แนวทางการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ฉบับคนทุนน้อย : จากเงินทุน 2.2 ล้าน กลายเป็น 6.8 ล้าน ภายใน 4 ปี!!!

แนวทางการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ฉบับคนทุนน้อย : จากเงินทุน 2.2 ล้าน กลายเป็น 6.8 ล้าน ภายใน 4 ปี!!!

 

ผู้คนมักร่ำร้องเรียกหาโอกาส แต่เมื่อโอกาสมาถึงตรงหน้าเขากลับไม่รู้ว่านี่คือสิ่งที่เขาตามหานาน … หลายคนพยายามไขว่คว้าหาโอกาส แต่โอกาสก็ยังมาไม่ถึงเสียที … คนบางคนเห็นโอกาสอยู่ตรงหน้า แต่กลับไม่กล้าคว้ามันเอาไว้ …

 

ในชีวิตหนึ่งผมขอเพียงแค่ครั้งเดียวที่เรา … มองเห็น … ไขว่คว้าได้ … ใช้โอกาสที่ถูกที่ถูกเวลา และ ครั้งเดียวนั้นคือครั้งนี้ … ผมเห็นโอกาสครั้งใหญ่ผ่านเข้าในชีวิต และ ผมก็พยายามไขว่คว้าและพยายามอย่างเต็มกำลัง

 

เด็กหนุ่มอายุ 25 (ตอนนั้นปี 2553) ที่พึ่งทำงานได้ปีสองปี เขาจบวิศวฯมาด้วยผลการเรียนร่อแร่ 2.17 แถมเรียนนาน 5 ปี เป็นคนเดินดินกินข้าวแกงที่ไม่มีใครรู้จักและก็ไม่รู้จักใคร ครอบครัวยังมีฐานะก็กลางๆซึ่งแต่ก่อนเคยพลาดพลั้งจนหนี้สิ้นท่วมตัว จากความจนทำให้เขาอึดและสู้ไม่กลัวงานหนัก … และ อยู่ๆมันก็มี “ลูกบ้า” ขึ้นมา … มันบ้าอยากจะทำบ้านจัดสรรขาย!!!! … เขาขายสารพัดสิ่งที่เขามีเพื่อรวบรวมเงิน … เขาขายบ้านได้มากกว่า 10 หลัง จากเงินทุน 2.2 ล้านบาทได้ขยายใหญ่ขึ้นกลายเป็น 6.8 ล้านบาทในเวลา 4 ปี!!! ไอ้บ้านั่นไม่ใช่ใครที่ไหน … ผมเอง

 

สร้างบ้านขาย มาม่ากับปลากระป๋อง 1

 

ในบทนี้ผมจะเล่าถึงประสบการณ์ การคิดวิเคราะห์และแนวทางการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขายแต่อาจจะไม่ลงลึกในรายละเอียด … บทความนี้เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่คาบเกี่ยวและต่อเนื่องกับการลงทุนในตอนที่แล้ว(ในบทที่ชื่อเรื่อง ที่ดินแปลงนี้ออกไข่ทองคำปันผลปีละ 120,000 บาท!!! และ . . . http://goo.gl/7eC5Xb)  … ซึ่งเรื่องราวในบทนี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อในช่วงปี 2553 ในช่วงที่ถนน 4 เลนกำลังตัดผ่านหน้าที่ดินของผมในบทดังกล่าว

 

ความห่อเหี่ยวหดหู่และความกังวลที่ผ่านมามลายหายไปสิ้นจากถนนเครื่องจักรและคนงานที่กำลังขยับขยายถนนอย่างขะมักเขม้น ความฮึกเหิมและความมั่นใจเริ่มกลับเข้ามาอีกครั้ง!!!!!!ที่ดินเปล่าจากบทก่อนเป็นแปลงหน้าสุดของโครงการหมู่บ้าน ซึ่งไม่ได้มีเพียงที่ดินแปลงนี้แปลงเดียวที่ธนาคารประกาศขาย ในโครงการยังมีอีกเยอะ!!!! ถนนก็มาแล้ว ดังนั้นจะช้าอยู่ใย!!!!

 

รูปผังที่ดิน … ที่ดินแปลงสีเขียวคือที่ดินแปลงด้านหน้าบทสุดเป็นที่ดินที่กล่าวถึงในบทก่อน ขีดเล็กๆคือทาว์นเฮ้าส์ที่มีเจ้าของแล้วแต่รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าสีขาวที่ว่างอยู่ธนาคารขายทั้งหมด ขายทุกแปลง!!!

 sap-map-1

 

ภาพถ่ายดาวเทียม ปี 2554 … แปลงสีส้มคือที่ดินแปลงที่กล่าวถึงจากบทก่อน

พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ มาม่ากับปลากระป๋อง 1

ธนาคารประกาศขายทั้งโครงการแบบแบ่งขายตั้งแต่ถนนสี่เลนยังไม่มา ซึ่งผมเป็นลูกค้ารายแรกที่ติดต่อขอซื้อและซื้อแปลงหน้าสุดเอาไว้ จะไม่ให้ผมใจแป้วได้อย่างไร เพราะหลังจากที่ธนาคารขายที่แปลงหน้าออกไปหลังจากนั้นธนาคารก็ขายไม่ออกเลยสักแปลงตลอดระยะเวลาอีกหลายเดือน แต่มันเหมือนหนังคนละม้วน เหมือนซีดีคนล่ะแผ่น เหมือนหน้ามือกับหลังใบหู เมื่อถนนสี่เลนตัดมา เพราะ นี่คือสงครามของการแย่งชิงพื้นที่!!! … แย่งชิงพื้นที่ทำอะไร? … ผมอยากพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ อยากสร้างบ้านขาย อยากทำบ้านจัดสรร

ผมมั่นใจว่าผมทำได้ และ จะมีกำไร!!!

เมื่อตกลงใจที่จะที่จะทำ อยากประสบความสำเร็จต้องเริ่มต้นจากการแผนที่ดี … ถ้ามันรั่วตั้งแต่งการวางแผน ต่อให้ปฏิบัติดีแค่ไหน ผลออกมามันก็ไม่ดี ถ้าวางแผนมาแบบยกเมฆ การปฏิบัติก็เป็นแค่หลักรอย แล้วผลสำเร็จมันจะอยู่ตรงไหน?

 

การวางแผนในที่นี้ผมอาจจะกล่าวรวมถึงการวางทางแผนธุรกิจหรือการเขียนแผนธุรกิจด้วย ไม่ว่าธุรกิจเล็กหรือใหญ่ก็จำเป็นต้องมีแผนธุรกิจที่ดี มีการวิเคราะห์อุตสาหกรรม การวิเคราะห์ตลาด แผนทางการตลาด แผนทางการบริหาร แผนทางการเงินและแผนสำรองเตรียมไว้ ยิ่งกิจการเล็กยิ่งต้องรู้สิ่งเหล่านี้เพราะมันคือพื้นฐาน อาจจะไม่ต้องเก่งระดับพระกาฬขอแค่รู้และวิเคราะห์จุดเป็นจุดตายของกิจการได้ก็พอ เช่น ต้องรู้จักวิเคราะห์ SWOT, STP ,Five Force ฯลฯ ต้องรู้จักการทำงบกระแสเงินสด และ ต้องรู้จักการทำบัญชีเป็น … แต่ก่อนผมก็ทำไม่เป็น เรียนรู้สิ่งเหล่านี้มันไม่ยากและเรียนรู้ได้

อันดับแรกเริ่มจากการเก็บข้อมูลและวิเคราะห์ข้อมูลที่มีอยู่

 

เรื่องของทำเล

จากบทก่อนลองนึกภาพทำเลตามผม

ในตัวอำเภอ … ที่ดินอยู่ห่างจากตัวตลาดของอำเภอเพียง 200 เมตร ห่างจากโรงเรียนประถมฯ โรงเรียนมัธยมฯ โรงเรียนเทคนิคฯ โรงพักตำรวจ เทศบาล ไม่เกิน 1 กิโลเมตร และ ในบริเวณรัศมี 10 กิโลเมตรมีโรงงานอุตสาหกรรมใหญ่ขนาดกลางและขนาดย่อมหลายสิบโรงงาน

 

ภาพกว้าง … จากที่ตั้งของอำเภอนี้ไปทางขวาประมาณ 15 กิโลเมตรเป็น มีนิคมอุตสาหกรรมปิโตรเคมีชั้นนำของประเทศ ที่ชื่อว่า “นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุต” จากอำเภอนี้ไปทางซ้ายประมาณ 25 กิโลเมตรเป็น มีนิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ของประเทศ ที่ชื่อว่า “นิคมอุตสาหกรรมอีสเทิร์นซีบอร์ด” เส้นทางของ สองนิคมเชื่อมต่อกันด้วยถนน 4 เลนตลอดสาย อำเภอนี้อยู่ตรงกลางระหว่างสองนิคมดังกล่าว!!! นี่คือเส้นทางเอก ส่วนทางโท ที่ตัดผ่านหน้าทางเข้าหมู่บ้าน คือถนนด้านหนึ่งสามารถทะลุไปอีกอำเภอ ส่วนอีกปลายอีกด้านจะผ่านไปบรรจบกับถนน สายหลักเส้นอื่น

 

จากภาพรวมกลับวิเคราะห์จุดสำคัญที่ต้องคำนึงของกิจการ

-จุดเด่น และ จุดแข็ง ของกิจการ คือ ทำเลที่ดี

-บ้านจะขายได้หรือไม่ขึ้นอยู่กับ การกำหนดตำแหน่งทางการตลาด การทำแบบบ้าน

-จุดชี้ขาด ชี้เป็นชี้ตายของกิจการ คือ ผู้รับเหมาก่อสร้างว่าจะทำได้ดีขนาดไหน

-เงินทุนขั้นต่ำต้องเท่าไหร่ และหามาจากไหน และจะหมุนเงินอย่างไร

-ถ้าทุกอย่างล้มเหลวจะทำอย่างไร

 

คำสำคัญเพียงไม่กี่บรรทัดก็มีเรื่องราวให้ทำเป็นเดือน!!!

 

ทำเลนี้ผมมั่นใจว่ายังไงก็ขายได้ถ้าจับถูกกลุ่ม!!!! เราออกสำรวจหมู่บ้านทุกหมู่บ้านที่เปิดขายอยู่ในขณะนั้นในรัศมี 10 กิโลเมตร เราออกไปดูว่าเขาขายราคาเท่าไหร่ เนื้อที่บ้านมีขนาดเท่าไหร่ และใช้วัสดุการสร้างเป็นอย่างไร ขายดีหรือไม่ เราออกสำรวจมากกว่าสิบโครงการเข้าไปดูบ้านตัวอย่างทุกหลังที่เปิดให้ดู เรานำมาเปรียบเทียบลงจุดหาตำแหน่งที่คู่แข่งอยู่ เราจะได้รู้ว่าเราสู้อยู่กับใครและเขาเป็นผู้เล่นระดับไหน … จากรายงานชุดนี้ผมเห็นช่องว่าง ที่พอจะให้เราเบียดตัวเข้าไป

 

ภาพจากการออกสำรวจตลาด

สำรวจตลาด มาม่ากับปลากระป๋อง

 

ผมวางตำแหน่งไปที่ ช่องว่านั้น … บ้านทำเลดีและราคาย่อมเยา

วิเคราะห์ต่อว่าเราจะทำบ้านราคาย่อมเยาได้อย่างไร? เช่น เราจะทำบ้านราคาย่อมเยาได้ก็ต่อเมื่อเราสร้างบนพื้นที่ขนาดเล็กกว่า หมู่บ้านอื่นทำบ้านเดี่ยว 50 ตรว. ผมทำ 37.5 ตรว และใช้วัสดุเกรดที่รองลงและผมใช้วิธีสร้างเสร็จก่อนค่อยขาย … คิดต้นทุนทุกอย่างบวกราคาเข้าไป ผมเคาะราคาบ้านออกมามีแต่บอกว่าผมขายถูก … แน่นอนเพราะนั่นคือตำแหน่งที่ผมวางไว้!!!!

 

ทำธุรกิจต้องทำให้แตกต่าง ทำไมต้องเหมือน?

ผู้คนจะจดจำเราได้จากความแตกต่าง … เรามีทางเลือกมากมายที่จะทำให้แตกต่าง ผมเลือกแบบแปลนและจะทำรูปทรงบ้านที่แตกต่างกว่าเจ้าอื่น ผมชอบบ้านโล่งๆโปร่งๆ อากาศไหลเวียน หลังจากปรึกษากับผู้รับเหมาและคนออกแบบแล้ว ผมจึงเลือกบ้านเสากลมแบบโรมัน ในขณะที่รายอื่นออกโมเดิ้ลเสาเหลี่ยมกันหมด ความแตกต่างเหล่านี้จะเป็นสิ่งที่ทำให้ลูกค้าจดจำเราได้อย่างดี

 

เงินทุนเริ่มต้น

ต้องไปวิเคราะห์คำนวณออกมาว่า เราจะต้องใช้เงินเท่าไหร่กับโครงการนี้ ผมต้องใช้เงินในการซื้อที่ในเบื้องต้น 1.6 ล้านบาท และ เงินทุนในการก่อสร้างบ้านขั้นต่ำ 1.4 ล้าน รวมเคาะตัวเลขกลมๆที่ต้องการออกมาได้ที่ 3 ล้านบาท

“ครอบครัวผม” ขายทรัพย์สินที่มีออกไปมากมายเพื่อระดมทุน ผมขายหุ้นแบบยกพอร์ทที่ผมมี แม่ขายทองออกไป(ซึ่งตอนนั้นทองกำลังแพง)นำเงินมาสมทบ พ่อผมเอาเงินบำเหน็จเกษียณมาช่วยหนุน … ได้เงินมาราวๆประมาณ 1.6 ล้านบาท ส่วนอีก 1.4 ล้านบาท ผมมากู้มาจากหลายช่องทาง หยิบยืมจากญาติผู้ใหญ่ กู้สหกรณ์ของแม่ กู้ฯลฯ และ ต่อมาภายหลังได้มีการอัดเงินทุนเข้าไปเสริมสภาพคล่องอีกราว 6 แสนบาท

ถ้าทุกอย่างล้มเหลว พลาดพลั้งขายไม่ออก แผนสำรอง คือ กู้ซื้อบ้านที่ตัวเองสร้างบางส่วน เพื่อนำเงินไปชำระหนี้ ส่วนที่เหลือปล่อยให้เช่าทั้งหมด

 

ที่แปลงที่ผมซื้อ แปลงที่ 1 และ แปลงที่ 2

พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ มาม่ากับปลากระป๋อง 2

 ทุนน้อยค่อยๆทำ … นกน้อยทำรังแต่พอตัว

ผมค่อยๆสร้างอย่างไม่เร่งรีบเพราะทุนมีน้อย ต้องอาศัยการหมุนของเงินเป็นหลัก เงินหลังนี้ไปจ่ายหลังนั้น หลังนั้นไปจ่ายค่าที่หลังนู้น ตัวอย่างเช่นการสร้างบ้านเดี่ยว ผมสร้างทีละ 2 หลัง หลังที่ 1 ที่ 2 ขึ้นโครงเสร็จ ขึ้นหลังคาเสร็จ ก่อเสร็จ ผมก็ขึ้นอีกหลังที่ 3 ที่ 4 ต่อมา ขึ้นโครงเสร็จ ขึ้นหลังคาเสร็จ หลังที่ 1 ที่ 2 ก็พร้อมขาย เราก็ขายออก นำเงินมาหมุนสร้างหลังที่ 5 ที่ 6 ต่อไป …

ถ้าเราวางตำแหน่งดี เราจะทำการตลาดง่ายเพราะคู่มีน้อย!!! การโฆษณาขาย ทำทุกช่องทางที่ทำได้ ลงในอินเตอร์เน็ต ให้ค่าคอมมิชชั่นแก่คนนำพา ทำป้าย ฯลฯ

เราเป็นคนตัวเล็กที่ไม่มีใครรู้จัก เงินทุนไม่สูง สร้างที่ละน้อยแบบนี้ ผู้รับเหมารายใหญ่ๆเขาอาจจะไม่อยากรับงานเราสักเท่าไหร่ … แต่ต้องสักรายล่ะครับที่สนใจและเหมาะสมกับงานที่เราจะทำ ผมหาและคุยกับหลายเจ้าแต่ในท้ายที่สุดก็ได้รายนี้ซื้อถือว่าโชคดี (ถึงแม้ว่าเขาจะมีปัญหาภายในบริษัทของเขาเองก็ตามก็ยังอยู่จนจบงาน ขอบคุณครับ)

 

ภาพวัน ทำพิธียกเสาเอก

เสาเอก

ผมเก็บบ้านที่ครอบครัวผมไปช่วยกันยกเสาเอกไว้ไม้ได้ขายออกไป เก็บเอาไว้บอกลูกบอกหลานว่าเรื่องราวมันเริ่มมาจากตรงนี้ … (ตอนนี้ปล่อยเช่า) หลังจากที่ซื้อที่ดินไปได้ไม่นาน ก็มีผู้ที่เห็นโอกาสเหมือนผมทยอยกันเข้ามาจับจองซื้อที่ในบริเวณอื่นในโครงการเช่นกัน …

ผมเริ่มสร้างจากแปลงที่ 1 บ้านทาว์นเฮ้า 4 หลัง ผมเปิดราคาเริ่มต้นที่เจ็ดแสนกว่าบาท!!!!

ภายในบ้านทาว์นเฮ้าส์ หลังริม

ทาว์นเฮ้าส์หลังริม

ภาพถ่ายภายนอกบ้านทาว์นเฮ้าส์

บ้านทาว์นเฮ้าส์ มาม่ากับปลากระป๋อง

 

ทาว์นเฮ้าส์ประลองเชิง 4 หลัง ถูกขายให้เจ้าญาติผู้ใหญ่ที่ผมไปหยิบยืมเงินจากท่านมา 2 หลังผมเก็บไว้ 1 หลังอีกหลังหนึ่งประกาศขาย เสียงตอบรับดีมาก … ลูกค้าชอบถูกใจทั้งราคาและรูปทรงที่แตกต่าง จึงทำให้มีลูกค้าเข้าคิวซื้อหลายราย!!!! ผมเลยตัดสินใจสร้างทาว์นเฮ้าส์ต่อ

พอจะแบ่งแปลงที่สองก็ติดปัญหาเรื่องการแบ่งแยกที่ดิน เพราะไม่สามารถแบ่งแยกเกิน 9 แปลงได้ ถ้าเกินต้องเข้าเป็น พ.ร.บ. บ้านจัดสรร ซึ่งมีค่าใช้จ่ายหลายแสนบาท … แต่อย่าไปกลัวกับปัญหา … เพราะปัญหามีไว้ใช้แก้ไข!!!

ธุรกิจต้องดัดแปลงได้ตามความเหมาะสม ผมก้าวไปทำบ้านเดี่ยวหลังขนาดเล็กแทน เพื่อให้คงแนวคิดทำเลดีราคาเยาไว้ ผมปรับขึ้นทำบ้านขนาด 37.5 ตรว. แต่ปรับเปลี่ยนวัสดุหลายตัวเช่นกระเบื้องให้เป็นกระเบื้องแผ่นใหญ่กว่าเดิม 60×60 ซม. และ เพิ่มเติมของแถมและส่วนลดเข้าไป

ภาพภายในบ้านเดี่ยวครัวแยกครัว แถมอ่างล้างจาน

ครัวบ้านเดี่ยว

 

ภาพถ่ายหน้าบ้านนอกบ้านเดี่ยว

บ้านเดี่ยว มาม่ากับปลากระป๋อง

 

ภาพถ่ายหน้าบ้านเดี่ยว มุมมองภายนอกรั้ว (หลังมีผู้เข้าพักอาศัยแล้ว)

สร้างบ้านขาย มาม่ากับปลากระป๋อง 2

หลังจากที่ขายไปมีคนบอกต่อไปอีกมา … ทำขายไม่ทันคนซื้อแล้วครับจังหวะนี้!!!! ตอนนี้มีผู้เล่นรายอื่นเข้ามาสร้างขายเช่นกันแต่เราจับกลุ่มที่ต่างกัน และลูกค้าเยอะต่างคนต่างสร้างไม่ทันเช่นกัน

หลังจาก ที่ดินแปลงที่ 1 และ 2 ขายหมด ผมก็นำเงินไปซื้อสดแปลงที่ 4 ซึ่งตอนนี้ ผมใช้ชื่อของตัวเองไม่ได้แล้วเพราะ ติด พ.ร.บ.ที่ดิน แบ่งแยกไม่ได้ จังหวะนี้ก็ใช้ชื่อภรรยาเข้าซื้อและแบ่งแยกแทน และ ผมนำเงินบางส่วนไปวางดาว์นที่แปลงใหญ่ แปลงที่ 3 ที่เป็นที่ดินข้างสวนสาธารณะเอาไว้เพื่อชิงจังหวะกับผู้เล่นรายอื่น ที่กระหน่ำกันเข้ามาสร้างที่เข้ามาซื้อที่ดินในหมู่บ้านนี้

พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ มาม่ากับปลากระป๋อง 3

 

สองปีผ่านไปไวเหมือนโกหก …

จังหวะนี้ไม่ต้องคิดมาแล้วครับ ระยะเวลาพิสูจน์แล้วว่า มีที่เท่าไหร่ก็ทำขายไดแน่นอนปิดประตูขาดทุนได้เลย … ผมเดินหน้าเต็มกำลังเพื่อแย่งชิงที่ดินส่วนที่เหลือ

หลังจากขายได้บางส่วน ผมก็รีบนำเงินไปวางดาว์นแปลงที่ 5 โดนใช้ชื่อญาติสนิทท่านหนึ่ง ผ่านไปไม่นาน ซึ่งที่ดินแปลงหมายเลข 5 นี้เป็นแปลงสุดท้ายที่เหลืออยู่ ส่วนที่ดินหมายเลข 6 ผมซื้อต่อมาอีกที โดยเสนอกำไรให้ 250,000 บาท จากราคาที่เขาซื้อมา

ใน 2 ปีเศษ ธนาคารขายที่ได้ครบหมดทุกแปลงแล้ว ที่ดินทุกแปลงถูกจับจองหมดแล้ว

พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ มาม่ากับปลากระป๋อง 4

บ้านที่ผมสร้างทั้งหมด แปลงที่ 1 แปลงที่ 2 และ แปลงที่ 4

สร้างบ้านขาย มาม่ากับปลากระป๋อง 1

ปลายปี 2556 ผมสร้างบ้านขายไปทั้งหมด 11 หลัง (ทาว์นเฮ้าส์ 3 หลัง และ บ้านเดี่ยว 8 หลัง) ผมมีเงินสดหลายล้านบาทจากกการขายบ้านได้ และ ผมเหลือที่ดินรอการพัฒนาอีก 3 แปลง (แปลงที่ 3 แปลงที่ 5 และแปลงที่ 6) เนื้อที่รวม 1 ไร่ 2 งาน จากที่ดินที่เหลืออยู่ผมสามารถพัฒนาต่อได้อีกมาก น่าจะทำเงินได้อีกไม่ต่ำกว่า 4 ล้านบาท

จังหวะนี้ผมผ่อนคันเร่งลง เพราะ เราไม่ได้แข่งกันใครแล้ว ทุกพื้นที่ที่เราคิดว่าคือโอกาสถูกจับจองมีเจ้าของหมดแล้ว

ผมขยายตัวเร็วมากฉกฉวยโอกาสทั้งหมดเท่าที่จะคว้าได้ ทั้งๆที่ผมยังไม่พร้อมเรื่องเงินทุนเลย ใช้การหมุน ๆ ๆ ๆ ๆ และ หมุนเงิน ตลอด 3 ปีกว่าที่ทำมาบ่อยครั้งที่หมุนไม่ทัน ต้องพึ่งเงินกู้ O/D จำนวนมาก ซึ่งใครที่ทำธุรกิจจะรู้ว่า O/D ดอกเบี้ยมันสูงมาก ทำแทบตายจ่ายได้แต่ดอก … บ้านสร้างล่าช้า แต่ดอกมาเวลาเดิม ผลก็คือไม่มีเงินจ่ายหนี้ หมุนไม่ทันเครียด หัวจะระเบิดทุกวัน แต่ยังคงไม่ตายเพราะผมอึด … ถ้าถามว่าผมทำต่อได้หรือไม่ ? ตอบเลยว่าได้!!! ผมมั่นใจเช่นนั้น!!! … แต่ผมความรับรู้ถึง “ความตึงเกินไปของชีวิต” รู้สึกเหมือนกับว่า ผมไขน็อตสกรูตัวใหญ่เข้ามาในชีวิต และ หลายครั้งตลอดหลายปีที่ผ่านมาที่มันตึงมากเกินไป หวิดที่เกลียวจะขาดอยู่รอมร่อ … ซึ่งมันไม่คุ้มเสี่ยง ที่ผมจะทำอย่างนั้นอีกในตอนนี้!!!

 

ผมตัดสินใจนำเงินสดทั้งหมดที่มี ไปชำระเจ้าหนี้ทุกราย จ่ายที่ที่ดินคงค้างทั้งหมดเพื่อเป็นสร้างความเป็นไทให้แก่ตัว คงเหลือไว้แค่ที่ดินอีก 3 แปลงที่เหลืออยู่ เมื่อเดือนที่แล้วมีนายทุนเข้ามามาขอซื้อ 3 แปลงนี้(แปลงที่ 3 แปลงที่ 5 และแปลงที่ 6 ในราคา 6 ล้านบาทและแน่นอนว่าผมไม่ขาย … 4 ปีก่อน ผมใช้เงินลงทุน 2.2 ล้านบาทมาทุน ในตอนนี้ผมเหลือไว้ซึ่งที่ดินที่มีมูลค่า 6 ล้านบาท แล้วก็บ้านเป็นบ้านทาว์นเฮ้าส์หลังที่ลงเสาเอก มูลค้า 0.8 ล้านอีก 1 หลัง …  กำไรดังกล่าวเกิดมาจาสองเส้นทางหลัก คือ กำไรจากการก่อสร้างบ้านขาย และ กำไรจากการเพิ่มขึ้นของมูลค่าที่ดินตามกาลการเจริญเติบโตของชุมชน

 

ผมขันสกรูตัวยักษ์ออกจากชีวิต เอามันไปวางไว้ข้างนอก … เดินออกมานอกวง มาตั้งหลัก … ตั้งท่าใหม่ ปรับกระบวนทัพใหม่ รอให้พรักพร้อมกว่านี้ค่อยเดินต่อไป … สบายใจกว่า … จากการที่ผมนำเงินไปชำระหนี้ทั้งหมดทำให้ ตอนนี้ผมอยู่ในช่วงสุญญากาศทางการเงิน … มีที่ แต่ ไม่มีหนี้ และ ไม่มีเงิน 555555+

 

ในท้ายที่สุด 

ผมคงมาไม่ถึงจุดจุด … ถ้าผมไม่มีคุณแม่ที่คอยสนับสนุนในทุกทาง … ถ้าไม่มีคุณพ่อคอยให้กำลังใจและให้ยืมเงิน … ถ้าไม่มีภรรยาช่วยหาข้อมูลและประสานงานต่างๆ … ถ้าไม่มี “ครอบครัว” ที่เป็นเช่นนี้ ก็คงไม่มีผมในวันนี้ …. 

 

ในชีวิตจริงคงไม่มีใคร … มาชี้นิ้วบอกเราว่าโอกาสมันอยู่ตรงไหน … ในชีวิตจริงคงไม่มีใคร … มานั่งพร่ำรำพันบอกคุณว่าคว้ามันสิที่คือโอกาส … แต่เมื่อเราเห็นมันแล้ว จงคว้ามัน  และ จงเชื่อเถอะครับว่าคุณก็ทำได้ แล้วคุณก็จะทำมันสำเร็จ!!!

โชคดีมีชัยทำกิจการการค้าร่ำรวยทุกคนครับ

…[^_^]…

ปล.

หลังจากที่ ธนาคารปิดโครงการไปไม่นาน มหาวิทยาลัยก็เริ่ไถที่ดิน และขึ้นป้ายอย่างชัดเจนว่าเขามาแล้ว … มหาวิทยาลัยเข้ามา ผมก็มีการปรับแผนเล็กน้อย จากที่ดินแต่เดิมว่าจะสร้างบ้านอาจจะขยับ ลองมาสร้างอพาร์ทเม้นใช้เช่าแทน ตอนนี้ผมกำลังจะขันสกรูตัวใหม่เข้ามาในชีวิต แต่ผมเดาว่าน่าเบากว่าการหมุนเงินเพื่อสร้างบ้านขายสักเล็กน้อย แต่ถึงอย่างไรก็ตาม จนถึงตอนนี้ผมก็ยังคิดไม่ตกว่าจะหาเงินจากไหนมาสร้างอพาร์ทเม้นดี … เออ ช่างมันเถอะ เดี๋ยวก็คิดออกเองล่ะ 5555555555+

 

อพาร์ทเม้นหลังนี้คาดว่าจะขึ้นในที่ดินแปลงที่ 6 ครับ

อพาร์ทเม้น มาม่ากับปลากระป๋อง

มิหนำซ้ำเงินเฮือกสุดท้ายใส่ไปกับซากปรักหักพังและเงินทำร้านส้มตำหมดแล้วด้วย 5555+

บ้านยายปุย ร้านส้มตำงบ 70,000 บาท!!!! http://goo.gl/xpYtUn
ทำกำไรได้ 250,000 จากซากปรักหักพัง!!! http://goo.gl/6aTawr

มาม่ากับปลากระป๋อง

ผมนักเดินทาง "ล่าฝัน" บนถนนสายยาวที่ชื่อว่า "ชีวิต" ระหว่างทางผ่านประสบพบเจอเรื่องราวต่างๆมากมาย เลยคว้าคีย์บอร์ดขึ้นมาพิมพ์แทน "ปากกา" ใช้บล็อก Creativeshooter.com แทน "สมุด" เพื่อบันทึกและแบ่งปันการเดินทางในครั้งนี้

More Posts - Website