กลลวงของคณิตศาสตร์ในการพิจารณาการลงทุน

การลงทุนที่ยิ่งใหญ่ ที่สร้างผลตอบแทนมหาศาลจนทำให้คนเป็นมหาเศรษฐีมานักต่อนักนั้น ใช้เพียงแค่คณิตศาสตร์พื้นฐานเท่านั้น มีเพียง บวก ลบ คูณ หาร ธรรมดาๆเท่านั้นไม่ได้ถึงขั้นต้องมานั่งหา ล็อกกาทรอริทึ่ม หรือ ถอดรากที่แปด แต่อย่างใด แต่ถึงกระนั้น ตัวเลขง่ายๆ เหล่านี้ก็ยังจะสามารถหลอกลวงเราได้แบบแนบเนียน

ตัวเลขง่ายๆ เหล่านี้มันลวงเราได้อย่างไร ผมขออธิบายด้วยการสมมติตัวอย่างที่มันทำให้เราตกหลุมพลางได้อย่างเนียนๆ
ด้วยตัวอย่างด้วยเรื่องของ “ชายหนุ่ม”

เรื่องของชายหนุ่มมีอยู่ว่า

 

ในขณะที่ชายหนุ่มกำลังขับกลับบ้านรถหลังเลิกงาน ระหว่างทางพบเห็นป้าย “ขายบ้านทาวเฮ้าส์” เป็นทาวเฮ้าส์สองชั้น ในทำเลที่มีคนพลุกพล่านพอสมควร ด้วยความที่ชายหนุ่ม ก็พึ่งจะได้เงินเป็นก้อนมา น่าจะพอมีกำลังที่จะดาวได้ น่าจะซื้อหามาให้เช่าซึ่งเป็นการลงทุนง่ายๆที่สามารถการทำให้เงินงอกเงยขึ้นมาได้มากกว่าเงินฝาก ชายหนุ่มก็กดหมายเลขที่ปรากฏตามป้ายในทันใด โทรไปได้ความว่า ราคาหนึ่งล้านบาทถ้วน หลังจากได้ราคาบ้านมาชายหนุ่มก็ขับรถกลับบ้านด้วยใจครุ่นคิด….

 

เย็นวันถัดมาชายหนุ่มได้ขับรถกลับมาจอดที่หน้าบ้านหลังเดิม จอดรถลงมาชะเง้อ ชะแง้แลดูบ้าน หันซ้ายหันขวาไป ก็เห็นร้านขายของชำที่อยู่ถัดไปหกห้อง ที่มีคุณป้ากวาดใบไม้อยู่หน้าร้าน เห็นดังนั้น ชายหนุ่มจึงปรี่เดินเข้าไปหาคุณป้า กะจะถามคำถามที่คาใจตั้งแต่เมื่อวานว่า “บ้านทาวเฮ้าส์แถวนี้เขาเช่ากันอยู่เดือนละเท่าไหร่” หลังจากเรียบเคียงถามจนสามารถประมาณได้ว่า เช่ากันที่ราคา 8,000 บาทต่อเดือน พอได้ตัวเลขที่ต้องการ หัวของชายหนุ่มก็แล่นอย่างรวดเร็ว…

 

รายได้ ค่าเช่าเดือนละ 8,000 บาท ดังนั้น เท่ากับปีละ 96,000 บาท

ต้นทุน ค่าซื้อบ้าน 1,000,000 บาท

ดังนั้นกำไรต่อปี ก็คือ 96,000 /1,000,000 = 0.096 หรือคิดเป็น 9.6 % ต่อปี

 

เอ…..อืมมมม……กำไรก็ดีนะ 9.6 % แต่ เอ….มันจะคุ้มมั้ยน้า? ไหนจะต้อง เสียเวลามานั่งเก็บเงินค่าเช่าอีก ถ้านำเงินไปลงทุนอย่างอื่น พันธบัตร ตั๋ว หรือ ฝากประจำดอกเบี้ยดีดี ก็ได้ 5-7 % แล้ว!!!!

 

และแล้ว การลงทุนซื้อบ้านให้เช่าหลังนี้ก็ไม่เกิดขึ้น…………………

 

 

ถ้าเราคิดตามชายหนุ่มแล้วคล้อยตามแสดงว่า “ตัวเลข”  ทำพิษเข้าให้แล้ว

 

 

ในกรณีนี้ เราใช้เพียงเงินสดเพียงเงินดาวเท่านั้นไม่ได้ใช้เงินสดมาซื้อบ้านเต็มจำนวน 1,000,000 บาทแต่อย่างใด ดังนั้นเงินที่ใช้ จะเป็นการกู้ส่วนหนึ่งซึ่งธนาคารพาณิชย์จะออกให้และเราออกเองส่วนหนึ่ง

ซึ่งโดยปกติแล้วธนาคารพาณิชย์จะอนุมัติวงเงินกู้ประมาณ 85% จากราคาประเมิน ถ้าราคาประเมินเท่ากับราคาขาย สัดส่วนเงินกู้จะเป็นดังนี้

เราออกดาวเอง 150,000 บาท ธนาคารฯออกให้ก่อน 850,000 บาทโดยมีคิดดอกเบี้ย

ถ้าเรากู้ 850,000 บาท ระยะเวลา 30 ปี เราจะต้องจ่ายเงินค่าผ่อนเดือนละ 5,000-6,000 บาท (ขึ้นอยู่กับ อัตราดอกเบี้ยของแต่ละธนาคาร) เราคำนวณที่ผ่อนรายเดือนสูงสุดคือ 6,000 บาท

 

เราลองมาพิจารณาตัวเลขกันดูใหม่ มาพิจารณาตรงจุดที่เงินที่เราลงทุนไปจริงๆ

เราลงทุน 150,000 บาท

ผ่อนค่าบ้านเดือนละ 6,000 บาท ได้รับค่าเช่าเดือนละ 8,000 บาท ส่วนต่าง 2,000 บาท ดังนั้น เท่ากับปีละ 24,000 บาท

ดังนั้นกำไรต่อปี ก็คือ 24,000 /150,000 = 0.16 หรือคิดเป็น 16.0 % ต่อปี ตัวเลขนี้ต้องถือว่าสวยดีทีเดียวสำหรับการลงทุน

 

16.0 % กับ 9.6 % ต่างกันพอสมควรทีเดียว!!!

 

และถ้าเรากู้ ในการผ่อนแต่ละเดือน เราจะได้มูลค่าในบ้านเพิ่มขึ้นทุกเดือนอีกด้วย !!!

 

จากกรณีดังกล่าว จะเห็นได้ว่า เพียงแค่ ตัวเลข ธรรมดา ใช้บวกลบคูณหารง่ายๆ แต่เพียงแค่คิดต่างมุม ต่างจุด ต่างกันก็ทำให้ ตัวเลขผลลัพธ์ ต่างกันพอสมควร

 

ดังนั้น ในการลงทุนใดๆ ก็ตาม ควร ระวังและพิจารณาเรื่องตัวเลขให้ดีนะครับ จะได้ไม่พลาดการลงทุนดีดีอย่างชายหนุ่ม

 

ขอให้ความมั่งคั่งร่ำรวยจงมาสถิตแด่ท่าน

 

…[^,^]…

Nattapong Kh.

26/7/54

 

ปล.

การคำนวณดังกล่าวเป็นการคำนวนเพื่อพิจารณาเบื้องต้นนะครับ

ยังไม่รวมปัจจัยอื่นๆเข้ามาเกี่ยวข้องเช่น ภาษีบ้านเช่า ค่าเสื่อมราคาบ้าน การเพิ่มขึ้น/ลดลงของมูลค่าที่ อัตราการเช่า การซ่อมแซม เป็นต้น

 

มาม่ากับปลากระป๋อง

ผมนักเดินทาง "ล่าฝัน" บนถนนสายยาวที่ชื่อว่า "ชีวิต" ระหว่างทางผ่านประสบพบเจอเรื่องราวต่างๆมากมาย เลยคว้าคีย์บอร์ดขึ้นมาพิมพ์แทน "ปากกา" ใช้บล็อก Creativeshooter.com แทน "สมุด" เพื่อบันทึกและแบ่งปันการเดินทางในครั้งนี้

More Posts - Website