

 

ภาพหลังปรับปรุงครับ

ใช้ของเก่าที่มีอยู่เดิมบ้าง เช่น กันสาด อิฐประสานเดิม … ใช้ของใหม่โดยการซื้อบ้าง เช่น เคาเตอร์ด้านหน้า เก้าอี้ … ทำเองบ้าง เช่น ผนังไม้ โต๊ะไม้ ฐานเตาถ่าน
หลังทำบ้านยายปุย 1

 

 

มองจากด้านหน้า

 

หลังทำบ้านยายปุย 2

 

เดินเข้าไปกลางร้านนิดนึง

หลังทำบ้านยายปุย 3

 

คอนเซ็ปของผมคือจำลองบ้านเก่าขึ้นมา ประมาณว่าทำให้เหมือนว่า “เรากำลังนั่งทานข้าวอยู่ที่บ้านยาย” ดังนั้นผมจึงเลือกใช้ไม้เก่าครับ ไปซื้อจากร้านไม้เก่า ไม้ที่ผมได้มาคือ ไม้ยางนา และ ไม้เต็ง

 

บ้านเก่าก่อนรื้อน่าจะมีอายุไม่ต่ำกว่า 20-30 ปี ทั้งคราบโคลน สีน้ำมัน ร่องลอยต่างๆ มีให้เห็น ไม่ล้างเห็นที่จะไม่ไหวครับ ต้องทำความสะอาดสักหน่อย

ขัดไม้ บ้านยายปุย

 

ล้างเอาแปรงขัดเสร็จก็ตากครับ

ขัดไม้บ้านยายปุย 2

แรกเริ่มเดิมทีใช้กระดาษทรายขัดไม้เบอร์ 4 ขัดครับ ขัดไปได้สิบกว่าแผ่นเห็นที่จะไม่ไหว ต้องใช้ตัวช่วย!!!

ขัดไม้บ้านยายปุย 3

 

มีคนถามผมว่าเอาไม้เก่าๆ บ้านหลังที่รื้อมาอาจจะมีคนตาย หรือ อาจจะมีวิญญาณอยู่ก็เป็นได้ นำมาทำร้านแบบนี้ไม่กลัวผีหรือ? ตอบเลยครับว่า … กลัว 5555+

เชื่อมั้ยตอนผมไปซื้อไม้ผมยืนไหว้กองไม้กลาง กลางโรงไม้เลย เจ้าของยังขำเลย … ผมตั้งจิตเลยครับว่า ผมจะนำพวกท่านไปทำมาค้าขายครับ ขอให้ผมทำมาค้าขึ้น!!!

 

ขัดไม้เสร็จก็ขึ้นโครงเลยครับ … ทำไปเล็งไปครับ ช่างไม้มือใหม่ทั้งนั้น

ขึ้นโครง 1

ขึ้นโครง 2

ในขณะที่ตีโครงอยู่ พอดีเพื่อนผมที่เป็นสถาปนิก มาเยี่ยมเยียนพอดิบพอดี แกนึกครื้มอะไรไม่รู้ .. ผมก็ให้แบบเขาดู เขาแนะนำว่าให้ทำหน้าต่างนิดนึงจะดีกว่า น่าจะมีมิติมากขึ้น เพราะ ถ้าไม่มีหน้าต่างมันจะโล้นและโล่งไป และน่าจะขยับแนวขวางขึ้นอีกนิดเพราะต่ำไป … อืมม นั่นสินะ เลยต้องแก้โครงกันนิดหน่อย (ขอบคุณสถาปนิกพันที่กรุณาแนะนำมา ณ ที่นี้)

ใจดีเขียนให้ดูเป็นตัวอย่างด้วย

แบบ พัน

 

หน้าต่าง โต๊ะไม้ ขาโต๊ะ ใช้เป็นไม้เก่าหมดครับ

หน้าต่างบานฟักไม้สัก …

บานฟัก บ้านยายปุย

 

ขัดสีฉวีวรรณเสร็จก็ดูสวยงาม ไม่หยอกครับ

บานฟักไม้สัก บ้านยายปุย

 

หน้าต่างลายเกร็ดครับ ไม้สักเช่นกันแต่ตามสภาพภาพครับ

ไม้สักร่ายเกร็ด

ขาโต๊ะ ซื้อไม้เก่าเช่นเดิม เป็นไม้สน ท่อนละ 80 บาท ไสให้ด้วย

อุปกรณ์ประกอบโต๊ะนี้ สว่าน เกลี่ยวปล่อยหัวเรียบ น็อต และ เรื่อยลันดา

โต๊ะ

 

สีมันซีดมากๆ ครับแต่เมือขัดผิวออกอย่างกับเงาะถอดรูปไม่มีผิด
โต๊ะไม้หลังจากการขัดผิวด้านหน้า และ เคลือบเงายูรีเทนชนิดด้าน

หน้าต่างไม้สักหลังขัด

 

ใกล้แล้ว

ขึ้นโครง 4

 

หน้าต่างที่ทำไว้ สามารถเปิดได้ครับ ใช้ไม้อัดฟอร์เมก้าปิดด้านหลังไว้ ในอนาคตจะได้เอาไว้ตกแต่งเพิ่มเติมได้สะดวก

 

หน้าต่าง บ้านยายปุย

 

เก้าอี้นี้ ผมซื้อเก้าอี้ใหม่ครับ … เป็นไม้สัก ตัวละ 280 บาท

เก้าอี้ไม้สักบ้านยายปุย

 

เอาไปลองทาบทีแรกสีมันเด่นไปเลยลองทาแชร็คทับและขัดสีออกเบาๆ ทายูรีเทนทับอีกรอบ

เก้าอี้ บ้านยายปุย

 

เอาไปวางเทียบกันดู ผมชอบแบบทำสีมากกว่าครับ เก๋และกลืนกันดี เลยทำสีหมดเลย

เทียบสีเก้าอี้กันดี

 

 

แม่ครัวบอกว่าอยากได้เตาประมาณนี้พร้อมทั้งเสริจรูปในกูเกิ้ลให้ดู … เพื่อความเก๋ไก๋สไลเด้อ ก็ผลออกมาเป็นแบบนี้!!!

เตา บ้านยายปุย

แท่นตำส้มตำที่แข็งแกร่งที่สุดในปฐพี พร้อมด้วยถังแช่ไวน์ที่เอามาแช่สาก!!!!

ฐานครก บ้านยายปุย

อีกมุม

มุมใกล้ๆ กับเมนู บ้านยายปุย

 

จัดสวนเล็กๆไว้หน้าร้าน นี่คือสุดฝีมือแล้วขอบอก 555+

จัดสวย บ้ายยายปุย

 

ปิดท้ายด้วยภาพผู้ช่วยแม่ครัวจำเป็นภาพนี้ครับ ภรรยาผมเอง … ฉายา “สับไก่กระเด็น 8 เมตรในมีดเดียว”

 

ขายวันแรก ผู้ช่วยแม่ครัวมือใหม่ บ้านยายปุย

 

 

สรุปเงินลงทุนโปรเจคนี้ ตัวเลขกลมๆ ใช้เงินทุนราว 70,000 บาท

 

เงินลงทุนแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลักๆ

เงินลงทุนในส่วนของร้านและสถานที่

ไม้มือสอง 25,000 บาท ทั้งไม้หน้าสาม ฝาบ้าน หน้าต่าง โต๊ะ ขาโต๊ะ

ค่าแรง 10,000 บาท

เก้าอี้ไม้สัก 15 ตัว 4,200 บาท

สีทาไม้ ยูรีเทน และอุปกรณ์อื่นๆราว 3,000 บาท

เคาร์เตอร์ไม้สน 3,000 บาท

จิปาถะอื่นๆ 1,800 บาท

 

เงินลงทุนในส่วนของกิจการร้านส้มตำ

จานชามช้อน 5,000 บาท

อุปกรณ์เครื่องครัว 3,000 บาท

เงินทุนหมุนเวียน 15,000 บาท

 

จบแล้วครับในส่วนของการปลุกปั้นร้านในเบื้องต้นในบทนี้ การทำร้านในเบื้องต้นผมวางงบไว้ที่ 50,000 บาท แต่เอาเข้าจริง ทำไปทำมาไหลไปถึง 70,000 บาท … น่าจะมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงอีกเรื่อยๆตามความเหมาะสม …

 

ตอนนี้เปิดร้านมาได้ 3 วันแล้วครับ ผลตอบรับถือว่าพอไปได้ อาจจะเป็นเพราะ โหมโรงมานาน สร้างไม่เสร็จเสียที สะกิดความสนใจของชาวบ้านร้านตลาดครับ เพราะ เลยอยากรู้ว่าทำอะไร 5555+ พอเปิดปุ๊ปก็เลยเข้ามาลองชิมกัน

 

ในบทหน้า ผมจะกลับมาเล่าเรื่องแนวคิดทางธุรกิจ เช่น แนวคิดทำไมถึงทำเป็นโปรเจคร่วมทุน? ทำไมถึงทำร้านอาหาร? ทำไมถึงเป็นร้านส้มตำ? ทำไมถึงทำร้านแนวนี้? การตลาด? ต้นทุน? กำไร? อนาคตต่อไปเป็นอย่างไร … แต่ต้องขอเก็บข้อมูลอีกสักพักใหญ่ก่อนเดี๋ยวมาเล่าให้ฟังแน่นอน เจอกันตอนต่อไปครับกับ “ร้านบ้านยายปุย”

 

10246472_843028025724366_1138451225695744458_n2

 

…[^_^]…

 

ปล.

-สามารถติดตามอ่านเรื่องราวงานเขียนของผมได้ในบล็อกนี้นะครับ … http://goo.gl/aE4zV

 

มาม่ากับปลากระป๋อง

ผมนักเดินทาง "ล่าฝัน" บนถนนสายยาวที่ชื่อว่า "ชีวิต" ระหว่างทางผ่านประสบพบเจอเรื่องราวต่างๆมากมาย เลยคว้าคีย์บอร์ดขึ้นมาพิมพ์แทน "ปากกา" ใช้บล็อก Creativeshooter.com แทน "สมุด" เพื่อบันทึกและแบ่งปันการเดินทางในครั้งนี้

More Posts - Website