กับคำถามที่ว่า…ระหว่าง รายได้มาก กับ เงินเก็บเก่ง สิ่งใดสำคัญกว่ากัน?

ในหลากหลายกระทู้ และในหลายหลายความคิดเห็นที่แสดงทัศนะ ต่อความสำคัญระหว่าง รายได้ กับ เงินเก็บ
ว่าสองสิ่งนี้ สิ่งใดสำคัญกว่ากัน ถ้าเราต้องการที่จะร่ำรวย
ซึ่งผมเองก็มิอาจหาญกล้าฟันธงกับคำถามนี้เช่นกัน

สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ฝนก็ตกพรำๆ แถมตกทั้งวันอีกต่างหาก ผมเลยไม่ได้ออกจากบ้านเลย
ฤกษ์งามยามดีแบบนี้ ผมเลยหยิบหนังสือเล่มหนึ่ง ที่อ่านค้างไว้ตั้งนานไม่จบเสียที่ขึ้นมาอ่านต่อ
ชื่อเรื่องว่า ถอดรหัสลับสมองเงินล้าน โดย T. Harv Eker

 

หนังสือเล่มดังที่หลายๆคนแนะนำให้อ่าน … ผมก็อ่านไปเรื่อยๆ …. ถึงหน้าที่ 171
ผมถึงกับตบต้นขาตัวเองฉาดใหญ่….กับประโยคเด็ดที่ว่า….

รายได้จากการทำงานเป็นสิ่งสำคัญ แต่เป็นเพียงหนึ่งในสี่ปัจจัยทีกำหนดมูลค่าทรัพย์สินของคุณ ปัจจัยทั้งสี่มีดังนี้

 

 

1. รายได้

2. เงินเก็บ

3. การลงทุน

4. ชีวิตที่เรียบง่าย

 

ซึ่งมันช่วยให้ผม ตอบคำถามกับตัวเองได้ว่า รายได้ กับ เงินเก็บ สิ่งใดสำคัญกว่ากัน???

 

                          

>>>> โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน <<<<

อ่านเสร็จ และสมองแล่นตาม คมจริงๆครับประโยคนี้ และมี คำอธิบายเพิ่มเติมอีกหลายหน้า
ผมขอตีความและอธิบายในแบบฉบับของผมนะครับ …[^_^]…
(ทุกท่านสามารถหาซื้อหนังสือดีเล่มนี้มาอ่านได้จากร้านหนังสือชั้นนำทั่วไปครับ)

 

T. Harv Eker ผู้เขียนหนังสือดังเล่มนี้กล่าวว่า มูลค่าทรัพย์สินคือ ตัวชี้วัดความมั่งคั่งที่ดีที่สุด และทุกปัจจัยในสี่ปัจจัยนี้สำคัญเท่ากันหมด

 

ผมเห็นด้วยมากถึงมากที่สุด

ทุกปัจจัยในสี่ปัจจัยสำคัญมากๆ แต่ละปัจจัยสำคัญแบบไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันแต่อย่างใด
เราจะละเลยลืมเลือนหนึ่งในสี่ตัวแปรนี้ไม่ได้เลย ถ้าหลงลืมขึ้นมาอาจจะไม่รวยก็เป็นได้…[-_-“]…

 

ผมมีความเห็นต่อประเด็นนี้ดังนี้

 ความร่ำรวยมั่งคั่งดูจากมูลค่าทรัพย์สินรวม
ปัจจัยที่ส่งผลต่อมูลค่าทรัพย์สินรวม คือ รายได้ เงินเก็บ การลงทุนและ การใช้ชีวิตที่เรียบง่าย

ผมมีความคิดเห็น ต่อประเด็นนี้ดังนี้

 

>รายได้

รายได้ที่มากจะทำให้อีกสามปัจจัยที่เหลือราบรื่นขึ้นเป็นอย่างมาก
เราปฏิเสธได้ไม่เต็มปากหรอกครับว่า รายได้มาก ไม่สำคัญ ต่อความร่ำรวย
แต่ที่แน่เรายินยอมพร้อมใจที่จะ เชื่อว่า การมีรายได้ที่มากจะนำพาเราไปสู่ความร่ำรวยได้รวดเร็วขึ้น

 

>เงินเก็บ

ทุกผู้คนต้องเล็งเห็นความสำคัญของการเก็บออมเพราะการออมเป็นพื้นฐานสำคัญของความมั่งคั่ง
ออมมากรวยก่อน ออมก่อนรวยกว่า ออมก่อนและออมมากรวยแบบไม่เลิก(หรือเปล่า?)
ใครแข็งแกร่งเก็บได้มากต่อเนื่องยาวนานการันตรีว่า ไม่เงินใช้ในบั้นปลาย
ใครเก็บไม่ได้ได้น้อย ความร่ำรวยเรือนรางแถม ในปั้นปลายชีวิตยังสุ่มเสี่ยงอีกด้วย

 

>การลงทุน

การลงทุนเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำเราติดปีกและโผบินไปสู่ความมั่งคั่งได้อย่างรวดเร็ว
ผู้ที่มีความรู้ด้านการลงทุนและลงทุนอย่างต่อเนื่องจริงจัง สินทรัพย์ย่อมทะยายไปอย่างรวดเร็ว
ถ้าท่านใดการลงทุนอย่างเดียวคือ ฝากประจำ ที่ผลตอบแทนสู้เงินเฟ้อไม่ได้ ท่านนั้นน่าจะต้องคิดหนัก

 

>ชีวิตที่เรียบง่าย

การใช้ชีวิตที่สมถะเรียบง่าย เป็นปัจจัยที่มิอาจมองข้าม
ในสองขั้วที่แตกต่าง ผู้หนึ่งรายได้มากมายล้นฟ้า เงินเก็บท่วมทุ่ง การลงทุนผลตอบแทนราวเทพจุติ
แต่ใช้ชีวิตและผลาญเงินราว “ราชาผู้ครองเจ้าจักรวาล” หาเงินได้ระดับโลกแต่ใช้ระดับจักรวาลก็…
ส่วนอีกผู้หนึ่ง มีน้อยใช้น้อยมีชีวิตที่เรียบก็ก็พออยู่พอกิน
เผอิญมีอีก ผู้หนึ่งที่พอมีทรัพย์สินบ้าง ไม่มากมายไม่ล้นฟ้า แต่ใช้ชิวิตอยู่อย่างเรียบง่าย เขาว่ากันว่าท่านนี้ จะกินไม่หมดไปทั้งชีวิต

 

ผมอธิบายสี่ปัจจัยไปแล้ว ว่าคืออะไรไปแล้วเรียบร้อย ที่นี้ผมขอยกตัวอย่างเพื่อชี้ให้เห็นว่า
ทุกปัจจัยมีความสัมพันธ์แบบลึกซึ้งต่อกัน

 

ตัวอย่างชีวิตที่ 1

ถ้ารายได้น้อย …. แทบมองไม่เห็นแสง ดังนั้นจำเป็นต้องเก็บเงินเก่งให้เก่ง
จำเป็นต้องนำเงินไปลงทุนต่อ และต้องใช้ชีวิตเรียบง่ายสมถะถึงที่สุด ….. ถึงจะประสบกับความมั่งคั่งร่ำรวย

 

ตัวอย่างชีวิตที่ 2

รายได้น้อยนิด ไปจนถึงรายได้สูงทะลุ 7 หลัก แต่ถ้าไม่มีความสามารถในการเก็บเงิน
ทุกอย่างก็จบ ….. มองไม่เห็นความมั่งคั่งร่ำรวย เพราะมันช่างห่างไกลเสียเหลือเกิน

 

ตัวอย่างชีวิตที่ 3

รายได้หลักหมื่น เก็บเงินเก่ง แต่ไม่นำเงินไปลงทุนต่อ เงินไม่ทำงานเองเลย เราทำเองคนเดียว
….. เห็นความมั่งคั่งร่ำรวยอยู่ลิบๆ แต่เดินไปไม่ถึงเสียที ไม่ต้องนับว่าชีวิตเรียบง่ายหรือไม่

 

ตัวอย่างชีวิตที่ 4

รายได้สูง 6 หลักต่อเดือน เก็บเงินเก่ง ลงทุนเป็น แต่ใช้ชีวิตที่หรูหราฟู่ฟ่า บ้านหลังใหญ่ รถคันโต
….. เห็นความมั่งคั่งร่ำรวยอยู่ตรงหน้า แต่เดินเข้าไม่ถึงเสียที เหมือนติดอะไรบางอย่าง

 

จากสี่ปัจจัยนี้ ถ่วงดุลไปถ่วงดุลมา แต่ละคนมีจุดแข็งไม่เหมือนกันก็จะทำให้ เวลาที่จะความมั่งคั่งร่ำรวยยืดยาวออกไป

หาเงินพอได้  เก็บเงินเก่ง ลงทุนเป็น ใช้ชีวิตหวือหวาบ้าง วันที่จะร่ำรวยก็ยืดยาวออกไปตามปัจจัย

หาเงินเก่ง เก็บเก่ง ลงทุนไม่เป็น ใช้ชีวิตเรียบง่าย วันที่จะร่ำรวยก็ยืดยาวออกไปตามปัจจัย

หาเงินเก่ง เก็บเงินไม่เก่ง ลงทุนเป็น ใช้ชีวิตเรียบง่าย วันที่จะร่ำรวยก็ยืดยาวออกไปตามปัจจัย

ฯลฯ

 

ดังนั้น ผู้ที่จะมั่งคั่งร่ำรวยจะต้องมีทั้งสี่ปัจจัย ดังกล่าว
ปัจจัยไหนแข็งก็ดีเยี่ยมทำให้แกร่งขึ้นอีก ปัจจัยไหนอ่อนก็สะสมความรู้เสริมให้แข็งแรง
ในสี่ปัจจัยนี้ ปัจจัยไหนที่เราไม่มีก็สร้างมันขึ้นมาโดยเร็วพลัน
มีแค่รายได้มาก หรือ มีแค่ความสามารถในการเก็บเงินเก่ง อย่างใดอย่างหนึ่ง คงจะไม่เพียงพอที่จะทำให้ร่ำรวย
อย่าว่าแต่อย่างใดอย่างหนึ่งเลย ต่อให้มีรายได้สูง และ มีความสามารถในการเก็บ
ยังยากที่จะบอกได้เต็มปากว่าจะร่ำรวยหรือไม่ เพราะยังมีอีกสองปัจจัยที่ต้องให้ความสำคัญด้วย

 

 

แต่ถ้าใครที่….

 

ที่มีรายได้สูง….สอดรับกับเก็บเงินเก่ง…แถมลงทุนเก่งปานเทพ…บวกกับใช้ชีวิตเรียบง่าย

ไม่ต้องสงสัยว่าจะร่ำรวยหรือไม่…..

 

ขอให้บทความชิ้นนี้จงได้สร้างประโยชน์แก่ท่านผู้อ่านทุกท่าน
ขอให้ความร่ำรวยและความสุขสวัสดิ์จงมาสถิตแด่ท่าน

…[^_^]…

ปล.

อืมมม …. ปัจจัยทั้งสี่ นั่งดูไปดูมา … มันน่าจะเขียนเป็นสมการได้ ….
คันไม่คันมือของลองเขียนสักนิดครับ ถูกหรือผิดไม่แน่ใจ แต่ได้ออกมาเป็นแบบนี้ครับ

 


ตัวอย่างการคำนวณที่ 1

รายได้ 10,000 บาทต่อเดือน เก็บเงินเก่ง 40% ลงทุนพอได้ 10% ต่อปี ใช้ชีวิตเรียบง่าย 1 เต็ม
20 ปีผ่านไป เงินออมจะประมาณ 3 ล้านบาท

 

ตัวอย่างการคำนวณที่ 2

รายได้ 25,000 บาทต่อเดือน เก็บเงิน 20% ของรายได้ ลงทุนเทพ 25% ต่อปี ใช้ชีวิตเรียบง่าย 1 เต็ม
20 ปีผ่านไป เงินออมจะประมาณ 3.7 ล้านบาท

 

ตัวอย่างการคำนวณที่ 3

รายได้ 30,000 บาทต่อเดือน เก็บเงิน 30% ของรายได้ ลงทุนพอได้ 15% ต่อปี
20 ปีผ่านไป เงินออมจะประมาณ 12 ล้านบาท แต่ท่านนี้ มีอัตราชีวิตเรียบง่าย 0.8 เงินออม จะคงเหลือ 8.9 ล้านบาท

 

ตัวอย่างการคำนวณที่ 4

รายได้ 50,000 บาทต่อเดือน เก็บเงิน 25% ของรายได้ ลงทุนพอได้ 10% ต่อปี
20 ปีผ่านไป เงินออมจะประมาณ 9.4 ล้านบาท แต่ถ้าท่านนี้ใช้ชีวิตหวือหวา
แต่ในช่วงเวลา 20 ปีนี้ ซื้อบ้านหลังโต รถคันโก้ คำว่ามั่งคั่งรำรวยคงจะยืดยาวออกไป

 

ตัวอย่างการคำนวณที่ 5

รายได้ 60,000 บาทต่อเดือน เก็บเงิน 30% ของรายได้ ลงทุนได้ 15% ต่อปี
ซื้อบ้านราคาไม่สูง รถคันกลางๆ ที่อัตราชีวิตเรียบง่าย 0.8
20 ปีผ่านไป หักซื้อบ้านแล้ว รถแล้ว ประมาณ 5 ล้าน ยังเหลือเงินเก็บอีก 20 ล้านบาท

 

อืม …. ผลการคำนวณออกมาก็เข้าท่าเข้าทางเหมือนกันครับ 5555+

 

ลองนำไปลงทดลองคำนวณกันได้ครับ (ผมลองคำนวณใน Exel ครับ)

สมการขำๆนะครับ อย่าซีเรียส 555+

 

มาม่ากับปลากระป๋อง

ผมนักเดินทาง "ล่าฝัน" บนถนนสายยาวที่ชื่อว่า "ชีวิต" ระหว่างทางผ่านประสบพบเจอเรื่องราวต่างๆมากมาย เลยคว้าคีย์บอร์ดขึ้นมาพิมพ์แทน "ปากกา" ใช้บล็อก Creativeshooter.com แทน "สมุด" เพื่อบันทึกและแบ่งปันการเดินทางในครั้งนี้

More Posts - Website