ร้านผมเปิดมาร่วมสามเดือน ขาดทุนเดือนละ 30,000

ผมแตกไลน์ขยายกิจการจากการเปิดร้านกิ๊ฟช็อปอย่างเดี่ยวมาเป็นร้านเครื่องเขียนและกิ๊ฟช็อป
ย้ายร้านใหม่ ใหญ่กว่าเก่า ลงทุนเพิ่ม … ด้วยขนาดกิจการที่ใหญ่ขึ้น ค่าใช้จ่ายคงที่เพิ่มขึ้นมาก
ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิมหลายเท่าตัว  … ผมเปิดร้านใหม่มาได้ สองเดือนกว่าๆ
ผลออกมาเป็นเช่นนี้ …

เดือนแรก ขาดทุน ไปร่วมสี่หมื่น
เดือนที่สอง ขาดทุน ตุนเพิ่มไปอีกสามหมื่นเศษ
เดือนนี้คงไม่แคล้ว ขาดทุนอีก!!! …

 

“ลงทุนไปหลายแสนแล้ว … เปิดมาจะสามเดือนแล้วยังขาดทุน …
กำไรยังไม่พอค่าใช้จ่าย ค่าเช่า ค่าน้ำค่าไฟ ค่าพนักงาน ค่าบ้าบออะไรไม่รู้อย่างเยอะ
ตายแน่ตรู … เข้าเนื้อเดือนละสองหมื่นแบบนี้ … ตายๆ … ลนลาน …
ทำอย่างไรดี … เริ่มซีด … กุมขมับ … เครียด … ตาเหลือก … ไร้สติ …
โทษดินน้ำลมไฟไปก่อน … โทษมันไปทุกอย่างที่ไม่ใช่ตัวเอง …
เฮ้ย!!! ไม่ไหวแล้วโว้ย ปิดแม่มเลยดีกว่า!!!!”
… ผมคงพูดแบบนี้ถ้าเป็นผมเมื่อหลายปีก่อน เหมือนที่ผมเคยเมื่อทำกิจการแรกเจ้งคงมือ

 

ขาดทุน 30000

ขาดทุน 30000

 

แต่ผมในวันนี้ขอเล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ด้วยบทความนี้ครับ

 

ร้านค้าที่เปิดตัวขึ้นใหม่ๆ ผมเชื่อว่าทุกๆกิจการที่เปิดใหม่เหล่านี้จะประสบกับสารพันปัญหา
และปัญหาที่ที่กิจการเปิดใหม่ๆจำนวนมากจะพบเจอคือสภาวะ “การขาดทุน”
การขาดทุนที่เกิดขึ้นในช่วงแรกที่เปิดกิจการ อาจเกิดจาก การขาย เช่นขายไม่ออกยอดขายน้อย
สินค้าหรือบริการยังไม่เป็นที่รู้จัก ลูกค้าไม่รู้  ฯลฯ หรือ ต้นทุนที่สูงเกินไปทำให้กำไรน้อย
และอีกสารพันปัญหา หรือ อาจจะกล่าวรวมๆได้ว่า แผนที่วางไว้ไม่รัดกุมมากพอ …

 

แผนไม่รัดกุมเป็นอย่างไร … อันนี้เกิดจากขึ้นได้จากหลายสาเหตุ แต่ที่พบเห็นได้บ่อยเช่น
- วางแผนเข้าข้างตัวเองมากเกินไป … หวังผลเลิศ คาดหวังกำไรสุดยอด ประมาณต้นทุนต่ำไป
- ประมาทเรื่องเงินลงทุน … จัดการเงินลงทุนไม่ดี ทุนบานปลาย … กระทบเงินส่วนอื่น เงินขาด
สองประเด็นนี้เป็นเงื่อนไขอันตราย ที่พบเจอบ่อยๆกับร้านกิจการใหม่ๆ … โปรดระวัง!!!

 

ถ้าเปิดกิจการใหม่ หรือ โครงการใหม่ๆ ผมจะใช้สองหลักการนี้ในการวางแผนเสมอคือ
ประมาณยอดขายและกำไรที่ต่ำที่สุด เลวร้ายที่สุดที่จะเป็นไปได้ และ ประมาณต้นทุนที่สูงที่สุดที่เราจะพบเจอ

 

ในกิจการนี้ก็เช่นเดียวกัน จากสองหลักการนี้ ทำให้แผนดูแย่ลง แต่หนักแน่นมากขึ้น!!!
เพราะจากสองหลักนี้ จะทำให้เรารู้ว่าถึงแม้ในสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดเราก็จะผ่านมันไปได้
ถ้าแย่ที่สุด … จากแผนการที่คาดไว้ว่า กิจการนี้น่าจะ “ขาดทุนต่อเนื่อง”  ไปหลายเดือน
น่าจะเห็นกำไรได้เมื่อขึ้นเดือนที่เจ็ดเป็นอย่างน้อย … เมื่อเห็นแผนดังนั้น
ผมก็ เตรียมใจรับสภาพขาดทุน และ จัดเตรียมเงินทุนสำรอง
ผมกันเงินลงทุนไว้ส่วนหนึ่งเพื่อเตรียมสำรองไว้สำหรับการขาดทุนในปีแรกนี้โดยเฉพาะ
เพราะถ้าไม่กันไว้ ผมเชื่อว่าสารพันปัญหาจะถาโถมเข้ามาจากต้นเหตุที่ว่า … เงินช็อต (ขาดสภาพคล่อง)
ถึงแม้ว่าผมจะวางแผนการใช้ต้นทุน และ วางแผนการประหยัดเงินไว้อย่างรัดกุม
คือพยายามต่อเติมน้อยที่สุด ชั้นวางสินค้าไปหาซื้อมาจากร้านมือสองหรือไม่ก็ชั้นเชื่อมทำเอง
ถึงกระนั้น งบประมาณด้านตกแต่ง ที่วางไว้ก็ยังเกินแผนไป … หลักแสนบาท
ดั้งนั้น …
จงเผื่อค่าใช้จ่ายเอาไว้มากๆ!!!

 

เงินทุนในการทำกิจการมีจำกัด ต้องวางแผนการใช้เงินให้รอบครอบ จัดสรรปันส่วนให้ชัดเจน
กิจการนี้เป็นกิจการซื้อมาขายไป ความเป็นไปได้ที่จะหลงทาง คาดการณ์ผิดมีสูง
นอกจากการกันเงินสำรองเผื่อขาดทุนแล้ว ผมยังเลือกที่จะเก็บเงินลงทุนไว้บางส่วน …
อีกเทคนิคหนึ่งที่ผมนำมาใช้ลดความเสี่ยงของกิจการ คือ การทยอยลงทุน
ผมจะไม่ลงเงินตูมเดียวทั้งหมดที่มี … ไปก่อนเปิดร้าน

 

กรณีนี้ ผมเลือกที่จะลงทุนไปราว 60-70 % ของเงินทุนก่อนเปิดร้าน …
เปิดร้าน ไปแล้วรอดูผลตอบรับจากลูกค้า … ขายไปวิเคราะห์ไป
สอบถามถึงความต้องการของลูกค้าตลอด ว่าร้านเราขาดเหลือ ขาดตกสิ่งใด
อยากให้มีอะไรขายเป็นพิเศษ ลูกค้าใช้ตัวไหนมากตัวไหนน้อย แล้วค่อยลงทุนเพิ่มเติม
วันนี้กิจการเปิดมาได้สองเดือน เข้าเดือนที่สามแต่ผมยังเหลือเงินลงทุนบางส่วน
เงินส่วนนี้ ผมเก็บไว้เพื่อ … พัฒนาปรับปรุงร้านหรือลงสินค้าให้โดนใจลูกค้าตามคำบอกมากขึ้น
(เทคนิคนี้มีข้อเสียเช่นช่วงแรกที่เปิดร้าน สินค้าเราจะน้อยโดยเพาะถ้าทุนน้อยอย่างผมในกรณีนี้
ช่วงแรกเรียกได้ว่าของโหรงเหรงเลย แต่เทคนิคนี้จะทำให้เราลงสินค้าได้ตรงจุดมากขึ้น)

 

ในขณะนี้ยอดขายต่อเดือนของกิจการนี้เพิ่มขึ้นตามลำดับ เริ่มมีลูกค้าขาประจำ
ที่สำคัญกลุ่มลูกค้าเป้าหมายเริ่มรู้จักเรามากขึ้น เริ่มเข้ามาสั่งซื้อสินค้าจากเรามากขึ้น
กอปรกับเงื่อนไขต่างๆที่ติดพันมาในเรื่องค่าใช้จ่ายอื่นๆ เราจัดการให้มันน้อยลงอย่างต่อเนื่อง

 

ผลออกมาจึง …

 

เดือนแรกตัวเลขการขาดทุน สี่หมื่น
เดือนที่สองตัวเลขการขาดทุน สามหมื่นกว่า
เดือนนี้ เดือนที่สาม ขาดทุนประมาณว่าน่าจะ สองหมื่น
เดือนที่สี่ ตัวเลขการขาดทุน น่าจะไปอยู่ที่ หมื่นต้น
เดือนที่ห้า ตัวเลขการขาดทุน น่าจะ ต่ำกว่าหมื่น
เดือนที่หก ตัวเลขการขาดทุนน่าจะ หลักพัน
เดือนที่เจ็ด ตัวเลข พลิกกลับมาเป็นกำไรได้ในที่สุด

 

สำหรับผมการขาดทุนนี้เป็นส่วนหนึ่งที่เราคาดการณ์ไว้แล้วว่าเราต้องเจอ
เราเตรียมทุนเตรียมและเตรียมใจมาแล้ว แต่ในทางกลับกัน …
ถ้าการขาดทุนนี้เกิดขึ้นโดยที่ไม่ได้คาดการณ์ไว้ก่อน เตรียมรับสภาพได้เลย
เพราะถ้าเป็นแบบนั้น นั่นคือ หายนะแน่นอน

 

ขอให้บทความชิ้นนี้จงได้สร้างประโยชน์ให้แก่ท่านผู้อ่านทุกท่าน

ขอให้ความร่ำรวยและความสุขสวัสดิ์จงมาสถิตแด่ท่าน

 

…[^_^]…

 

ปล.

 

บทที่แล้วผมเขียนเกี่ยวกับเรื่อง … โปรแกรมการออกแบบที่ผมใช้การออกแบบร้าน
ซึ่งใช้ ง่ายมาก และ ฟรี … สนใจติดตามได้ใน
แนะนำโปรแกรมฟรีใช้งานง่ายๆ สำหรับออกแบบภายในบ้านพักและภายในร้านค้าhttp://goo.gl/0fNE9

 

ติดตามเรื่องราวเก่าๆ ทั้งหมดของร้านกิ๊ฟช็อปในบล็อกนี้นะขอรับ http://goo.gl/511dF

 

โค๊ดย่อของ บทนี้ http://goo.gl/7WnrZH

มาม่ากับปลากระป๋อง

ผมนักเดินทาง "ล่าฝัน" บนถนนสายยาวที่ชื่อว่า "ชีวิต" ระหว่างทางผ่านประสบพบเจอเรื่องราวต่างๆมากมาย เลยคว้าคีย์บอร์ดขึ้นมาพิมพ์แทน "ปากกา" ใช้บล็อก Creativeshooter.com แทน "สมุด" เพื่อบันทึกและแบ่งปันการเดินทางในครั้งนี้

More Posts - Website