การเริ่มธุรกิจ เริ่มจาก . . . คำว่า มีสินค้า กับ มีลูกค้า

การที่จะเริ่มทำธุรกิจ ต้องรู้ก่อนว่าจะทำอะไร?
ไม่รู้ว่าจะทำอะไรก็ ไม่รู้จะเริ่มยังไง เริ่มอย่างไรจากอะไร ทำยังไง … เอ๊ะ พูดไปพูดมาชักเริ่มงง

 

คำว่า “ไม่รู้ว่าจะทำอะไร” นี่ล่ะครับ ยากสุดสุด บางคนคิดกันค่อนชีวิต….ก็ยังคิดไม่ออก

 

ประโยคคำถามยอดฮิต ว่า “มีทุน ทำอะไรดี” ก็เข้าข่าย ไม่รู้ว่าจะทำอะไร แต่ขยับเข้าใกล้ขึ้นมาอีกนิดจากคำว่า มีทุน
พอคิดสะระตะ ฟันธง ตกลงปรงใจ ว่าจะ ทำอะไร
พอรู้ว่าจะทำอะไรแล้วค่อย ถามต่อว่า กับใคร? ที่ไหน? เมื่อไหร่? อย่างไร? และ ทำไม?

เรามาเจาะคำว่า “ทำอะไร” กันครับ

 

การเริ่มต้นทำธุรกิจใดๆก็ตาม โดยมากมักจะเกิดมาจากแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์สองข้าง คือ มีสินค้า และ/หรือ มีลูกค้า

> มีสินค้า

แบบง่ายๆ เช่น วันหนึ่งแจ่มใสเดินทางไปในงานแฟร์ที่ไบเทคบางนา ไปเจอ ผลิตภัณฑ์ที่เราคิดว่าเข้าท่า
หรือ เช้าวันอาทิตย์นี้อากาศอึมครึม ฝนตกพรำๆ ก็อยู่บ้านนั่งหน้าคอม กดคลิ๊กท่องโลกอินเตอร์เน็ตไปเรื่อยๆ เปื่อยๆ …
บังเอิญ เจอสินค้าถูกใจ สวยงามเกินบรรยาย คุณภาพคับแก้ว สมองวิ่งควบเป็นม้า คิดต่อว่า สินค้าดีดีลักษณะนี้ เอาไปขายใครดี?
หรือ แบบเทพๆหน่อยก็ เช่น เรามีความถนัดในสินค้าชนิดนี้ ทำเองเป็นก็ดี หรือ มีความรู้ด้านนี้ก็ดี
ใช้ได้หมด ถ้าเรามีความถนัดอย่างใดอย่างหนึ่งแล้วต่อยอดคำถามว่า เอาไปขายใครดี?

จากทั้งสองตัวอย่าง แนวคิดการทำธุรกิจได้ถือกำเนิดขึ้นแล้ว…

 

> มีลูกค้า

มีคนอยากได้สินค้าตัวนี้ เราก็ไปหาสินค้าตัวนี้มาขาย หาตลาดแบบง่ายๆเช่น เช้าที่แสนเบื่อหน่าย จำเจ นั่งทำงานอยู่ในออฟฟิต
เพื่อนๆที่ออฟฟิตที่นี่ชอบเสริมสวยเป็นชีวิตจิตใจ โปรดปรานมากแบรนด์เกาหลี
เห็นช็อปสินค้ากันเดือนละหลายตังค์ คำถามเกิด เอาอะไรมาขายเพื่อนในออฟฟิตดี?
แบบเทพๆหน่อยเช่น มีคนรู้จักอยู่ในวงการใดวงการหนึ่ง ที่เข้าข่ายเป็นพรายกระซิบ
พูดอย่างแผ่วเบาบอกว่า…

“อยากได้สินค้าตัวนี้ๆๆๆ แบบนี้ๆ ช่วยหาให้หน่อย เสนอขายมาเลย …. เราขอค่าคอมฯ … นิดเดียว”

หรือ แบบเทพการวิเคราะห์ วิเคราะห์ตลาด เดินสุ่มดู แบบเจาะลึก ทะลุปรุโปร่งแล้วทำให้ทราบว่า
พื้นที่นี้ ชอบกินไก่มากที่สุดติดระดับประเทศ คิดต่อยอด เอาอะไรมาขายคนในพื้นที่นี้ดี? (แน่นอนต้องเป็นอะไรที่เกี่ยวข้องกับไก่)

 

จากทั้งสองตัวอย่าง แนวคิดการทำธุรกิจได้ถือกำเนิดขึ้นแล้ว…

 

การเริ่มทำธุรกิจ อาจจะไม่ได้มาจากตัวเดียว เราอาจจะนำ มีสินค้า และ มีลูกค้า  มากผสมกันมากน้อยก็ว่ากันไป
เช่น มีที่ดินอยู่แปลงหนึ่ง ทำเลดี เราเห็นหญ้ามันรกดินไม่เสมอ เลยจ้างรถไถมาเกลี่ยดินเลยแล้วกัน
คนรู้จักผ่านไปมา ก็บอกเราว่า “ทำเลดีอย่างนี้ สร้างบ้านขายเลย เดี๋ยวฉันจะซื้อ” มาบอกแบบนี้สักสิบราย เริ่มอยากทำขึ้นบ้าง
มีวัตถุดิบ(ที่ดิน) ที่จะสร้างเป็นสินค้า(บ้าน) แล้วมีลูกค้าอยู่ในมือ ดังนั้นแนวคิดในการอยากทำธุรกิจสร้างบ้านขายก็ขึ้นโดยปริยาย รู้ว่าจะทำอะไรก็ไปพิจารณาส่วนอื่นต่อไป

 

แนวคิดธุรกิจนั้นอาจเกิดขึ้นได้ทุกที่ทุกเวลาจากสิ่งแวดล้อมรอบๆตัว

 

ลองพิจารณาจากรอบๆกายดู ครับว่า เรา “มีสินค้า” หรือ “มีลูกค้า” อยู่ในมือบ้างหรือเปล่า?

 

ขอให้บทความชิ้นนี้จงได้สร้างประโยชน์ให้แก่ท่านผู้อ่านทุกท่าน

 

ขอให้ความร่ำรวยและความสุขสวัสดิ์จงมาสถิตแด่ท่าน

 

…[^,^]…

 

ปล.

 

พอรู้ว่าจะทำอะไรแล้วค่อย ก็วิเคราะห์ต่อได้เนื่องครับ

กับใคร? ที่ไหน? เมื่อไหร่? อย่างไร? และ ทำไม?

มาม่ากับปลากระป๋อง

ผมนักเดินทาง "ล่าฝัน" บนถนนสายยาวที่ชื่อว่า "ชีวิต" ระหว่างทางผ่านประสบพบเจอเรื่องราวต่างๆมากมาย เลยคว้าคีย์บอร์ดขึ้นมาพิมพ์แทน "ปากกา" ใช้บล็อก Creativeshooter.com แทน "สมุด" เพื่อบันทึกและแบ่งปันการเดินทางในครั้งนี้

More Posts - Website