แชร์แนวคิด “การทำธุรกิจ” กับ “ภาคอุตสาหกรรม”

Be Sociable, Share!

แชร์แนวคิด “การทำธุรกิจ” กับ “ภาคอุตสาหกรรม”

.

ตัวผมเองถือว่าเป็นคนในภาคอุตสาหกรรมคนหนึ่ง เพราะ ฐานลูกค้ากว่า 70 % ของทุกธุรกิจที่ผมทำนั้นเกี่ยวเนื่องกับโรงงานไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม … ผมมีร้านขายอะไหล่ชิ้นส่วนเครื่องจักรส่งขายลูกค้าโรงงาน ผมมีบ้านเช่าที่ลูกค้าหลักเป็นกลุ่มคนทำงานในโรงงาน มิหนำซ้ำกลางปีที่ผ่านมานี้ผมเปิดโรงงานการผลิตเองด้วยซ้ำ … มาครับ ในบทนี้ผมขอเล่าเรื่องราวและแชร์แนวคิดการทำธุรกิจกับภาคอุตสาหกรรมให้ฟังครับ

.

จุดเริ่มเรื่องที่คิดอยากจะเล่าเรื่องนี้คือ เมื่อวันก่อนผมคุยกับพี่ชายที่ตอนนี้เป็นแกบริหารงานร้านกาแฟและร้านสเต๊กอยู่(ผมถือหุ้นอยู่บางส่วน) แกสอบถามแนวคิดผมในประเด็นเรื่องการขยายตัวของพื้นที่ที่เราอยู่ซึ่งแกอยากจะเปิดร้านอาหารชนิดอื่นเพื่อขายให้แก่กลุ่มคนเหล่านี้ แน่นอนหลังจากฟังแนวคิดแก ผมคิดว่าแผนนี้มีความเป็นได้ … มันเป็นไปได้เพราะ ว่า ถิ่นที่ผมอยู่หรือลงทุนอยู่นี้นั้น มีการขยายตัวในอัตราที่สู่ผู้คนหลังไหลกันเข้ามามากขึ้นๆทุกปี จากแม่เหล็กที่มีแรงดึงดูดเงินลงทุนและผู้คนที่ชื่อว่า “โรงงานอุตสาหกรรม”

.

บทความนี้เป็นบทความยาวครับ ลองเขียนแบบสั้นๆแล้วจบไม่ลงข้อมูลไม่ครบ ถ้าข้อมูลไม่ครอบยิ่งอ่านก็ยิ่งกำกวม เลยขอยาวๆเลยสักบท … ในบทความนี้จะแบ่งการเขียนของเป็น 3 ส่วนดังนี้

.
ส่วนที่ 1 … ภาพรวมของภาคอุตสาหกรรม

ส่วนที่ 2 … แนวคิดการทำธุรกิจที่เกี่ยวข้อง “โดยตรง” กับโรงงานอุตสาหกรรม

ส่วนที่ 3 … แนวคิดการทำธุรกิจที่เกี่ยวข้อง “โดยอ้อม” กับโรงงานอุตสาหกรรม

.

.

ภาพรวมของภาคอุตสาหกรรม

.

ภาคตะวันออกเป็นแหล่งรวมโรงงานอุตสาหกรรมเลยก็ว่าได้ ซึ่งตัวผมเองก็ลงหลักปักฐานอยู่ในภาคตะวันออกนี้เช่นกัน … ซึ่งในภาคตะวันออกนี้โรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ส่วนมากนั้นตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรม เพราะ การตั้งอยู่ในนิคมนั้นจะทำให้ผู้ประกอบการโรงงานนั้นจะได้รับเงื่อนไขที่ดี เช่น ตั้งกิจการโรงงานง่ายเพราะเป็นพื้นที่สีม่วง(อยู่ในเขตนิคมฯ) มีสาธารณูปโภคพร้อม บางกรณีได้รับการส่งเสริมการลงทุน และ อื่นๆอีกมากมาย … แต่ถ้าเป็นโรงงานขนาด SMEs ลงมาหน่อย แบบโรงงานของผมก็จะอยู่นอกนิคมฯ แต่ก็ไม่ไกลจากนิคมฯขนาดเท่าใดนักใหญ่นัก

.

ที่มา ทีมข่าว TCIJ : 29 ก.ค. 2561

ทีนี้เราลองมาดู ผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ (GDP) จะเห็นได้ว่าภาคอุตสาหกรรมนั้นมีการขยายตัวเกือบทุกปี ในอัตรา 3-4 % ต่อเนื่องมาเกือบ 10 ปี

ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (2561)

ณ ปัจจุบัน ภาครัฐ สนับสนุนและผลักดัน โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor : EEC) ยิ่งทำให้โรงงานขยายตัวเร็วขึ้นมาก เช่น ยุทธศาสตร์ 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย หรือ S-Curve อีกทั้งโครงการพัฒนาสาธารณูปโภคต่างๆ ถนนหนทางที่ปรับจาก 2 ช่องจราจรเป็น 4 ช่องจราจร … จาก 4 ช่องจราจรก็เป็น 6 ช่องจราจร … โครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน และ ผลักดันและขยายสนามบินนานาชาติอู่ตะเภา

.

ที่มาภาพ : www.marketingoops.com

.

.

ผลที่ตามมาจากการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรม ก็คือ มูลค่าการลงทุนในพื้นที่ที่เพิ่มขึ้นมหาศาล เกิดการว่าจ้างแรงงานเพิ่มขึ้นนับแสนๆราย รวมถึงการเติบโตทางเศรษฐกิจของชุมชนโดยรอบพื้นที่โรงงาน โดยเฉพาะรอบๆนิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่มีชื่อเสียงต่างๆ

.

.

แนวคิด การทำธุรกิจที่เกี่ยวข้อง “โดยตรง” กับโรงงานอุตสาหกรรม

.

หัวข้อนี้ไม่นับรวมการลงทุนในหุ้นนะครับ โรงงานอุตสาหกรรมจำนวนมากมีชื่อจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยนั่นหมายความว่านักลงทุนทั่วไปสามารถซื้อหุ้นและเป็นเจ้าของได้ … ในหัวข้อนี้ของเขียนเกี่ยวกับการทำธุรกิจที่เกี่ยวข้องโดยตรง หรือ การทำการค้าโดยตรงกับโรงงานอุตสาหกรรม … สามารถเริ่มตั้งแต่เข้างานออกแบบหรือการเข้าไปเป็นผู้รับเหมาก่อสร้างโรงงานนั้นๆ แต่ช่องทางนี้ถ้าไม่เก๋าจะเข้าอยากหน่อยเพราะโดยมากเขาจะมีเจ้าประจำหรือเจ้าหลักอยู่แล้ว ขอยกตัวอย่าง ธุรกิจที่ค้าขายโดยตรงกับโรงงานว่ามีอะไรบ้าง เช่น

  •  ผลิตสินค้าส่งเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการผลิตในโรงงานขนาดใหญ่
  • ขายอะไหล่เครื่องจักรหรืออุปกรณ์ซ่อมบำรุงชนิดต่างๆ
  • ทำเกี่ยวกับคน จัดหาแรงงาน / รถรับส่งพนักงาน / จัดหา รปภ ให้โรงงานนั้นๆ

.
แค่ 3 หัวข้อที่ผมยกมานี้ก็ครอบจักรวาลแล้วครับ เกิดธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องมากมาย เช่น ผลิตสินค้าส่งนั่นหมายความว่าเราเป็นโรงงานเราผลิตสินค้าที่เฉพาะเจาะจงให้ลูกค้า ในนิคมอุตสาหกรรม กรณีนี้จะพบเห็นได้มากเช่นโรงงานผลิตรถยนต์ใหญ่ๆในนั้นจะว่าจ้างโรงงานอื่นๆผลิตชิ้นส่วนให้ โรงงานอื่นๆที่ว่าก็อยู่ในนิคมอุตสาหกรรมเดียวกันนั่นล่ะ และบางครั้งโรงงานที่ได้รับว่าจ้างผลิตชิ้นงานมาจากโรงงานรถยนต์ก็มาจ้างโรงงานอื่นๆที่ผลิตอุปกรณ์ส่วนควบอื่นๆอีก มันก็เลยขายและส่งกันวนๆไป … ขายอะไหล่เครื่องจักรหรืออุปกรณ์ซ่อมบำรุงอันนี้มีเยอะมาก ร้านขายสี ร้านขายเหล็ก ร้ายขายน๊อต หรือ เจาะจงลงไปเช่นเครื่องมือช่าง โรงกลึง CNC ร้านขายอุปกรณ์ลมที่ใช้ในงานอุตสาหกรรม  ร้านขายอุปกรณ์ไฟฟ้าโรงงาน และ อื่นๆอีกมากมาย … โรงงานใหญ่บางที่มีพนักงานหลายพันคน ฝ่ายบุคคลใช้การให้บริษัทนอกจัดหาแรงงานให้เลยเกิดบริษัทจัดหางานมากมายในบริเวณนิคมฯ

.

ถ้าจะทำธุรกิจโดยตรงกับโรงงานอุตสาหกรรมเหล่านี้ สิ่งที่เราจำต้องมีเลย คือ

  • ความรู้เฉพาะทางในสิ่งที่จะขายหรือจะทำ … โรงงานเป็นธุรกิจที่มีองค์ใหญ่ เขามีทางเลือกที่มากมายที่จะซื้อใครหรือจ้างใครก็ได้ ทำไมเขาถึงต้องจ้างเรา ดังนั้นถ้าเราไม่เก่งจริง ไม่รู้ลึก โอกาสที่จะอยู่รอดหรือแทรกตัวเข้าไปค้าขายนั้นคงยาก
  • ความรู้ความเข้าใจในระบบบริษัทหรือโรงงาน … ระบบการจัดซื้อ จัดจ้าง งานเสนอราคา PR PO รวมถึงระบบการเงินแบบเครดิต 30 วัน 60 วัน

ผมขอเล่ากรณีศึกให้ฟังสัก 3 กรณี (ไม่เล่าลึกแบบข้อดีข้อเสียและวิเคราะห์นะครับเดี๋ยวจะยาวเกิน 555)  

เคสแรก … ทั้งบริษัทมีพนักงาน 2 คน คือตัวแกและภรรยา แต่กำไรของกิจการหลักแสนต่อเดือน … มันเกิดอะไรขึ้น? เกิดได้เพราะสิ่งที่แกทำนั้นเป็น Specialist” แกเก่งมากในเรื่องๆหนึ่ง ซึ่งแกจะถูกลูกค้าเรียกเข้าไปจัดการปัญหาเฉพาะด้านบางประการเท่านั้น … ส่วนภรรยาแกช่วยงานในส่วนงานบัญชี ภาษีของบริษัท

เคสที่สอง … ผมรู้จักเจ้าของบริษัทรถรับส่งพนักงานเจ้าหนึ่ง สิบปีก่อน ซื้อรถตู้มาร่วมวิ่งรับส่งพนักงาน 2 คัน … วันนี้ บริษัทนี้มีรถตู้ 30 คัน และ รถบัสอีก 6 คัน … ลองวิเคราะห์กันต่อดูครับว่าเกิดได้จากอะไร

เคสที่สาม … ป้าคนรู้จักผมอีกท่าน แกสามารถพาตัวเองเข้าขายอาหารสำหรับพนักงานในโรงงานขนาดใหญ่แห่งหนึ่งได้ ผ่านไปปีสองปี ผมเห็นแกมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นกว่าเดิมมาก

.

โรงงานมีหลากหลายรูปแบบ หลากหลายชนิด หลายหลายอุตสาหกรรม … ถ้ามองในภาพใหญ่ๆ ผมมองว่าช่องทางการทำธุรกิจกับโรงงานนั้นมีมากมาย แต่คำถามสำคัญคือว่า เราเก๋าพอที่จะแทรกตัวเข้าไปหรือไม่แค่นั้นเอง!!!!

.

.

แนวคิดการทำธุรกิจที่เกี่ยวข้อง “โดยอ้อม” กับโรงงานอุตสาหกรรม

.

“นิคมอุตสาหกรรม” ถือเป็นแรงดึงดูดผู้คนชั้นเลิศ เพราะ เป็นนี่คือแหล่งงานขนาดใหญ่ที่ผู้คนจำนวนมากจะหลั่งไหลเข้ามาทำงาน … ยิ่งนิคมฯนั้นๆมีขนาดใหญ่เท่าไหร่หรือยิ่งภายในนิคมฯมีโรงงานขนาดใหญ่มีชื่อ คนก็จะยิ่งเยอะตามมาเท่านั้น!!! การที่นิคมอุตสาหกรรมเติบโต นั่นหมายความว่าแหล่งที่อยู่อาศัยชุมชนโดยรอบจะหนาแน่นขึ้นตามลำดับ …. จากเริ่มต้นเป็นที่ไร่ที่สวนก็กลายเป็นหมู่บ้านเป็นชุมชน ห้างสรรพสินค้า ฯลฯ … ผมเห็นราคาที่ดินจากไร่ล่ะล้านเป็นไร่ละสิบล้านในเวลาไม่กี่ปี ผมเห็นอาคารพาณิชย์ราคาล้านห้าเป็นห้าล้านเพียงในเวลาไม่กี่ปี ทั้งหมดนี้เกิดจาก “นิคมอุตสาหกรรม” !!!

.

ในส่วนสุดท้ายนี้ผมจะแชร์ถึงแนวคิดในการลงทุนทางอ้อมกับโรงงานอุตสาหกรรม ว่ากันง่ายๆคือการลงทุนในพื้นที่รอบๆนิคมอุตสาหกรรม ซึ่งก่อนที่เราจะลงทุนรอบๆนิคมได้ สิ่งแรกที่เราต้องรู้ก่อนคือ ภาพรวมของนิคมนั้นๆ … นิคมอุตสาหกรรมนั้นๆอยู่ในช่วงไหนของวัฏจักร … นิคมอุตสาหกรรมช่วงเริ่มต้นพึ่งปรับที่ ดังนั้นถ้าเราเข้าไปลงทุนนั้นหมายความว่าเราคือผู้บุกเบิกเลย ที่ดินราคาถูก แต่แลกมาด้วยปริมาณผู้คนทียังไม่มาก … นิคมอุตสาหกรรมช่วงกลางๆ โรงงานขึ้นเยอะแล้วแต่ยังไม่เต็มพื้นที่ ผู้คนเริ่มหลั่งไหลเข้ามาในพื้นที่ ราคาอสังหาริมทรัพย์ขยับขึ้นมาตามลำดับ … นิคมอุตสาหกรรมช่วงท้ายๆ โรงงานขึ้นเต็มพื้นที่ หมดพื้นที่ขาย ผู้คนเข้ามาเต็มศักยภาพ … เพราะ การพิจารณาการลงทุนหรือการทำธุรกิจในแต่ล่ะช่วงวัฏจักรของนิคมฯ นั้นย่อมแตกต่างกัน

.

จากภาพ ภาพนี้คือแผนการของนิคมอุตสาหกรรมแห่งหนึ่งในภาคตะวันออก

สมมุติถ้าแผนเป็นไปตามที่ผู้ประกอบการนิคมอุตสาหกรรมคาด (อันนี้เราต้องวิเคราะห์ต่อว่านิคมฯนี้จะทำได้ดีตามแผนหรือไม่ เพราะ ถ้าเราวิเคราะห์พลาดและถ้าเราลงทุนไปแล้วนั่นคือหายนะเช่นกัน) จากแผนที่แสดงนั่นหมายความว่า ใน 5-6 ปีนับจากนี้จะมีเงินลงทุนไหลเข้ามาในพื้นที่หลายหมื่นล้านบาท และมีการจ้างงานทำให้คนเข้าไหลเข้ามาในพื้นที่มากกว่าหมื่นคน!!!

.

ผลทางอ้อมคือ ชุมชนโดยรอบย่อมเจริญขึ้นตามปริมาณผู้คนและปริมาณเงินลงทุนในนิคมฯ …. สมมุติ ในบริเวณมีหลายนิคมที่กำลังเติบโต คนหลายหมื่นคนทยอยเข้ามาอาศัยในพื้นที่เหล่านี้ … ทำอะไรดี? … ทำได้มากมายเหลือเกินครับ แต่มันก็วนกลับมาสู่คำถามเดิมว่าตลาดมันใหญ่มากแต่ตัวเราเองนั่นล่ะ เก๋ามากพอหรือเปล่า เราเก่งพอที่จะแทรกตัวเข้ายืนอยู่หรือเปล่า

.

ผมขอเล่ากรณีศึกษาของผมให้ฟัง … ผมทำธุรกิจบ้านเช่ามานาน 10 ปี เรียกได้ว่ากิจการบ้านเช่าเป็นเสาหลักด้านรายได้ที่สำคัญของผมก็คงไม่ผิดนัก … นอกจากผมทำเองแล้วผมยังชักชวนญาติสนิทมิตรสหายมาร่วมซื้อร่วมแจมในธุรกิจนี้ … บ้านเหล่านี้ผมเป็นผู้ดูแลก็จริงแต่ … แต่มิได้เป็นการจ้างกันแต่ประการใดและไม่ได้เป็นกิจจะลักษณะรวมศูนย์กลาง แต่เป็นเพียงกลุ่มบ้านเช่าที่รู้จักกันและใช้เครือข่ายบางประการร่วมกันเท่านั้น ณ ตอนนี้ กลุ่มอสังหาฯเช่าของผม รวมไปรวมมา มีบ้านเดี่ยวและบ้านทาวน์เฮาส์ 35 หลัง มีอาคารพาณิชย์ 4 คูหา ที่ดินเปล่าให้เช่าอีก 3 แปลง ซึ่งมีมูลค่ารวมมากกว่าร้อยล้านบาท ซึ่งปริมาณขนาดนี้ ผมประมาณว่าน่าจะเป็นใหญ่ในระดับหนึ่งของท้องถิ่น แน่นอนว่าฐานลูกค้าหลักของบ้านเช่านี้มาจาก พนักงานที่ทำงานในโรงงานอุตสาหกรรมโดยรอบของพื้นที่

.

เรายืนนิ่งมาได้หลายปี เพราะ เริ่มต้นลงทุนจากจุดเริ่มต้นที่นิคมพึ่งทยอยเข้ามาคู่แข่งไม่มาก แต่เกมธุรกิจไม่มีอะไรจีรังยั่งยืน … ชุมชนขยายใหญ่ขึ้น นิคมอุตสาหกรรมมากขึ้น โรงงานมากขึ้น คนมากขึ้น …. สถานการณ์การแข่งขันในธุรกิจบ้านเช่าในพื้นที่ ทวีความรุนแรงมากขึ้นตามลำดับจากการขยายตัวของชุมชนที่ใหญ่ และมีกลุ่มผู้เล่นรายใหม่ กลุ่มผู้เล่นรายใหญ่ เข้ามาทำตลาดที่อยู่อาศัยให้เช่ามากขึ้น รวมถึงคู่แข่งอย่างโครงการอพาร์ทเม้นท์โดยรอบในพื้นที่ และยังมีกลุ่มผู้ประกอบการห้องแถวที่ปรับตัวขยับขึ้นมากเพื่อรับลูกค้าในกลุ่มลูกค้าที่ใกล้เคียงกัน … จนทำให้บ้านเช่าที่ผมดูแลว่างเยอะมาก … เอาง่ายๆเลย ณ จุดนั้น เรียกว่าถ้าไม่ “ปรับตัว” ก็รอวัน “ดับ” ได้เลย

.

ณ จุดนั้น ผมจึงส่งเอกสารหนังสือชี้แจงสถานการณ์ไปถึง เจ้าของบ้านเช่าในกลุ่มทั้งหมดว่าเรากำลังเผชิญแรงกดดันอะไรบ้าง และ ผมจะยกเครื่องการบริหารงานใหม่ทั้งหมด ผมจะจัดตั้งออฟฟิตสำนักงานของเราโดยตรง ทำในรูปแบบนิติบุคคล และยกระดับบ้านเช่าราคาและคุณภาพของเราให้ได้มาตรฐานที่เราต้องการ และผมจะทำรีเสริชเพื่อพัฒนาและขยายงานด้านการเช่าอสังหาฯในรูปแบบต่างๆต่อไป … หลังจากผมยกเครื่องงานบริหารชุดใหญ่และใช้เวลาการจัดการ 4 เดือน เราสามารถทำให้บ้านเช่ากลับมาเต็มได้อีกครั้ง!!! … ซึ่งหลายปีที่ผ่านมาบ่งบอกได้ว่า ผมถนัดเรื่องนี้ น่าจะยืนหยัดอยู่ได้ธุรกิจนี้ ดังนั้นต่อไปในอนาคตผมก็มีแผนที่จะขยายและเพิ่มจำนวนบ้านเช่า ห้องเช่าของตัวเองขึ้นต่อไปตามลำดับ

.
วนกลับมาที่จุดเริ่มต้นที่พี่ชายผมแกปรึกษาเรื่องทำร้านอาหารร้านใหม่ ลูกค้าเน้นกลุ่มคนโรงงานในพื้นที่ ที่ต้องการความเร่งด่วนและราคาประหยัด … ผมค่อนข้างเห็นด้วยกับความคิดที่แกเสนอ ผมว่ามันมีโอกาสเป็นไปได้ทางธุรกิจ แน่นอนว่า ผมสนับสนุนให้แกเริ่มทำเลย งบเงินลงทุนอาจจะหลักแสนแต่ถ้าสำเร็จเราจะต่อยอดไปได้มาก และที่สำคัญสำหรับผม ถ้าคิดว่าเป็นไปได้ต้องลองทำครับถึงจะรู้ (แต่ผมต้องไม่ใช้โต้โผหรือคนทำนะ ผมคงไม่ถนัด ดังนั้น พี่ทำเหอะ 555+) … เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างธุรกิจที่ผมกำลังจะเริ่ม และ มันอิงกับภาคอุตสาหกรรมในพื้นที่!!!

.

สรุปส่งท้ายครับ บทความนี้เล่าเรื่องราวแนวคิดการทำธุรกิจกับภาคอุตสาหกรรม … แต่ที่ผมอยากจะเน้นย้ำก็คือ ปกตินั้น เราทำธุรกิจที่อิงอยู่กับอีกหลายอย่างมากมายที่ไม่เกี่ยวข้องกับโรงงานอุตสาหกรรม แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น การจะยืนหยัดอยู่ได้ เราต้องรู้จักจุดที่เรายืนอยู่เป็นสำคัญ!!

.

มีคนกล่าวอยู่เสมอว่า ทำธุรกิจสมัยนี้มันไม่ง่าย … ใช่ครับ ผมเห็นด้วยว่าการทำธุรกิจสมัยนี้มันไม่ง่าย … แต่ผมมองว่า จริงๆแล้วมันไม่เคยง่ายเลยต่างหาก ทั้งในอดีต ทั้งปัจจุบัน และ ในอนาคตผมฟันธงเลยว่ามันจะยากขึ้นไปอีก!!! … โลกของเราพัฒนาขึ้นทุกวัน ชีวิตในโลกธุรกิจจะยากขึ้นเรื่อยๆถ้าเราล้าหลัง มันมีทางเดียวครับคือต้องพัฒนาศักยภาพตัวเองให้มากที่สุด เพื่อตามทันโลก!!!

.

ลงชื่อ มาม่ากับปลากระป๋อง

.

[^_^]…

– ติดตามเรื่องราวของผมได้ในเพจนี้ครับ … เพจคุยเรื่อยเปื่อยครับ

https://www.facebook.com/creativeshooter/

อ่านเขียนเก่าๆอ่านได้โดยการกดที่ “อมยิ้มมาม่าปลากระป๋อง” ได้เลยครับ

บทความเก่าๆครับ

แชร์เรื่องราว 12 ปี ของการตามหา Passive Income!!!
http://goo.gl/vBDrQT

ปีนี้ธุรกิจผมมีครบเครื่อง ทั้งยอดขายตก ขาดทุนรุ่งริ่ง และ ก็มีกิจการที่รุ่งโรจน์!!!
https://pantip.com/topic/34619391

Be Sociable, Share!

มาม่ากับปลากระป๋อง

ผมนักเดินทาง "ล่าฝัน" บนถนนสายยาวที่ชื่อว่า "ชีวิต" ระหว่างทางผ่านประสบพบเจอเรื่องราวต่างๆมากมาย เลยคว้าคีย์บอร์ดขึ้นมาพิมพ์แทน "ปากกา" ใช้บล็อก Creativeshooter.com แทน "สมุด" เพื่อบันทึกและแบ่งปันการเดินทางในครั้งนี้

More Posts - Website