ทำกำไรได้ 250,000 จากซากปรักหักพัง!!!

ผมห่างหายจากการเขียนถึงเรื่องการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ ไปนานหลายเดือนทีเดียวครับ (เพราะมัวแต่ไปเมามันส์กับการเล่าเรื่องร้านส้มตำที่พึ่งเปิดใหม่ 5555+) ถึงแม้จะไม่ได้เล่าถึงการลงทุนในบ้านและที่ดินแต่ผมก็ยังลงทุนอยู่เรื่อยๆครับ ในบทนี้เป็นการลงทุนที่อาจจะเฉพาะทางและต้องวัดใจกันสักนิดและที่สำคัญนี่เป็นครั้งแรกของผมเช่นกันที่ผม ไปประมูลซากปรักหักพัง!!!

 

ดังนั้นในบทนี้ ผมจึงของเล่าถึงประสบการณ์และแนวคิดในการลงทุนในซากปรักหักพังครับ

 

มาเข้าเรื่องกัน … เมื่อปลายปีก่อนผมไปเจอ ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งกำลังจะถูกประมูลขายจาก กรมบังคับคดี

ซากประหลักหักพัง มาม่ากับปลากระป๋อง

สังเกตที่ผมคาดสีแดงไว้ครับ

- ที่แปลงนี้เป็นโฉนด ไม่ใช่ น.ส.3 หรือ น.3 ก ดังนั้นสบายใจได้เรื่องเอกสารแสดงกรรมสิทธิ์

- เนื้อที่ 1 ไร่ กับ ราคาเริ่มประมูล 230,000 บาท แต่ราคาจดจำนองครั้งสุดท้าย 1,800,000 บาท

 

บอกเลยว่า …. อื้อหือออออออ บร๊ะแล้ววววว!!! โฉนดเนื้อที่ 1 ไร่ ดูตามแผนที่ที่ตั้งของที่ดินแล้วน่าสนใจมาก ผมรู้ราคาซื้อขายที่ดินแถวนั้นดี แต่ราคาเปิดประมูลมา 230,000 บาท!!! จากราคาเปิดถึงแม้ว่าเรารู้วันว่าสภาพมันต้องสุดๆแน่ แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ บอกได้เลยว่าราคานี้กระแทกตาและโดนใจผมเข้าอย่างจัง!!!!

 

ต้องไปดูที่โดยด่วน ดูให้รู้แจ้งว่าที่ดินแปลงนี้แท้ที่จริงเป็นแล้วเช่นใด!!!!

 

หลายวันถัดมาเมื่อได้จังหวะเหมาะๆผมก็ไปดูสถานที่จริงครับ ไปตามแผนที่ที่ได้มา

แผนที่คร่าวๆครับ จะได้มองถาพรวมได้ง่ายขึ้น

แผนที่ ซากปรักหักพัง

 

ทีแรกหาทางเข้าไม่เจอครับ หลังจากวนไปวนมาหลายเที่ยว ในที่สุดก็เจอครับ … ที่ดิน

ซากปรักหักพัง 1 มาม่ากับปลากระป๋อง

 

ในเนื้อที่มีโกดังโรงงานขนาดย่อมที่ไม่มีประตูและหลังคา!!!!

ซากปรักหักพัง 2 มาม่ากับปลากระป๋อง

 

สารพัดวัชพืช มองไปจากมุมนี้ในบริเวณเนื้อที่บ้านอีกมี 1 หลัง

ซากปรักหักพัง 3 มาม่ากับปลากระป๋อง

ผ่าดงพุทราไปถ่ายรูปโดนหนามเกี่ยวไปหลายรอย

ซากปรักหักพัง 8 มาม่ากับปลากระป๋อง

ที่ดินบางส่วนมีการเทปูนไว้อย่างหนา

ซากปรักหักพัง 4 มาม่ากับปลากระป๋อง

 

มุมนี้แรกเริ่มเดิมทีน่าจะเป็นประดูม้วน

ซากปรักหักพัง 5 มาม่ากับปลากระป๋อง

 

ภายในโกดังหลักโครงสร้างยังแข็งแรง … แต่ไร้ซึ่งหลังคา

ซากปรักหักพัง 6 มาม่ากับปลากระป๋อง

 

มองจากที่ดินไปหาถนนลาดยาง

ซากปรักหักพัง 7 มาม่ากับปลากระป๋อง

 

พงหญ้ารกสูงท่วมหัว โครงสร้างที่ไร้หลังคา ไม่มีวงกบ ไร้ซึ่งหน้าต่างประตู อาจจะเรียกได้ว่ามันคือ ซากปรักหักพังดีดีนี่เอง!!!!

 

ที่ดินรกร้างมานานปีครับ มีหญ้าวัชพืชขึ้นสูงท่วมหัวเลย ไม่มีผู้อยู่อาศัยแต่อย่างใด หลังคาเหล็กประตูม้วน วงกบ บานเกร็ด โดนรื้อออกไปหมด จากสอบถามชาวบ้านได้ความว่า ที่ดินแปลงนี้เดิมทีเป็น โรงงานของบริษัทรับเหมางานช่างขนาดเล็กรายหนึ่ง แต่รกร้างมานานหลายปี ประกอบกับเมื่อก่อนรอบๆที่ดินแปลงนี้มีแต่ป่าหลังคาและอุปกรณ์ต่างๆดังกล่าวทั้งหมดถูกโจรขโมยไปขาย!! แต่ผมกลับรู้สึกตื่นเต้นกับที่แปลงนี้มาก!!!!

 

ความรู้สึกเมื่อจบจากการฝ่าดงหญ้าชมที่ดิน …. มันเจ๋งมาก!!!!

 

ทำไมที่แปลงนี้ถึงขย่มขวัญผมได้ขนาดนี้ ผมมองว่า ในสายตาคนเก็งกำไรอสังหาฯหลายๆราย น่ามองข้ามที่แปลงนี้ไปหลายคนด้วยเหตุหลายประการ

- ที่ดินไม่ได้อยู่ในย่านชุมชน และ รกร้าง

- ถ้าซื้อแล้วไม่ปรับปรุงทำเป็นโรงตามโครงสร้างเดิมก็ต้องรื้อซึ่งการรื้อถอนมีต้นทุน

- ถ้าซื้อแล้วไม่รื้อก็ต้องทำหลังคาและบูรณะชุดใหญ่ เพราะ สิ่งปลูกสร้างเสื่อมโทรมมาก

- และประเด็นที่สำคัญ อสังหาฯ ชิ้นนี้จะขายนั้นไม่ง่ายดายนัก เพราะ ไม่ใช่ที่อยู่อาศัยหรือที่เปล่า ดังนั้นกลุ่มคนที่ต้องการที่นี้จะเฉพาะทาง

 

แต่ข้อจำกัดดังกล่าวน่าจะเป็นจุดเด่นของผม เพราะ ผมมีเครือข่ายกลุ่มลูกค้าเหล่านี้อยู่ในมือพอสมควร ถ้าสนใจสิ่งที่ต้องทำถัดมาคือ จะไปประมูลบ้านแล้วเราจะสู้ราคาสูงสุดที่เท่าไหร่?

 

ประเมินมูลค่าที่ดิน

ผมใช้วิธีการประเมินมูลค่าที่ลูกทุ่งที่สุดครับ คือ สืบราคาซื้อขายที่ดินบริเวณนั้นและทำการเปรียบเทียบในทำเลที่มีลักษณะใกล้เคียงกัน สรุปว่าราคาที่ดินต่อไร่ที่แปลงนี้น่าจะมีราคาซื้อขายกันในราคาไร่ละ 450,000 – 550,000 บาท

มูลค่าซาก

ถ้าใครซื้อไปแล้วนำไปปรับปรุงทำอย่างอื่น ต้องรื้อซากทิ้งทำให้เขาไม่ได้มูลค่าซากนี้และต้องเสียค่ารื้อถอน แต่ผมตีมูลค่าซากไว้ที่ 300,000 บาท

 

ประเด็นสำคัญชี้กำไรขาดทุนของที่ดินแปลงนี้คือมูลค่าซากตัวนี้

ในกรณีนี้ผมมองว่าการจะทำกำไรเต็มเม็ดเต็มหน่วยต้องทำให้เป็นแบบเดิมตามวัตถุประสงค์แรกสร้างของที่ดิน เพราะ จะได้ทำต่อจากโครงสร้างเก่าเลย กลับไปที่รูปแรกสุด แทบแดงด้านล่าง ราคาจดจำนองครั้งสุดท้าย 1,800,000 บาท นั่นคือราคาเมื่อหลายปีก่อนและราคาที่โครงสร้างนี้สมบูรณ์ วิเคราะห์ต่อ ถ้าเราปรับปรุงจนใช้งานได้ แล้วสมมติว่านำไปเข้าไฟแนนซ์ก็น่าจะได้ราคาที่ไม่น้อยกว่านี้แน่ คำถามต่อมาคือต้องใช้งบเท่าใดถึงจะทำให้อยู่ในรูปเดิมได้ ผมตีราคาอยู่ที่ 500,000 – 900,000 บาท แล้วแต่รูปแบบการปรับปรุงว่าจะทำแค่ไหน

 

สรุปราคาในเบื้องต้น

ผมตีราคาสู้ราคาสูงสุดไว้ไม่เกิน 750,000 บาท ถ้าสู้ราคามากกว่านี้เสี่ยงและอาจจะไม่ได้กำไร  ถ้าได้จะมีทางเลือกดังนี้

ทางเลือกที่ 1 ถ้าซื้อมาแล้วขายตามสภาพ ผมมองว่าที่ดินแปลงนี้น่าราคาตลาดน่าจะอยู่ที่ 800,000 – 100,000 บาท(หรือกำไรประมาณ 6-33% คำนวณจากราคาประมูลที่ 750k)

ทางเลือกที่ 2 ถ้าปรับปรุงขายใช้งบห้าถึงเก้าแสนบาท แล้วขายน่าจะขายได้ในราคา 1,800,000 – 2,800,000 บาท(หรือทำกำไรประมาณ 48-69% คำนวณจากราคาประมูลที่ 750kและปรับปรุงอีก 500k)

ทางเลือกที่ 3 ถ้าปรับปรุงขายใช้งบห้าแสนแล้วให้เช่าน่าจะได้ราคาไม่ต่ำกว่า 15,000 บาทต่อเดือน (ผลตอบแทนประมาณ 13.2% ต่อปีหลังหักภาษีออก 1 เดือนคำนวณจากราคาประมูลที่ 750k และปรับปรุงอีก 500k)

ทางเลือกที่สุดท้าย แผนสำรองเมื่อทุกอย่างพลาด คือ ซื้อ ถือ และ รอ ราคาที่ดินเฉลี่ยบริเวณนี้ขยับขึ้นปีละ 10% เป็นอย่างน้อย ด้วยอานิสงส์ของนิคมอุตสาหกรรมที่กำลังจะมาเปิดเร็วๆนี้ๆ นิคมฯอยู่ห่างจากที่ดินแปลงประมาณ 6 กิโลเมตร

 

ถึงมั่นใจมากอย่างไรก็ตาม แต่ก็มีโอกาสพลาดได้ ดังนั้นเพื่อความแน่นอน เราควรถามความเห็นของผู้อื่นในการตัดสินใจด้วย ในกรณีนี้ก็เช่นกัน ถึงผมมั่นใจมากในที่ดินแปลงนี้ แต่ถึงอย่างไรก็ตามทีผมก็ต้องการความเห็นของคนในครอบครัวด้วย หลังจากผมมาดูที่ดินไปแล้วรอบหนึ่ง ผมก็พาคุณแม่ผมและภรรยามาดูที่ในสัปดาห์ถัดมา

 

เห็นหลังซิ่งๆอย่างนี้ คุณแม่ผมอายุใกล้ 60 แล้วครับ แต่ยังสาว อิอิแม่ มาม่ากับปลากระป๋อง

แม่และภรรยาเห็นตรงกันว่าที่สวย ชอบ และ ถูกใจ
ดังนั้น เป็นเอกฉันท์สำหรับที่แปลงนี้ ผมไม่พลาดงานประมูลแน่!!!!

 

 วันประมูล … จะไม่เล่าถึงคงไม่ได้เพราะมีประเด็น!!!

 

ไปร่วมประมูลบ้านจากกรมบังคับคดี ก็ไม่ต้องใช้เอกสารอะไรมากครับ บัตรประชาชนตัวจริงพร้อมสำเนา 1 ฉบับ และ เตรียมเงินตามที่กำหนดเพื่อเข้าสู้ราคา ไปถึงกรมบังคับคดีกรอกเอกสารตรวจสอบว่าเป็นบุคคลล้มละลายหรือไม่ ใช้เวลาไม่นานก็ได้ หมายเลขประจำตัวในการเข้าสู้ราคามา

 

ปล. ภาพนี้ไม่ได้ถ่ายวันที่ไปประมูลที่แปลงนี้นะครับ วันเป็นประมูลแปลงอื่น แปลงนี้น่าจะไม่ได้ถ่ายไว้

ประมูลบ้านกรมบังคับคดี 2 มาม่ากับปลากระป๋อง

 

พอถึงลำดับประมูลของที่แปลงนี้ … ผมเข้าร่วมประมูลบ้านมาแล้วหลายครั้งแต่ก็อดตื่นเต้นไม่ได้จริงๆ ใจเริ่มเต้นแรง . . .

 

เจ้าหน้าที่ก็ถามว่า : “ประมูลทรัพย์ลำดับที่ xx มีใครสนใจรับราคาหรือไม่?”

ผม :  . . . . (ผมยกมือชูป้าย)

หลังจากผมยกมือเพื่อเข้าสู้ราคา มีคนสะกิดผมจากด้านหลัง . . . ผมหันกลับไป

ชายกลางคน : “น้องๆที่แปลงนี้พี่ขอ”

ผม :  . . . . (อ้าวเฮ้ย!!! ขอกันดื้อๆอย่างนี้เลยเหรอครับเนี่ย ผมมาประมูลก็หลายครั้ง พึ่งเจอแบบนี้ครั้งแรก เคยเห็นแต่พวกนายหน้าขาใหญ่ฮั้วกันเองว่าใครจะเอาใครจะถอย ถอยจ่ายเท่าไหร่ หลังตกตั้งหลักได้ ผมก็ยิ้มและตอบกลับไปว่า) . . . “พี่ครับผมสู้ราคาไม่สูงหรอกครับ สู้ตอนประมูลเลยเถอะครับ” พร้อมกับยิ้มงามๆ ผงกหัวอีกที และก็เข้าสู่โหมดสู่ราคา

หลังจากผมเสนอตัวเข้าสู้ราคาก็มีคนมาไล่ราคาแข่งกับผม รวมผมเป็น 4 เจ้า รวมทั้งเจ้ามาเฟียที่อยู่หลังผมด้วย แรกๆผมแทบไม่ยกราคาสู้เลยให้เขาสู้ราคากันไปก่อน เราดูลาดเลาไว้ อ้าว บักห่านเอ้ย บักมาเฟียที่บอกแปลงนี้พี่ขอเลิกสู้ราคาตั้งแต่ 400,000 บาท สงสัยจะลืมไม่ขอจากอีก 2 เจ้าที่มาสู้ราคาด้วย … ราคาไปอ่อยๆแบบไม่มรใครอยากสู้ที่ 450,000 บาท ถึงทีของผมเริ่มยกราคาสู้ สู้กันอยู่สองคน ราคาไปหยุดอยู่ที่ 540,000 บาท ซึ่งเป็นราคาสุดท้ายที่ผมยก

 

ผมได้ที่ดินแปลงนี้ในราคา 540,000 บาท!!!!!!!!!!!!!!!!!!

 

ได้มาราคานี้ใจชื้นเลยครับ เพราะต่ำกว่าที่ตั้งไว้เยอะ (ตั้งไว้ 750,000 บาท)

ประมูลมาได้ก็เริ่มดำเนินการเลยครับ … เริ่มแรกก็ตัดหญ้าก่อนเลย

ตัดหญ้า ซากปรักหักพัง 1

 

เริ่มดูดีขึ้น

ตัดหญ้า ซากปรักหักพัง 2

 

ที่รกๆ พอเริ่มถางหญ้าออกก็ดูดีขึ้นมากทีเดียว เห็นโรงงานแปลงข้างๆด้วย

ตัดหญ้า ซากปรักหักพัง 3

 

ค่อยๆงัดค่อยๆแซะครับวัชพืชเยอะมาก

ตัดหญ้า ซากปรักหักพัง 4

 

ในบ้านมีครัวด้วยนะครับ

ตัดหญ้า ซากปรักหักพัง 5

 

ข้างๆที่ดินครับ มีโรงงานขนาดใหญ่กำลังก่อสร้างอยู่

ตัดหญ้า ซากปรักหักพัง 6

 

ฝนเริ่มตกชุกครับ หญ้าเริ่มขึ้นใหม่

ตัดหญ้า ซากปรักหักพัง 7

 

กลับมาดูอีกที่ อ้าว เจ้าหน้าที่มาทำถนนตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย ถ้ารู้ว่าจะมาจะได้มาดักรอเผื่อจะได้จ้างวานรถไถไถที่ให้สักหน่อย

ตัดหญ้า ซากปรักหักพัง 8

 

โกดัง

ตัดหญ้า ซากปรักหักพัง 10

ภาพสุดท้ายในการปรับปรุงขั้นแรก

ตัดหญ้า ซากปรักหักพัง 9

 

ทีนี้มาถึงของจริง ว่าสิ่งที่เราคิดคำนวณไว้นั้นถูกต้องหรือไม่? จะมีคนสนใจที่แปลงนี้จริงหรือไม่?

ผมเริ่มจากปล่อยข่าวบอกคนรู้จักว่า “มีโกดังพร้อมบ้านพักเนื้อที่ขนาด 1 ไร่ให้เช่า” ให้ มาดูที่ก่อนเลย ถ้าสนใจเดี๋ยวเจ้าของทำหลังคา ประตูหน้าต่าง ขอน้ำขอไฟ ให้มีสภาพพร้อมใช้งาน โดยที่กลุ่มลูกค้าคือ ผู้รับเหมา หรือ ผู้ประกอบการที่เป็น งานกลึง งานกัด CNC ที่กำลังมองหาที่ทำโรงงานขนาดย่อมอยู่ ซึ่งตอนนี้เช่าอาคารพาณิชย์อยู่ก็ดีหรือมองหาที่ใหม่อยู่ก็ดี ลูกค้ากลุ่มนี้โดยมากมักจะมองหาสถานที่ที่มีพื้นที่พอสมควรเพื่อรองรับกับ เครื่องจักรเข้าได้ วางสินค้าได้ เสียงดังได้ ที่สำคัญคือที่แปลงนี้สามารถดัดแปลงทำเป็นที่พักคนงานหรือออฟฟิตได้สบายๆ หลังจากบอกต่อได้ไม่นานก็มีคนมาดูหลายรายมีรายหนึ่งตกลงสนใจที่จะเช่า รับราคาได้ที่ 15,000 บาทต่อเดือน (ตอนนี้เขาเช่าที่อื่นอยู่เนื้อที่เล็กกว่านี้มาก เพราะต้องการที่จะขยายกิจการ) หายไป 2 สัปดาห์ลูกค้ารายเดิมที่มาขอเช่ากลับมายื่นข้อเสนอซื้อ 850,000 บาท สำหรับที่แปลงนี้!!!!!

 

เสนอราคามา 850,000 บาท สำหรับที่แปลงนี้!!!!! แจ่มมากกกกกก!!!!!!!!

 

ผมใช้ต้นทุนค่าที่ดิน 540,000 บาท ค่าหักโอน ค่าจิปาถะ ตกแล้วต้นทุนอยู่ที่ประมาณ 600,000 บาท ถ้าขายตามสภาพในแผนที่ 1 ผมรับกำไรตอนนี้แน่นอน 250,000 บาทเต็มๆ

 

ผมปฎิเสธไปครับ ผมยังไม่ขายครับ!!!!

 

จนถึงตอนนี้ผมยังไม่ตัดสินใจว่าจะเอาอย่างไรต่อไป กะว่าจะรอเวลาอีกนิด ผมกำลังรอดูก่อนว่าโรงงานที่ขึ้นข้างๆเป็นโรงงานอะไร และถัดไปไม่ไกลจากที่แปลงนี้เห็นกำลังไถที่อยู่อีกแปลง ยังไม่รู้เหมือนกันว่าทำอะไร ผมว่าถ้าขายตอนนี้ราคาขายตามสภาพน่าจะลากขึ้นไปได้มากว่านี้ หรือ อย่างน้อยๆ ถ้าถือไว้ราคาที่น่าจะขึ้นะปีละ 10% สบายๆ

 

ถ้าต้องการเงินเร็วก็ขายเลย … ถ้าต้องการเก็บกินนานๆก็ ปรับปรุงให้เช่า … ถ้าต้องการกำไรมากกว่านี้ก็ ปรับปรุงก่อนแล้วค่อยขาย ทำได้ทุกกรณี ที่ทำได้ดังนี้ เพราะ ผมมีส่วนต่างราคาตุนอยู่ในระดับหนึ่ง ไม่ว่าจะออกทางไหนที่แปลงนี้ไม่น่าจะขาดทุน … ผมมองว่าในทุกๆการลงทุน หุ้นเองก็ดี อสังหาริมทรัพย์ก็ดี กำไรมันจะเกิดขึ้นตั้งแต่ก่อนที่เราจะซื้อมันมา … มันเกิดขึ้นตั้งแต่เราเริ่มทำการบ้านเลยทีเดียว ถ้าเราทำการบ้านมาดีเราก็จะรู้ว่า ที่ดินที่จะซื้อมีราคาที่ถูกจริงหรือไม่? หุ้นที่จะซื้อมีราคาที่ต่ำกว่าพื้นฐานจริงหรือไม่? ถ้าจริงเราก็กำไรทันทีตั้งแต่เมื่อซื้อมัน!!!

 

เรื่องราวนี้เป็นเพียงทางเลือกในการลงทุนแบบหนึ่งที่ผมนำมาเล่าสู่กันฟัง น่าจะพอเป็นแนวทางและสร้างประโยชน์ให้แก่ทุกๆท่านได้บ้าง

 

…[^_^]…

 

ปล.

ถ้าผมปรับปรุงต่อวันหน้าถ้ามีโอกาสจะนำรูปมาให้ชมกันต่อไปครับ หรือ ถ้าราคาขยับขึ้นไปจนน่าพอใจก็อาจจะขาย ถ้าเป็นอย่างนั้นก็คงไม่ได้เล่าต่อนะครับ 5555+

สนใจข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องอสังหา ลองตามลิงบทความเก่าๆของผมไปนะครับ

สองเรื่องนี้เขียนขึ้นจากประสบการณ์จริงในการเข้าประมูลบ้านของกรมบังคับครับ

ทำงาน 5 วัน ทำเงินงอกมาได้ 50,000 บาท จากการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ http://goo.gl/PVqVS
สำหรับผม . . . กำไรไม่ได้เกิดขึ้นเมื่อ แต่เกิดขึ้นเมื่อซื้อ http://pantip.com/topic/13106570

ส่วนบทนี้คือ หลักการและแนวคิดในการเลือกซื้อบ้านของผมครับ
[แชร์เทคนิค] ทำธุรกิจบ้านเช่า ง่ายกว่าที่คิด . . . http://goo.gl/Ag0bA

 

 อธิบายเพิ่มเติม

กรมบังคับคดี … ขออธิบายหน้าที่แบบง่ายๆของหน่วยงานนี้ตามความเข้าใจของผมนะครับ

1. มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับวิธีการชั่วคราวก่อนมีคำพิพากษา ซึ่งศาลมีคำสั่งให้ยึดหรืออายัดทรัพย์สินหรือกักเรือของจำเลยไว้ชั่วคราวก่อนศาลจะมีคำพิพากษา เช่นนี้ เพื่อไม่ให้จำเลยยักย้ายถ่ายทรัพย์สิน

2. มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับการบังคับคดีอันเป็นการบังคับคดีให้เป็นไปตามคำพิพากษาหรือคำสั่งตามประมวลวิธีพิจารณาความแพ่ง เมื่อศาลมีคำพิพากษาให้คู่ความฝ่ายใดแพ้คดี และให้ฝ่ายแพ้คดี(ลูกหนี้) ปฏิบัติการชำระหนี้อย่างใดอย่างหนึ่งตามฟ้อง เช่น กรมบังคับคดีนำออกประมูลขายเงินที่ประมูลได้นำไปชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้

อ้างอิง http://www.led.go.th/history/legalt.asp

 

จากข้อสอง กล่าวคือ กรมบังคับคดีจะยืดบ้านตามคำสั่งศาลมาจากลูกหนี้และนำมาประมูลขาย(ให้คนทั่วไป)เพื่อนำเงินไปชำระให้แก่เจ้าหนี้

 

โดยส่วนตัวผมมองว่า … ราคาเริ่มต้นในการประมูลอสังหาริมทรัพย์จากกรมบังคับคดีนั้นมีราคาถูก … แต่เมื่อเริ่มสู้ราคากันแล้วจะสู้ไหวหรือไม่จะถูกหรือไม่ถูกต้องว่ากันอีกเรื่อง และ ต้องรับรู้ถึงความเสี่ยงที่ตามมาเช่น ติดภาระจำนองหรือไม่ มีคนอยู่อาศัยหรือไม่ ถ้ามีคุ้มหรือไม่ที่ต้องไปฟ้องร้องขับไล่ บ้านโทรมขนาดไหนต้องซ่อมหรือไม่ถ้าซ่อมต้องซ่อมแซมเท่าไหร่ต้องดูให้ออก เพราะสิ่งเหล่านี้คือเงื่อนไขที่จะกำหนดราคาว่าเราจะสู้ราคาได้ถึงขนาดไหน

 

 

มาม่ากับปลากระป๋อง

ผมนักเดินทาง "ล่าฝัน" บนถนนสายยาวที่ชื่อว่า "ชีวิต" ระหว่างทางผ่านประสบพบเจอเรื่องราวต่างๆมากมาย เลยคว้าคีย์บอร์ดขึ้นมาพิมพ์แทน "ปากกา" ใช้บล็อก Creativeshooter.com แทน "สมุด" เพื่อบันทึกและแบ่งปันการเดินทางในครั้งนี้

More Posts - Website